คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 142

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,639 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1538/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แก้ไขคำพิพากษาผิดพลาด, เหตุสุดวิสัย, ค่าปรับสัญญาจ้างช่วง
คำพิพากษาศาลชั้นต้นพิมพ์ตัวเลขจำนวนเงินที่ให้จำเลยใช้แก่โจทก์ผิดจากเลข 42,570.91 บาท เป็น 22,570.91 บาทศาลฎีกาย่อมมีอำนาจแก้ไขข้อผิดพลาดหรือผิดหลงนั้นให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 140 โดยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 42,570.91 บาทแก่โจทก์
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 140 ต้องเป็นเรื่องที่ผิดพลาดหรือผิดหลงในคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลเท่านั้นมิใช่เป็นเรื่องความผิดพลาดหรือผิดหลงของคู่ความโจทก์ฟ้องขอดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดต่อปี ศาลฎีกาจะแก้ไขให้เป็นร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีมิได้เพราะเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าที่ปรากฏในคำฟ้องต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142
จำเลยรับจ้างวางท่อประปามาจากการประปานครหลวง แล้วมาว่าจ้างช่วงให้โจทก์ทำ โจทก์วางท่อประปาล่าช้ากว่ากำหนดการประปานครหลวงมิได้ปรับจำเลยดังนี้ เมื่อได้ความว่าการที่โจทก์ทำงานล่าช้ากว่ากำหนดนั้นมีเหตุสุดวิสัยที่เกี่ยวแก่น้ำท่วมผิวถนนจราจรไม่อาจวางท่อประปาให้แล้วเสร็จตามกำหนดได้จำเลยย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าปรับจากโจทก์แม้โจทก์จะเป็นคู่สัญญากับจำเลยก็ตาม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1161/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวินิจฉัยประเด็นนอกฟ้อง: ศาลต้องพิจารณาตามข้อหาที่โจทก์บรรยายฟ้องเท่านั้น
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 พาโจทก์ไปซื้อที่ดินจำเลยที่ 2 แบ่งที่ดินสร้างเป็นห้อง 6 ห้อง ตกลงให้โจทก์เป็นเจ้าของและเป็นผู้ดำเนินการเมื่อสร้างตึกแถวเสร็จจำเลยทั้งสามกลับร่วมกันฉ้อฉลโดยเอาตึกแถวของโจทก์ขายให้แก่จำเลยที่ 3 ฟ้องดังกล่าวมิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์และจำเลยที่ 1 เข้าหุ้นส่วนกันซื้อที่ดินและปลูกตึกแถวขาย แต่เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินซึ่งจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 เอาตึกแถวของโจทก์ไปขายแก่จำเลยที่ 3 จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่เป็นหุ้นส่วนการที่ศาลวินิจฉัยว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วนกันเพื่อก่อสร้างตึกขาย หุ้นส่วนยังไม่เลิกกัน ยังไม่ได้คิดบัญชีกันจึงเป็นการวินิจฉัยไม่ตรงประเด็นตามข้อหาในคำฟ้องไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 246

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 884/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิจำนองโดยสุจริตและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่น: การคุ้มครองสิทธิของบุคคลภายนอก
ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้จำนอง จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินที่จำนองเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดดังกล่าวผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์อยู่ด้วยส่วนหนึ่ง โดยผู้ร้องได้ครอบครองโดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาเกิน 10ปีแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 จึงขอให้ปล่อยการยึดที่ดินเฉพาะส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโจทก์ให้การว่าโจทก์รับจำนองไว้โดยสุจริตเสียค่าตอบแทนข้ออ้างของผู้ร้องจึงยกขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้ ดังนี้ตามข้ออ้างของผู้ร้องเป็นเพียงการได้มาซึ่งสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นอันมิใช่เป็นการได้มาโดยทางนิติกรรม แต่ผู้ร้องไม่ได้จดทะเบียนสิทธิของตนไว้ จึงไม่อาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้ ทั้งต้องห้ามมิให้ยกเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วดังที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 ส่วนปัญหาว่าโจทก์รับจำนองไว้โดยสุจริตหรือไม่ ผู้ร้องก็ไม่ได้กล่าวอ้างหรือยกเป็นประเด็นเพื่อการนำสืบไว้ในคำร้องทั้ง ๆ ที่ภาระการพิสูจน์ตกแก่ฝ่ายตนที่จะหักล้างข้อสันนิษฐานอันเป็นคุณแก่โจทก์ว่า บุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 คดีจึงไม่มีประเด็น ข้อพิพาทว่าโจทก์รับจำนองโดยสุจริตหรือไม่ข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำร้องและคำให้การของโจทก์แล้วว่าโจทก์รับจำนองที่พิพาทโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว จึงได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 1299 วรรคสอง ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยทรัพย์พิพาท
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์หยิบยกประเด็นเรื่องโจทก์รับจำนองไว้โดยสุจริตหรือไม่ขึ้นวินิจฉัย เป็นการไม่ชอบ ถือว่าเป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องฎีกาในปัญหาข้อนี้จึงเป็นฎีกานอกประเด็นที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 884/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิจำนอง vs. สิทธิครอบครองปรปักษ์: บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนย่อมได้รับการคุ้มครอง
ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้จำนอง จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินที่จำนองเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดดังกล่าวผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์อยู่ด้วยส่วนหนึ่ง โดยผู้ร้องได้ครอบครองโดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาเกิน 10 ปี แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 จึงขอให้ปล่อยการยึดที่ดินเฉพาะส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง โจทก์ให้การว่าโจทก์จับจำนองไว้โดยสุจริตเสียค่าตอบแทนข้ออ้างของผู้ร้องจึงยกขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้ ดังนี้ ตามข้ออ้างของผู้ร้องเป็นเพียงการได้มาซึ่งสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่น อันมิใช่เป็นการได้มาโดยทางนิติกรรม แต่ผู้ร้องไม่ได้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ จึงไม่อาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้ ทั้งต้องห้ามมิให้ยกเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วดังที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 ส่วนปัญหาว่าโจทก์รับจำนองไว้โดยสุจริตหรือไม่ ผู้ร้องก็ไม่ได้กล่าวอ้างหรือยกเป็นประเด็นเพื่อการนำสืบไว้ในคำร้อง ทั้ง ๆ ที่ภาระการพิสูจน์ตกแก่ฝ่ายตนที่จะหักล้างข้อสันนิษฐานอันเป็นคุณแก่โจทก์ว่า บุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 คดีจึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์รับจำนองโดยสุจริตหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำร้องและคำให้การของโจทก์แล้วว่า โจทก์รับจำนองที่พิพาทโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว จึงได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 1299 วรรคสองผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยทรัพย์พิพาท
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์หยิบยกประเด็นเรื่องโจทก์รับจำนองไว้โดยสุจริตหรือไม่ขึ้นวินิจฉัย เป็นการไม่ชอบ ถือว่าเป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องฎีกาในปัญหาข้อนี้จึงเป็นฎีกานอกประเด็นที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเช่าที่ดินหลังสัญญาประนีประนอม: สิทธิใหม่ของผู้ร้องไม่ผูกพันกับสัญญาเดิม
ศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยรื้อถอนสิ่งก่อสร้างและออกไปจากที่พิพาทแล้วต่อมาโจทก์ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของกระทรวงการคลังเจ้าของที่พิพาทกระทรวงการคลังจึงได้ยกเลิกสิทธิการเช่าของโจทก์ และอนุญาตให้จำเลยมีสิทธิแทนโจทก์แต่จำเลยตายเสียก่อน ผู้ร้องจึงได้รับอนุญาตให้เป็นผู้มีสิทธิเช่าแทนจำเลยดังนี้ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกมีสิทธิขึ้นใหม่ไม่เกี่ยวข้องกับสัญญาประนีประนอมระหว่างโจทก์จำเลย ผู้ร้องจึงมิใช่บริวารของจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 737/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกถอนการให้เนื่องจากประพฤติเนรคุณ: การสืบพยานนอกฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการให้เพราะเหตุจำเลยประพฤติเนรคุณโดยกล่าวในฟ้องว่าจำเลยด่าว่าโจทก์และทำร้ายร่างกายโจทก์จนได้รับบาดเจ็บเป็นการเนรคุณโจทก์ ดังนี้ ข้อที่จำเลยไม่ยอมให้สิ่งจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์เพราะความยากไร้ของโจทก์ และจำเลยสามารถที่จะให้ได้ ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งของการประพฤติเนรคุณนั้น โจทก์มิได้บรรยายยกเป็นประเด็นในคำฟ้อง แม้โจทก์จะได้นำสืบในข้อนี้ก็เป็นการสืบนอกฟ้องนอกประเด็นรับวินิจฉัยให้ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 609/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ธนาคารปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลบัญชีลูกค้า ไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้จัดการมรดก หากไม่มีหน้าที่ตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่า ธนาคารจำเลยทำละเมิดโดยจงใจกลั่นแกล้งขัดขวางไม่ให้โจทก์จัดการมรดกของผู้ตาย และร่วมกับบุคคลอื่นปิดบังรายละเอียดในบัญชีเงินฝากของผู้ตายเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ แต่ข้อเท็จจริงได้ความเพียงว่าจำเลยปฏิเสธไม่ให้โจทก์ตรวจสอบบัญชีและถ่ายเอกสาร ดังคำปฏิเสธที่จำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบมีข้อความว่า 'ธนาคารไม่อาจให้ท่านตรวจสอบบัญชีกระแสรายวันและถ่ายเอกสารดังกล่าวได้ เพราะเป็นระเบียบที่ธนาคารถือเป็นหลักปฏิบัติว่า ต้องรักษาสมุดเอกสารดังกล่าวไว้เป็นความลับ มิฉะนั้นแล้วธนาคารอาจถูกฟ้องให้รับผิดทางอาญาได้' เมื่อโจทก์มิได้สืบพยานให้เห็นว่า จำเลยมีหน้าที่จะต้องให้โจทก์ตรวจสอบบัญชีและเอกสารนั้น หรือจงใจกลั่นแกล้งขัดขวางโจทก์มิให้จัดการมรดกของผู้ตาย เพียงแต่การปฏิเสธของจำเลยตามเอกสารดังกล่าวหาเป็นการละเมิดต่อโจทก์ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 609/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ธนาคารปฏิเสธให้ตรวจสอบบัญชีผู้ตาย ไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้จัดการมรดก หากไม่มีหน้าที่ตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่า ธนาคารจำเลยทำละเมิดโดยจงใจกลั่นแกล้งขัดขวางไม่ให้โจทก์จัดการมรดกของผู้ตาย และร่วมกับบุคคลอื่นปิดบังรายละเอียดในบัญชีเงินฝากของผู้ตายเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ แต่ข้อเท็จจริงได้ความเพียงว่าจำเลยปฏิเสธไม่ให้โจทก์ตรวจสอบบัญชีและถ่ายเอกสาร ดังคำปฏิเสธที่จำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบมีข้อความว่า "ธนาคารไม่อาจให้ท่านตรวจสอบบัญชีกระแสรายวันและถ่ายเอกสารดังกล่าวได้ เพราะเป็นระเบียบที่ธนาคารถือเป็นหลักปฏิบัติว่า ต้องรักษาสมุดเอกสารดังกล่าวไว้เป็นความลับ มิฉะนั้นแล้วธนาคารอาจถูกฟ้องให้รับผิดทางอาญาได้" เมื่อโจทก์มิได้สืบพยานให้เห็นว่า จำเลยมีหน้าที่จะต้องให้โจทก์ตรวจสอบบัญชีและเอกสารนั้น หรือจงใจกลั่นแกล้งขัดขวางโจทก์มิให้จัดการมรดกของผู้ตายเพียงแต่การปฏิเสธของจำเลยตามเอกสารดังกล่าวหาเป็นการละเมิดต่อโจทก์ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 605/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการบังคับตามสัญญา – โจทก์ฟ้องเฉพาะค่าปรับตามสัญญา ข้อ 8 ศาลอุทธรณ์พิพากษาเกินกว่าที่ฟ้อง
โจทก์ฟ้องมุ่งขอบังคับตามสัญญาข้อ 8 คือ ค่าปรับร้อยละ 5 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้ส่งให้โจทก์ตามสัญญาเพียงกรณีเดียว มิได้ฟ้องขอบังคับเอาค่าเสียหายอย่างอื่นจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายอย่างอื่นแก่โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จึงเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าที่ฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตคำขอในฟ้องมรดก: ศาลอุทธรณ์ไม่อาจพิพากษาเกินคำขอ แม้ครอบครองร่วมกัน
โจทก์จำเลยครอบครองที่พิพาทร่วมกันตลอดมา แม้โจทก์จะฟ้องขอแบ่งมรดกที่พิพาทเกิน 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกตายคดีโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความ
คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ ขอส่วนแบ่งมรดกเพียง 1 ใน 5 ส่วน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้โจทก์ได้ส่วนแบ่งมรดก 1 ใน 2 ส่วนไม่ได้เพราะเกินคำขอในคำฟ้องของโจทก์(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 259/2506)
of 364