พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,639 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1185/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับคดีดอกเบี้ยค่าทดแทน: ศาลยืนตามคำพิพากษาเดิมหากศาลอุทธรณ์ไม่ได้แก้ไข
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทดแทนพร้อมทั้งดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะค่าทดแทน โดยมิได้กล่าวถึงดอกเบี้ยนั้น ย่อมหมายความว่า ศาลอุทธรณ์มิได้แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในเรื่องดอกเบี้ย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1072/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะขายที่ดินที่มีเจ้าของร่วม สัญญาไม่เป็นโมฆะแต่บังคับโอนทั้งหมดไม่ได้ การครอบครองเป็นแทนเจ้าของ
โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทให้โจทก์ตามสัญญาซื้อขาย จำเลยที่ 2 ร้องสอดขอเป็นจำเลยร่วมและต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว เมื่อทางพิจารณาฟังว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นเจ้าของร่วมกัน ดังนี้ ไม่เป็นคำวินิจฉัยนอกประเด็น
สัญญาจะขายที่ดินที่มีเจ้าของร่วมโดยเจ้าของร่วมทุกคนไม่รู้เห็นยินยอมด้วย สัญญานั้นไม่เป็นโมฆะเป็นแต่เพียงผู้ซื้อจะบังคับผู้ขายให้โอนขายไม่ได้
ผู้จะขายจะมอบที่ให้ผู้จะซื้อเข้าครอบครองสัญญาจะไปโอนกรรมสิทธิ์ในภายหลังนั้น ถือว่าผู้จะซื้อครอบครองแทนผู้จะขายเท่านั้น (อ้างฎีกาที่ 1232/2491)
สัญญาจะขายที่ดินที่มีเจ้าของร่วมโดยเจ้าของร่วมทุกคนไม่รู้เห็นยินยอมด้วย สัญญานั้นไม่เป็นโมฆะเป็นแต่เพียงผู้ซื้อจะบังคับผู้ขายให้โอนขายไม่ได้
ผู้จะขายจะมอบที่ให้ผู้จะซื้อเข้าครอบครองสัญญาจะไปโอนกรรมสิทธิ์ในภายหลังนั้น ถือว่าผู้จะซื้อครอบครองแทนผู้จะขายเท่านั้น (อ้างฎีกาที่ 1232/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1072/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะขายที่ดินของเจ้าของร่วม การยินยอมของผู้ถือครองร่วม และการครอบครองแทน
โจทย์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิในที่พิพาทให้โจทก์ตามสัญญาซื้อขาย จำเลยที่ 2 ร้องสอดขอเป็นจำเลยร่วมและต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว เมื่อทางพิจารณาฟังจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นเจ้าร่วมกันดังนี้ ไม่เป็นคำวินิจฉัยนอกประเด็น
สัญญาจะขายที่ดินที่มีเจ้าของร่วมโดยเจ้าของร่วมทุกคนไม่รู้เห็นยินยอมด้วยสัญญานั้นไม่เป็นโมฆะเป็นแต่เพียงผู้ซื้อจะบังคับผู้ขายให้โอนขายไม่ได้
ผู้จะขายมอบที่ให้ผู้จะซื้อเข้าครอบครองสัญญาจะไปโอนกรรมสิทธิในภายหลัง นั้นถือว่าผู้จะซื้อครอบครองแทนผู้จะขายเท่านั้น ( อ้างฎีกาที่ 1232/2491 )
สัญญาจะขายที่ดินที่มีเจ้าของร่วมโดยเจ้าของร่วมทุกคนไม่รู้เห็นยินยอมด้วยสัญญานั้นไม่เป็นโมฆะเป็นแต่เพียงผู้ซื้อจะบังคับผู้ขายให้โอนขายไม่ได้
ผู้จะขายมอบที่ให้ผู้จะซื้อเข้าครอบครองสัญญาจะไปโอนกรรมสิทธิในภายหลัง นั้นถือว่าผู้จะซื้อครอบครองแทนผู้จะขายเท่านั้น ( อ้างฎีกาที่ 1232/2491 )
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 961/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การที่ศาลพิพากษานอกเหนือคำขอ และอายุความที่ไม่ได้รับการยกขึ้นต่อสู้ในชั้นศาล
คู่ความฎีกาว่าศาลพิพากษาเกินจากคำขอของโจทก์ แต่มิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นศาลอุทธรณ์ในชั้นฎีกาแม้โจทก์จะอ้างว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ดี เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในข้อนี้ ศาลฎีกาก็อาจเห็นว่าคดีไม่มีเหตุอันสมควรที่จะยกขึ้นวินิจฉัยแก้ไข คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อนี้ได้
เรื่องอายุความนั้น ถ้าหากมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ตั้งแต่ศาลชั้นต้นแล้ว ศาลจะอ้างเอามาเป็นเหตุยกฟ้องหาได้ไม่
เรื่องอายุความนั้น ถ้าหากมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ตั้งแต่ศาลชั้นต้นแล้ว ศาลจะอ้างเอามาเป็นเหตุยกฟ้องหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 961/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การที่ศาลพิพากษาเกินคำขอและอายุความที่ไม่ได้รับการยกขึ้นต่อสู้ในชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับพิจารณา
คู่ความฎีกาว่าศาลพิพากษาเกินจากคำขอของโจทก์แต่มิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นศาลอุทธรณ์ในชั้นฎีกาแม้โจทก์จะอ้างว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ดี เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในข้อนี้ศาลฎีกาก็อาจเห็นว่าคดีไม่มีเหตุอันสมควรที่จะยกขึ้นวินิจฉัยแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อนี้ได้
เรื่องอายุความนั้น ถ้าหากมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ตั้งแต่ศาลชั้นต้นแล้วศาลจะอ้างเอามาเป็นเหตุยกฟ้องหาได้ไม่
เรื่องอายุความนั้น ถ้าหากมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ตั้งแต่ศาลชั้นต้นแล้วศาลจะอ้างเอามาเป็นเหตุยกฟ้องหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการวินิจฉัยคดีมรดก: ศาลต้องวินิจฉัยเฉพาะประเด็นที่คู่ความยกขึ้นเท่านั้น
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกโดยอ้างว่าเป็นบุตรอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกเช่นนี้ ศาลย่อมจะวินิจฉัยไปถึงว่า โจทก์เป็นบุตรที่บิดาได้รับรองแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1627 จึงมีสิทธิได้รับมรดกตาม มาตรา1533 ด้วยไม่ได้ เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อต่อสู้แห่งคดี
คำสั่งศาลว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย นั้นมีผลตั้งแต่วันที่คดีถึงที่สุดแต่ทรัพย์มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทในทันทีที่เจ้ามรดกตายฉะนั้นเมื่อศาลสั่งว่าโจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายภายหลังเจ้ามรดกตายแล้วจึงไม่มีทรัพย์มรดกเหลืออยู่ โจทก์ไม่มีทางได้รับส่วนแบ่ง
คำสั่งศาลว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย นั้นมีผลตั้งแต่วันที่คดีถึงที่สุดแต่ทรัพย์มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทในทันทีที่เจ้ามรดกตายฉะนั้นเมื่อศาลสั่งว่าโจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายภายหลังเจ้ามรดกตายแล้วจึงไม่มีทรัพย์มรดกเหลืออยู่ โจทก์ไม่มีทางได้รับส่วนแบ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาทเรื่องสิทธิในมรดกและการตกได้ซึ่งทรัพย์มรดกเมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย
โจทย์ฟ้องขอแบ่งมรดกโดยอ้างว่าเป็นบุตรอันชอบด้วย ก.ม.ของเจ้ามรดกเช่นนี้ศาลย่อมจะวินิจฉัยไปถึงโจทก์เป็นบุตรที่บิดาได้รับรองแล้วตาม ป.พ.พ.ม. 1627 จึงมีสิทธิได้รับมรดกตาม ม.1533 ด้วยไม่ได้ เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อต่อสู้แห่งคดี
คำสั่งศาลว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วย ก.ม.นั้นมีผลตั้งแต่วันที่คดีถึงที่สุด แต่ทรัพย์มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทในทันทีที่เจ้ามรดกดตาย ฉะนั้นเมื่อศาลสั่งว่าโจทก์เป็นบุตร์โดยชอบด้วย ก.ม.ภายหลังเจ้ามรดกตายแล้ว จึงไม่มีทรัพย์มรดกเหลืออยู่ โจทก์ไม่มีทางได้รับส่วนแบ่ง
คำสั่งศาลว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วย ก.ม.นั้นมีผลตั้งแต่วันที่คดีถึงที่สุด แต่ทรัพย์มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทในทันทีที่เจ้ามรดกดตาย ฉะนั้นเมื่อศาลสั่งว่าโจทก์เป็นบุตร์โดยชอบด้วย ก.ม.ภายหลังเจ้ามรดกตายแล้ว จึงไม่มีทรัพย์มรดกเหลืออยู่ โจทก์ไม่มีทางได้รับส่วนแบ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 833/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การวินิจฉัยนอกประเด็นฟ้อง ศาลต้องพิจารณาเฉพาะประเด็นที่โจทก์ขอให้วินิจฉัยเท่านั้น
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยละเมิดเข้ามาตัดฟันต้นสาคูและใบจากในที่ดินของโจทก์ขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ และเรียกค่าเสียหาย ทางพิจารณาได้ความว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์จะมีกรรมสิทธิไม่ได้ดังนั้นศาลจะวินิจฉัยว่าต้นสาคูที่ปลูกอยู่ทางฝั่งใต้ของที่พิพาทเป็นของโจทก์และฝั่งเหนือเป็นของจำเลยแล้วพิพากษาห้ามจำเลยกับบริวารมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องทางฝั่งใต้จึงเป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น เพราะโจทก์มิได้มีคำขอเช่นนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 833/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องละเมิดตัดต้นไม้ในที่ดินสาธารณะ ศาลต้องวินิจฉัยเฉพาะประเด็นที่ฟ้องขอเท่านั้น การวินิจฉัยนอกประเด็นเป็นเหตุให้ต้องยกฟ้อง
โจทย์ฟ้องหาว่าจำเลยละเมิดเข้ามาตัดฟันต้นสาคูและใบจากในที่ดินของโจทก์ขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ และเรียกค่าเสียหาย ทางพิจารณาได้ความว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์จะมีกรรมสิทธิไม่ได้ ดังนั้นศาลจะวินิจฉัยว่าต้นสาคูที่ปลูกอยู่ทางฝั่งใต้ของที่พิพาทเป็นของโจทก์และฝั่งเหนือเป็นของจำเลยแล้วพิพากษาห้ามจำเลยกับบริวารมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องทางฝั่งใต้ จึงเป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น เพราะโจทก์มิได้มีคำขอเช่นนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการฟ้องร้องคดีสัญชาติ: ศาลมีอำนาจวินิจฉัยแม้ไม่ใช่คดีพิพาทโดยตรง
ผู้ร้องจะร้องขอให้ศาลแสดงว่าผู้ร้องมีสัญชาติไทยอย่างคดีไม่มีข้อพิพาทไม่ได้เพราะมิใช่เป็นเรื่องที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล(อ้างฎีกาที่ 1317/2495)
สิทธินำคดีมาร้องฟ้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลย่อมยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
สิทธินำคดีมาร้องฟ้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลย่อมยกขึ้นวินิจฉัยเองได้