คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 142

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,639 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการครอบครองบนที่ดินเช่า: การขับไล่จำเลยที่ 1 และสิทธิการอยู่อาศัยของผู้เช่าเรือน
จำเลยที่ 1 เช่าที่ดินของโจทก์ซึ่งมีเรือนปลูกอยู่ แต่ปรากฎว่าเรือนที่ปลูกไม่ใช่ของจำเลยที่ 1 เป็นของผู้มีชื่อ และจำ เลยที่ 2 - 3 เป็นผู้เช่าเรือนพิพาทอยู่จากเจ้าของเรือน ครั้นหมดสัญญาเช่าที่ดินแล้ว โจทก์บอกเลิกการเช่ากับจำเลย ที่ 1 ให้จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 - 3 ออกจากที่ และรื้อเรือนพิพาทไป ดังนี้ ศาลย่อมพิพากษาขับไล่ตัวจำเลยที่ 1 ออก จากที่พิพาทไปได้ แต่จะรื้อเรือนพิพาทออกไปด้วยย่อมไม่ได้ เพราะเป็นเรือนของผู้อื่น ซึ่งโจทก์มิได้ฟ้องผู้นั้นด้วย จึงยังไม่มีใครชี้ว่าเจ้าของเรือนพิพาทมีอนาจที่จะคงปลูกเรือนพิพาทอยู่ในที่ของโจทก์หรือไม่ และจะบังคับให้จำเลย ที่ 2 - 3 ซึ่งเป็นผู้เช่าเรือนพิพาทจากเจ้าของเรือนให้ออกไปจากเรือน ก็ไม่ได้ด้วย./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 730/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อพิพาทเรื่องหุ้นส่วนและการชำระหนี้เงินค่าหุ้น โดยประเด็นหลักอยู่ที่การชำระเงินครบถ้วนหรือไม่
โจทก์ฟ้องว่า ได้เข้าหุ้นทำป่าไม้กับจำเลยเป็นเงิน10,000 บาทต่อมาสามีโจทก์บอกล้างนิติกรรมเข้าหุ้นรายนี้และโจทก์ขอคืนเงินค่าหุ้นจำเลยยอมคืนและผ่อนชำระแล้ว 1,500 บาท ที่เหลือ 8,500 บาทขอผัดชำระวันหลังแล้วในที่สุดไม่ยอมชำระจึงขอให้ศาลบังคับ
จำเลยปฏิเสธว่าสามีโจทก์มิได้บอกล้างนิติกรรมเข้าหุ้นส่วน แต่รับว่าได้คืนเงินค่าหุ้นให้ 1,500 บาทจริงเพราะสำคัญผิด คิดว่ามีอำนาจคืนได้โดยไม่ต้องให้หุ้นส่วนทั้งหมดยินยอม ดังนี้ ประเด็นในข้อที่สามีโจทก์บอกล้างนิติกรรมหรือไม่ไม่ใช่ข้อแพ้ชนะ ประเด็นคงมีเพียงว่าจำเลยได้ชำระเงินให้โจทก์ครบถ้วนแล้วหรือยัง เท่านั้นข้อที่จำเลยต่อสู้ว่ายอมให้โจทก์ถอนหุ้นโดยสำคัญผิดเพราะที่ถูกจะต้องได้รับความยินยอมจากหุ้นส่วนทุกคนก่อนนั้น ก็ไม่จำต้องพิจารณาถึง เพราะการที่จำเลยยอมให้โจทก์ถอนหุ้นเช่นเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลย ไม่ใช่เรื่องของหุ้นส่วน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 730/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อพิพาทหุ้นส่วนจำกัด: การชำระหนี้ค่าหุ้นและการถอนหุ้นโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากหุ้นส่วนอื่น
โจทก์ฟ้องว่า ได้เข้าหุ้นทำป่าไม้กับจำเลยเป็นเงิน 10000 บาท ต่อมาสามีดจทก์บอกล้างนิติกรรมเข้าหุ้นรายนี้ และดจทก์ขอคืนเงินค่าหุ้น จำเลยยอมคืนและผ่อนชำระแล้ว 1500 บาท ที่เหลือ 8500 บาท ขอผัดชำระวันหลังแล้ว ในที่สุดไม่ยอมชำระจึงขอให้ศาลบังคับ.
จำเลยปฏิเสธว่าสามีโจทก์มิได้บอกล้างนิติกรรมเข้าหุ้นส่วน แต่รับว่าได้คืนเงินค่าหุ้นให้ 1500 บาทจริง เพราะสำคัญ ผิด คิดว่ามีอำนาจคืนได้โดยไม่ต้องให้หุ้นส่วนทั้งหมดยินยอม ดังนี้ ประเด็นในข้อท่สามีโจทก์บอกล้างนิติกรรมหรือ ไม่ ไม่ใช่ข้อแพ้ชนะ ประเด็นคงมีเพียงจำเลยได้ชำระเงินให้โจทก์ครบถ้วนแล้วหรือยัง เท่านั้น ข้อที่จำเลยต่อสู้ว่า ยอมให้โจทก์ถอนหุ้น โดยสำคัญผิดเพราะที่ถูกจะต้องได้รับความยินยอมจากหุ้นส่วนทุกคนก่อนนั้น ก็ไม่จำต้อง พิจารณาถึง เพราะการที่จำเลยยอมให้ดจทก์ถอนหุ้นเช่นเรื่องนี้ เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลย ไม่ใช่เรื่องของ หุ้นส่วน./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการวินิจฉัยตามประเด็นที่ตกลงกัน: การพิพากษาต้องเป็นไปตามประเด็นที่คู่ความตกลงกันเท่านั้น
โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยจับจองทับที่ของโจทก์ขอให้เพิกถอนการจับจองจำเลยต่อสู้ว่า ที่ที่จับจองเป็นที่ว่างเปล่าในที่สุดได้ตกลงท้ากันให้ศาลไปดูและวินิจฉัยเจาะจงข้อเถียงว่าถ้าที่พิพาทเป็นที่ซึ่งปลูกพืชผลธัญชาติ ก็ให้โจทก์ชนะคดีถ้าที่พิพาทเป็นที่รกร้างว่างเปล่าไม่ได้ปลูกพืชผลธัญชาติอะไรไปเลยให้จำเลยชนะคดี ดังนี้ เมื่อศาลไปดูแล้วปรากฏว่าที่พิพาทมีสภาพเป็นที่ซึ่งปลูกพืชผลธัญชาติสมจริงแล้วแม้จะมิได้ปลูกเต็มเนื้อที่พิพาท ก็ต้องให้โจทก์ชนะคดีได้ที่พิพาททั้งหมดจะแบ่งให้โจทก์ได้เฉพาะตอนที่ปลูกพืชผล ส่วนตอนที่ไม่ได้ปลูกให้ได้แก่จำเลยนั้นไม่ถูกต้องเพราะมิได้อยู่ในขอบข่ายแห่งประเด็นข้อท้าเป็นการนอกประเด็น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 509/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งมรดก: ทรัพย์สินที่จำเลยอ้างเป็นของตน หากศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นมรดก จะแบ่งเฉพาะผู้ที่อุทธรณ์เท่านั้น
ในคดีที่โจทก์หลายคนฟ้องจำเลย ขอให้แบ่งมรดก จำเลยต่อสู้ว่าเป็นทรัพย์ของจำเลย ไม่ใช่มรดก เมื่อศาลชั้นต้น ฟังว่าทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยไม่ใช่มรดก จึงพิพากษาไม่ใช่แบ่งนั้น ถ้าโจทก์บางคนอุทธรณ์ขอให้แบ่งส่วนโจทก์บางคนไม่อุทธรณ์ ยินยอมตามคำพิพากษา ดังนี้ถ้าศาลอุทธรรณ์เห็นว่า ทรัพย์พิพาทตกเป็นมรดก อันจะต้องแบ่งให้ทายาทแล้วศาลอุทธรณ์ก็จะพิพากษาให้แบ่งเฉพาะโจทก์ที่อุทธรณ์ขึ้นมา เท่านั้นจะพิพากษาให้โจทก์ที่มิได้อุทธรณืขึ้นมาได้รับส่วนแบ่งด้วย ไม่ได้./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 509/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งมรดกเฉพาะส่วน ทายาทที่ไม่อุทธรณ์ไม่ได้รับส่วนแบ่ง
ในคดีที่โจทก์หลายคนฟ้องจำเลย ขอให้แบ่งมรดก จำเลยต่อสู้ว่าเป็นทรัพย์ของจำเลย ไม่ใช่มรดก เมื่อศาลชั้นต้นฟังว่าทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยไม่ใช่มรดกจึงพิพากษาไม่ให้แบ่งนั้นถ้าโจทก์บางคนอุทธรณ์ขอให้แบ่งส่วนโจทก์บางคนไม่อุทธรณ์ ยินยอมตามคำพิพากษาดังนี้ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าทรัพย์พิพาทตกเป็นมรดก อันจะต้องแบ่งให้ทายาทแล้วศาลอุทธรณ์ก็จะพิพากษาให้แบ่งเฉพาะโจทก์ที่อุทธรณ์ขึ้นมาเท่านั้นจะพิพากษาให้โจทก์ที่มิได้อุทธรณ์ขึ้นมาได้รับส่วนแบ่งด้วย ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 438/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกถอนสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน - การฟ้องคดีเฉพาะจำเลยผู้ทำสัญญา โดยไม่ฟ้องผู้รับโอน
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่า โจทก์เป็นทายาทโดยธรรม เป็นผู้รับมรดกที่ดินของบิดาโจทก์ ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้วและว่า ถ้าจำเลยได้ทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับผู้อื่นแล้ว ขอให้ทำลายเอกสารเสียด้วย แต่โจทก์มิได้ฟ้องผู้รับโอนที่ดินรายนั้นจากจำเลย เป็นจำเลยด้วยไม่ ดังนี้ แม้จะฟังข้อเท็จจริงว่าที่ดินนั้น เป็นของบิดา โจทก์ตกได้แก่โจทก์ ศาลก็ไม่ชอบที่จะพิพากษาให้เพิกถอนสัญญาโอน กรรมสิทธิ์อันเป็นผลเลยไปถึงบุคคลภายนอก ซึ่งมิได้เป็นคู่ความด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 438/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกถอนสัญญาโอนกรรมสิทธิที่ดินต้องมีคู่ความครบถ้วน การฟ้องไม่ครอบคลุมถึงผู้รับโอนทำให้ศาลไม่สามารถบังคับคดีถึงบุคคลภายนอกได้
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่า โจทก์เป็นทายาทโดยธรรม เป็นผู้รับมรดกที่ดินของบิดาโจทก์ ซึ่งถือแก่กรรมไปแล้ว
และว่า ถ้าจำเลยได้ทำสัญญาโอนกรรมสิทธิที่ดินให้กับผู้อื่นแล้ว ขอให้ทำลายเอกสารเสียด้วย แต่โจทก์มิได้ฟ้องผู้รับโอนที่ดินรายนั้นจากจำเลยเป็นจำเลยด้วยไม่ ดังนี้ แม้จะฟังข้อเท็จจริงว่าที่ดินนั้น เป็นของบิดาโจทก์ตกได้แก่โจกท์ ศาลก็ไม่ชอบที่จะพิพากษาให้เพิกถอนสัญญาโอนกรรมสิทธิอันเป็นผลเลยไปถึงบุคคลภายนอก ซึ่งมิได้เป็นคู่ความด้วย./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาท: สิทธิในที่ดินจากการครอบครอง vs. ใบเหยียบย่ำ
โจทก์ฟ้องว่า ได้รับใบเหยียบย่ำในที่พิพาทจำเลยบุกรุกแย่งถางป่า จึงขอให้ขับไล่จำเลย จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทมา 20 ปีแล้วดังนี้ประเด็นข้อโต้เถียงกัน คงมีเพียงว่า ที่พิพาทซึ่งโจทก์ได้รับใบเหยียบย่ำมานี้จำเลยได้ครอบครองอยู่ก่อนใบเหยียบย่ำของโจทก์ทับที่ที่จำเลยครอบครองจริงหรือไม่เท่านั้นส่วนข้อที่ว่าใบเหยียบย่ำของโจทก์ถูกอำเภอเพิกถอนหรือไม่ ถ้าเพิกถอนจะเป็นการชอบหรือไม่ อย่างไรนั้น ไม่มีประเด็นโต้เถียงกันฉะนั้นการที่ศาลไปวินิจฉัยว่า ใบเหยียบย่ำของโจทก์ถูกเพิกถอนเสียแล้ว สิทธิตามใบเหยียบย่ำของโจทก์ย่อมหมดไป จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 403/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิทายาทและการฟ้องคดีระหว่างผู้จัดการมรดกกับทายาทอื่น
ทายาทของผู้ตายฟ้องผู้จัดการมรดกของผู้ตายขอให้ศาลแสดงว่าตนเป็นทายาทของผู้ตาย และมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายแต่ผู้เดียวนั้นเมื่อปรากฏในคำฟ้องว่า จำเลยไปร้องขอรับมรดกที่ดินมรดกโดยแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่า ผู้ตายไม่มีทายาทอื่นดังนี้เป็นเรื่องที่ทายาทขอให้แสดงสิทธิเท่านั้น จึงไม่เป็นการขัดต่อการจัดการมรดกแต่อย่างใดฉะนั้นแม้ขณะนั้นจำเลยจะเป็นผู้จัดการมรดกโดยศาลตั้งทายาทผู้นั้นก็ยังฟ้องได้ และศาลก็จะพิพากษาเพียงแสดงว่าโจทก์เป็นทายาทของผู้ตายเท่านั้นส่วนจะเป็นทายาทแต่คนเดียวหรือไม่นั้น ไม่ชี้ขาดเพราะเป็นการพิพาทกันระห่างโจทก์ กับจำเลยซึ่งไปอ้างต่อเจ้าพนักงานว่าไม่มีทายาทอื่น นอกจากจำเลยเท่านั้น
of 364