โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของนายสมศักดิ์ รู้อยู่ จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของบริษัทประกันภัยจำเลยที่ 1 วันที่ 20 พฤศจิกายน 2522 นายสมศักดิ์ได้ประกันชีวิตกับจำเลยที่ 1 โดยการแนะนำของจำเลยที่ 2 ในจำนวนเงินที่เอาประกัน 50,000 บาท โดยระบุให้โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์นายสมศักดิ์ส่งเบี้ยประกันตลอดมา ครั้นวันที่ 19 เมษายน 2524นายสมศักดิ์ถึงแก่กรรม เพราะอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน ซึ่งจำเลยที่ 1ต้องจ่ายค่าทดแทนสองเท่า เป็นเงิน 100,000 บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 100,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองให้การว่า นายสมศักดิ์ไม่ชำระเบี้ยประกันภายในกำหนดเวลากรมธรรม์ประกันชีวิตสิ้นผลบังคับไปก่อนที่นายสมศักดิ์จะถึงแก่กรรม จำเลยที่ 2 เป็นแต่เพียงตัวแทนจำเลยที่ 1ในเรื่องชี้ชวนให้ทำสัญญาไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงิน 100,000 บาทให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2
จำเลยที่ 1 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ 1 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายสมศักดิ์ รู้อยู่ สามีของโจทก์ทำสัญญาประกันชีวิตไว้กับจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2522 จำนวนเงินซึ่งเอาประกันภัย 50,000 บาท กำหนดชำระเบี้ยประกันรายปีทุก ๆ วันที่20 พฤศจิกายน โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ ครั้นวันที่ 19 เมษายน 2524นายสมศักดิ์ถึงแก่กรรมด้วยอุบัติเหตุรถชนกัน คงมีปัญหาว่ากรมธรรม์ประกันชีวิตของนายสมศักดิ์ขาดอายุเพราะนายสมศักดิ์ไม่ชำระเบี้ยประกันภายในกำหนดเวลาหรือไม่ ตามเอกสิทธิและเงื่อนไขในกรมธรรม์นายสมศักดิ์จะต้องชำระเบี้ยประกันภายในวันที่20 ธันวาคม 2523 กรมธรรม์ประกันชีวิตของนายสมศักดิ์จึงจะมีผลบังคับ พยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่านายสมศักดิ์ได้ชำระเบี้ยประกันงวดที่ 2 ให้แก่จำเลยที่ 1 ภายในกำหนดเวลาตามกรมธรรม์ แต่น่าเชื่อตามที่จำเลยที่ 2 เบิกความว่านายโพธิ์เก็บเงินเบี้ยประกันงวดที่ 2 จากนายสมศักดิ์มาให้จำเลยที่ 2เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2524 จำเลยที่ 2 จึงนำเงินไปให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบเสร็จรับเงินให้นายโพธิ์ไป คือ เอกสารหมาย ป.ล.2กรมธรรม์ของนายสมศักดิ์จึงขาดอายุแล้ว การที่จำเลยที่ 2รับเงินเบี้ยประกันงวดที่ 2 ไว้ จำเลยที่ 2 ก็เบิกความว่าอายุสัญญากรมธรรม์ของนายสมศักดิ์หมดอายุแล้วจำเลยที่ 2 ประสงค์จะต่ออายุสัญญาให้นายสมศักดิ์ เมื่อปรากฏว่ายังไม่ไ่ด้มีการต่ออายุสัญญา จำเลยที่ 1 ย่อมพ้นจากความรับผิดชอบที่จะจ่ายเงินตามกรมธรรม์ โจทก์จะฟ้องให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินค่าทดแทนตามกรมธรรม์ไม่ได้"
พิพากษากลับให้ยกฟ้อง