คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 142

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,639 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2460/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิพากษาคดีนอกเหนือคำฟ้อง: สัญญาเช่าผิดนัด vs. สัญญาเช่าหมดอายุ
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอ้างเหตุว่า สัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยเลิกกันแล้วเนื่องจากจำเลยผิดสัญญาเช่า มิได้อ้างเหตุว่า สัญญาเช่าครบกำหนดแล้ว การที่ศาลล่างพิพากษาขับไล่จำเลยโดยอาศัยเหตุที่ว่าขณะศาลตัดสิน สัญญาเช่าครบกำหนดแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิอยู่นั้นเป็นการพิพากษานอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2460/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิพากษานอกฟ้องในคดีขับไล่: ศาลต้องพิจารณาเฉพาะเหตุที่โจทก์ฟ้องเท่านั้น
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอ้างเหตุว่า สัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยเลิกกันแล้วเนื่องจากจำเลยผิดสัญญาเช่า มิได้อ้างเหตุว่า สัญญาว่าครบกำหนดแล้ว การที่ศาลล่างพิพากษาขับไล่จำเลยโดยอาศัยเหตุที่ว่าขณะศาลตัดสิน สัญญาเช่าครบกำหนดแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิอยู่นั้น เป็นการพิพากษานอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ไม่ชอบด้วยกฎหมายพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2337/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขับไล่และการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินของผู้อื่น แม้มิได้ขอในคำฟ้อง ศาลสั่งได้ตามความจำเป็น
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากบ้านและที่ดินของโจทก์ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินเป็นของโจทก์ แต่บ้านเป็นของจำเลย แม้คำขอท้ายฟ้องโจทก์มิได้ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรื้อบ้านออกไปจากที่พิพาท แต่การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยรื้อบ้านของจำเลยออกไปจากที่พิพาทนั้นก็ไม่เกินไปกว่าคำขอท้ายฟ้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 เพราะเมื่อโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่ในที่พิพาทต่อไปแล้วจำเลยจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกไม่ได้ทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยซึ่งอยู่ในที่พิพาทจำเลยต้องเอาออกไปให้พ้นที่พิพาทด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2277/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกู้ยืมเงินที่ยังไม่สมบูรณ์ การพิสูจน์การรับเงินเป็นสาระสำคัญ
จำเลยให้การว่าไม่ได้กู้และรับเงินตามเอกสารซึ่งโจทก์ให้จำเลยลงพิมพ์ลายนิ้วมือไว้ แล้วโจทก์กรอกข้อความเอาในภายหลัง จำเลยไม่ได้รับเงินจากโจทก์ จำเลยเชื่อกลฉ้อฉลของโจทก์ ดังนี้ เรื่องจำเลยไม่ได้รับเงินที่กู้ การกู้จึงไม่สมบูรณ์ตาม มาตรา 650 ไม่ใช่นอกประเด็น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาต่างตอบแทน & สิทธิเรียกร้องเช็ค: โจทก์ผิดสัญญาเช่าก่อน จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินจากเช็ค
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็ค จำเลยให้การว่าจำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้บุตรจำเลยนำไปชำระค่าโอนสิทธิการเช่าตึกแถวจากธ. ในฐานะส่วนตัวและในฐานะ ธ. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างโจทก์ แล้ว ธ. และโจทก์ผิดสัญญาไม่ขนย้ายออกไปและไม่มอบตึกแถวให้บุตรจำเลยตามกำหนด บุตรจำเลยจึงขอให้จำเลยแจ้งธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็คไว้ดังนี้ สัญญาโอนสิทธิการเช่าตามที่จำเลยให้การเป็นสัญญาต่างตอบแทน หากโจทก์ผิดสัญญาไม่ขนย้ายออกไปและไม่ส่งมอบตึกแถวให้บุตรจำเลย โจทก์ก็ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้บุตรจำเลยชำระหนี้ และไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยให้ใช้เงินตามเช็คพิพาทซึ่งออกเพื่อชำระหนี้ของบุตรจำเลยด้วย คำให้การจำเลยจึงเป็นการต่อสู้ว่าสิทธิของโจทก์ในฐานะผู้ทรงบกพร่องเพราะไม่อาจบังคับตามมูลหนี้ได้ และเมื่อศาลชั้นต้นก็กำหนดประเด็นพิพาทไว้ว่า เช็คมีมูลหนี้หรือไม่คดีจึงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าโจทก์ผิดสัญญาหรือไม่
ธ. ในฐานะส่วนตัวและในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของโจทก์ทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าตึกแถวกับบุตรจำเลย ธ. ยอมรับเช็คพิพาทสั่งจ่ายวันที่ 15 มิถุนายน 2515 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ ธ. และโจทก์ต้องขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถวแสดงว่าคู่สัญญาตกลงจะปฏิบัติชำระหนี้ตอบแทนกันในวันเดียวกัน การที่สัญญามีข้อความว่า "และผู้รับเงินได้รับเงินจำนวนนี้ไปเป็นการถูกต้องและเรียบร้อยแล้วในวันทำสัญญานี้" คงมุ่งหมายเพียงให้เป็นหลักฐานว่า ธ. และโจทก์ได้รับเช็คเป็นการชำระค่าตอบแทนไปแล้ว หาได้หมายความว่าบุตรจำเลยต้องชำระหนี้เป็นตัวเงินตอบแทนก่อน แล้ว ธ. และโจทก์จึงจะต้องขนย้ายออกไปจากตึกแถวไม่ เมื่อ ธ.และโจทก์ไม่ขนย้ายออกไปจากตึกแถวภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2515 จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา และไม่มีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยให้ใช้เงินตามเช็คพิพาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1662/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิครอบครองที่ดิน: ศาลพิพากษาได้แม้ไม่ได้อ้างกรรมสิทธิ์โดยตรง
คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ที่ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมืองเปล่าตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นของ โจทก์นั้น หาได้มุ่งถึงกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ไม่ และศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1662/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิครอบครองที่ดิน: ศาลพิพากษาได้แม้ไม่ได้อ้างกรรมสิทธิ์
คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ที่ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นของโจทก์นั้น หาได้มุ่งถึงกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ไม่ และศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1590/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดของผู้รับประกันภัยต้องพิจารณาจากความรับผิดของผู้เอาประกันภัย หากข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับความรับผิดของผู้เอาประกันภัยไม่เป็นไปตามฟ้อง ผู้รับประกันภัยก็ไม่ต้องรับผิด
ฟ้องบรรยายว่าลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ชนรถโจทก์โดยประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของรถซึ่งเอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 2 ได้ความว่ารถเป็นของคนอื่นเอาประกันภัยค้ำจุนไว้ ไม่ใช่ของจำเลยที่ 1 เอาประกันภัย ข้อที่ว่าเจ้าของรถซึ่งไม่ใช่จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยจึงต้องรับผิดด้วย เป็นนอกประเด็น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1431/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในที่ดิน: แม้ที่ดินอยู่ในหนังสือรับรอง แต่โจทก์มีสิทธิขอเพิกถอนเฉพาะส่วนที่เป็นของตนได้
แม้ศาลจะพิพากษาแล้วว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และเป็นที่ดินที่รวมอยู่ในที่ดินตามหนังสือรังรองการทำประโยชน์ของจำเลยก็ตาม จำเลยก็ไม่มีหน้าที่อย่างใดที่จะต้องไปจัดการโอนที่พิพาทให้เป็นของโจทก์ หากที่พิพาทยังมีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของในหนังสือรับรองการทำประโยชน์อยู่ โจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยเฉพาะส่วนที่ออกทับที่พิพาท ซึ่งเป็นของโจทก์เท่านั้น
การที่โจทก์ขอให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกให้ก็พอจะแปลความหมายได้ว่าโจทก์ต้องการที่ดินกลับคืนมาเป็นของโจทก์ แต่เมื่อศาลเห็นว่าไม่สามารถจะบังคับให้ได้ตามคำขอ คงบังคับได้แต่เพียงให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์เฉพาะส่วน ศาลก็ชอบที่จะพิพากษาเช่นนั้นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1431/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แม้ที่ดินอยู่ใน นส.3ก ของจำเลย แต่โจทก์มีสิทธิขอเพิกถอนส่วนที่ทับที่ดินของตนได้
แม้ศาลจะพิพากษาแล้วว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์และเป็นที่ดินที่รวมอยู่ในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยก็ตามจำเลยก็ไม่มีหน้าที่อย่างใดที่จะต้องไปจัดการโอนที่พิพาทให้เป็นของโจทก์ หากที่พิพาทยังมีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของในหนังสือรับรองการทำประโยชน์อยู่ โจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยเฉพาะส่วนที่ออกทับที่พิพาทซึ่งเป็นของโจทก์เท่านั้น
การที่โจทก์ขอให้จดทะเบียนแบ่งแยกให้ก็พอจะแปลความหมายได้ว่าโจทก์ต้องการที่ดินกลับคืนมาเป็นของโจทก์ แต่เมื่อศาลเห็นว่าไม่สามารถจะบังคับให้ได้ตามคำขอ คงบังคับได้แต่เพียงให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์เฉพาะส่วน ศาลก็ชอบที่จะพิพากษาเช่นนั้นได้
of 364