คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 142

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,639 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความละเมิด: การฟ้องคดีล่าช้าเกิน 1 ปีนับแต่วันรู้ถึงการละเมิดและตัวผู้กระทำ
โจทย์ฟ้องบรรยายกล่าวว่าจำเลยกระทำการโดยประมาทเลินเล่อปราศจากความระมัดระวัง มิได้ปฏิบัติตามระเบียบหน้าที่และคำสั่ง อันเป็นการมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้อยู่ในบังคับบัญชาของจำเลยยักยอกเงินของทางราชการไป ทำให้โจทก์เสียหาย อันเป็นการแสดงชัดว่า โจทก์ขอให้จำเลยรับผิดฐานละเมิดตามป.ม.แพ่งฯมาตรา 420 ฉะนั้นเมื่อปรากฎว่าโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยภายหลัง 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์ทราบถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ละเมิดแล้ว ก็ต้องถือว่าคดีขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 221/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายเมื่อกรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือไปแล้ว ศาลยกฟ้องเนื่องจากไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณา
โจทย์ฟ้องคดีในฐานะเป็นผู้จัดการมรดก มีคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินระหว่างผู้จัดการมรดกคนเก่ากับจำเลย และให้แก้ชื่อหลังโฉนดเป็นชื่อโจทก์ในฐานะเป็นผู้จัดการมรดก แต่ปรากฎว่าในขณะนั้นที่ดินไม่ได้เป็นของจำเลยแล้ว เพราะได้จดทะเบียนโอนต่อไปยังคนภายนอกแล้ว กรรมสิทธิที่ดินไม่ได้คงอยู่กับจำเลย อันศาลอาจพิจารณาพิพากษาให้เพิกถอนเสียได้ คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ดังกล่าวจึงไม่มีข้อที่ศาลจะพึงพิจารณาพิพากษาในเวลานั้น ศาลจึงต้องพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 221/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายเมื่อกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้โอนไปยังบุคคลอื่นแล้ว ศาลยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องคดีในฐานะเป็นผู้จัดการมรดก มีคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินระหว่างผู้จัดการมรดกคนเก่ากับจำเลยและให้แก้ชื่อหลังโฉนดเป็นชื่อโจทก์ในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกแต่ปรากฏว่าในขณะนั้นที่ดินไม่ได้เป็นของจำเลยแล้วเพราะได้จดทะเบียนโอนต่อไปยังคนภายนอกแล้วกรรมสิทธิที่ดินไม่ได้คงอยู่กับจำเลยอันศาลอาจพิจารณาพิพากษาให้เพิกถอนเสียได้ คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ดังกล่าวจึงไม่มีข้อที่ศาลจะพึงพิจารณาพิพากษาในเวลานั้นศาลจึงต้องพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มเติมคำร้องขัดทรัพย์นอกกรอบประเด็นเดิม ศาลไม่รับฟังเป็นเหตุหักล้างข้อกล่าวอ้างของโจทก์
ผู้ร้อง ร้องขัดทรัพย์ว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์ ได้รับมรดกมาแต่ผู้เดียว
โจทก์ให้การแก้ว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลยด้วยครึ่งหนึ่งโดยจำเลยเป็นน้องผู้ร้อง และผู้ร้องกับจำเลยทำสัญญาแบ่งมรดกกันคน ละครึ่ง
ภายหลังวันชี้สองสถานแล้วผู้ร้องขอเพิ่มเติมคำร้องขัดทรัพย์ว่า หลังจากทำสัญญาแบ่งทรัพย์กับจำเลยแล้วจำเลยได้มาขอเงินจากผู้ร้องไปจำนวนหนึ่ง แล้วทำสัญญาไม่ขอเกี่ยวข้องกับทรัพย์พิพาท อีกต่อไป สัญญาแบ่งทรัพย์จึงไม่ผูกพันต่อไปแต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมคำร้องขัดทรัพย์ได้ ดังนี้ ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิจะนำสืบตามที่อ้างขึ้นมาใหม่ เพราะเมื่อข้ออ้างใหม่ศาลไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมจึง ไม่มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาจะถือว่าเป็นการสืบหักล้างข้อกล่าว อ้างของโจทก์ ที่กล่าวอ้างไว้ในคำให้การไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มเติมคำร้องขัดทรัพย์หลังศาลไม่อนุญาต และผลกระทบต่อการนำสืบพยานหลักฐาน
ผู้ร้อง ร้องขัอทรัพย์ว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์ ได้รับมรดกมาแต่ผู้เดียว
โจทก์ให้การแก้ว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลยด้วยครึ่งหนึ่ง โดยจำเลยเป็นน้องผู้ร้อง และผู้ร้องกับจำเลยทำสัญญาแบ่งมรดกกันคนละครึ่ง
ภายหลังวันชี้สองสถานแล้ว ผู้ร้องขอเพิ่มเติมคำร้องขัดทรัพย์ว่าหลังจากทำสัญญาแบ่งทรัพย์กับจำเลยแล้ว จำเลยได้มาขอเงินจากผู้ร้องไปจำนวนหนึ่ง แล้วทำสัญญาไม่ขอเกี่ยวข้องกับทรัพย์พิพาทอีกต่อไป แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมคำร้องขัดทรัพย์ได้ ดังนี้ ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิจะนำสืบตามที่อ้างขึ้นมาใหม่ เพราะเมื่อข้ออ้างใหม่ศาลไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องพิจารณา จะถือว่าเป็นการสืบหักล้างข้อกล่าวอ้างของโจทก์ ที่กล่าวอ้างไว้ในคำให้การไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิจำเลยในการหักล้างหลักฐานในคดีอาญาที่มีคำขอเรียกทรัพย์คืน แม้ปฏิเสธลอยๆ
คดีอาญา ซึ่งมีคำขอให้ใช้ทรัพย์รวมอยู่ด้วยนั้น แม้จำเลยให้การปฏิเสธลอย ๆ ว่าไม่ได้กระทำผิดดั่งฟ้อง จำเลยก็ย่อมมีสิทธิที่จะนำสืบหักล้างหลักฐานพยานโจทก์ ในข้อหาทางอาญาได้ว่าจำเลยไม่ได้ทำการยักยอกทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ จำเลยมีสิทธิหักล้างหลักฐานในคดีอาญาที่มีคำขอให้ใช้ทรัพย์ แม้ปฏิเสธลอยๆ ศาลต้องพิสูจน์การยักยอกทรัพย์
คดีอาญา ซึ่งมีคำขอให้ใช้ทรัพย์รวมอยู่ด้วยนั้น แม้จำเลยให้การปฏิเสธลอยๆ ว่าไม่ได้กระทำผิดดั่งฟ้องจำเลยก็ย่อมมีสิทธิที่จะนำสืบหักล้างหลักฐานพยานโจทก์ในข้อหาทางอาญาได้ว่าจำเลยไม่ได้ทำการยักยอกทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 134/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำสืบไม่ตรงประเด็นฟ้อง ทำให้โจทก์ไม่ชนะคดี
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทจากจำเลย บัดนี้จำเลยกลับเอาที่พิพาทไปขายคนอื่นจึงขอให้ทำลายนิติกรรมซื้อขายนั้นเสียแต่นำสืบว่าโจทก์ช่วยออกเงินให้จำเลยซื้อที่ดินมาจากลูกสะใภ้ แล้วจำเลยแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ครอบครองเช่นนี้ เป็นเรื่องนำสืบไม่ตรงกับประเด็นในฟ้อง โจทก์จึงไม่ควรชนะคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 134/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำสืบไม่ตรงประเด็นฟ้อง ทำให้โจทก์ไม่ชนะคดี
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทจากจำเลย บัดนี้จำเลยกลับเอาที่พิพาทไปขายคนอื่นจึงขอให้ทำลายนิติกรรมซื้อขายนั้นเสีย แต่นำสืบว่าโจทก์ช่วยออกเงินให้จำเลยซื้อที่ดินมาจากลูกสะใภ้ แล้วจำเลยแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ครอบครอง เช่นนี้ เป็นเรื่องนำสืบไม่ตรงกับประเด็นในฟ้อง โจทก์จึงไม่ควรชนะคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1135/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าของร่วมขายที่ดินโดยไม่ได้รับความยินยอม สัญญาผูกพันเฉพาะส่วนของตน
เจ้าของร่วมเพียงคนเดียวไปทำสัญญาจะขายที่ดินให้แก่เขาหมดทั้งแปลงโดยมิได้รับความยินยอมจากเจ้าของร่วมคนอื่นๆนั้น สัญญาจะซื้อขายนั้นย่อมผูกพันเฉพาะส่วนของเจ้าของร่วมผู้ทำสัญญาจะขายเท่านั้น ไม่ผูกพันส่วนของเจ้าของร่วมคนอื่นด้วย
ฟ้องขอให้จำเลยโอนที่ดินให้ทั้งแปลงตามสัญญา เมื่อปรากฏว่าที่ดินนั้นมีผู้อื่นเป็นเจ้าของร่วมด้วยอีกหลายคน จะให้โอนทั้งแปลงไม่ได้ได้แต่โอนเฉพาะส่วนของจำเลยเท่านั้น ดังนี้ เมื่อคดีไม่ปรากฏว่าส่วนของจำเลยมีอยู่เท่าใด ศาลก็จะพิพากษาให้แบ่งไป ไม่ได้ ได้แต่พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์เสียเท่านั้นแต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องร้องว่ากล่าวเป็นเรื่องใหม่
of 364