คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 142

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,639 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องของผู้จัดการมรดก: การแต่งตั้งตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องอ้างสิทธิว่าโจทก์เป็นผู้จัดการทรัพย์มรดกของน้องชายโจทก์ ไม่ได้กล่าวอ้างว่า โจทก์เป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกน้องชายอย่างไร เมื่อมิได้ความว่าน้องชายได้แต่งตั้งให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรมหรือโจทก์ได้รับแต่งตั้งจากศาลแล้ว โจทก์ก็ไม่ใช่เป็นผู้จัดการทรัพย์มรดกของน้องชายโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1076/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องขับไล่ผู้ที่อยู่ร่วมกับผู้เช่า: กรณีแม่ของผู้เช่า ศาลยกฟ้องเนื่องจากไม่มีละเมิดสิทธิ
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากบ้านเช่าของโจทก์โดยอ้างว่า จำเลยอยู่โดยไม่มีสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งเป็นการละเมิดต่อโจทก์
จำเลยต่อสู้ว่า เป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่า ดังนี้ เมื่อโจทก์แถลงรับว่าความจริงจำเลยเป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ร่วมกับผู้เช่าในบ้านนี้ตั้งแต่เดิมมาภายหลังผู้เช่า ไม่มีตัวอยู่ในบ้านนี้โจทก์จึงบอกเลิกการเช่าแต่ไม่มีผู้ใดรับหนังสือบอกเลิกการเช่าไว้ดังนี้ คดีย่อมฟังได้ว่าไม่มีการละเมิดสิทธิโจทก์แต่อย่างใด ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1076/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการอยู่อาศัยตามสัญญาเช่าเดิมของผู้เช่าเดิมและมารดา การฟ้องละเมิดไม่มีสิทธิ
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากบ้านเช่าของโจทก์อ้างว่า จำเลยอยู่โดยไม่มีสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งเป็นการละเมิดต่อโจทก์
จำเลยต่อสู้ว่า เป็นมารดกของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่า ดังนี้ เมื่อโจทก์แถลงรับว่าความจริงจำเลยเป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ร่วมกับผู้เช่าในบ้านนี้ตั้งแต่เดิมมา ภายหลังผู้เช่า ไม่มีตัวอยู่ในบ้านนี้ โจทก์จึงบอกเลิกการเช่าแต่ไม่มีผู้ใดรับหนังสือบอกเลิกการเช่าไว้ ดังนี้ คดีย่อมฟังได้ว่าไม่มีการละเมิดสิทธิโจทก์แต่อย่างใด ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในที่ดินตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จฯ ต้องพิสูจน์ว่าเป็นที่บ้านที่สวนจริง และการนำสืบข้อเท็จจริงต้องตรงกับที่แถลงไว้
ผู้ใดจะอ้างว่าตนมีสิทธิในที่ดินตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 ผู้นั้นจะต้องพิสูจน์ให้ได้ความชัดเจนว่าที่ดินนั้นเป็นที่บ้านที่สวนตามความหมายแห่งกฎหมายบทนั้น สักแต่ว่าคำเรียกว่าเป็นสวนคำเดียว หาทำให้ผู้นั้นมีสิทธิในที่มือเปล่า(ที่เรียกว่าสวนนั้น)ดีกว่าที่ไร่ที่นาไม่
โจทก์กล่าวในฟ้องว่า ที่พิพาทอยู่ในตำบลหนึ่งอำเภอหนึ่งแต่นำสืบว่าอยู่อีกตำบล และอีกอำเภอหนึ่ง ดังนี้เมื่อปรากฏว่าโจทก์จำเลยต่างแถลงรับแผนที่พิพาทกันแล้วว่าถูกต้อง จึงไม่มีทางที่จะสงสัยว่าพิพาทกันในที่ดินแปลงอื่น จึงไม่ใช่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในที่ดินตาม ก.ม.ลักษณะเบ็ดเสร็จ: การพิสูจน์ว่าเป็นที่บ้านที่สวน และความรับผิดทางละเมิด
ผู้ใดจะอ้างว่าตนมีสิทธิในที่ดินตาม ก.ม.ลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 ผู้นั้นจะต้องพิศูจน์ให้ได้ความชัดเจนว่าที่ดินนั้นเป็นที่บ้านที่สวนตามความหมายแห่งกฎหมายบทนั้นสักแต่ว่าคำเรียกว่าเป็น+วนคำเดียว หาทำให้ผู้นั้นมีสิทธิในที่มือเปล่า (ที่เรียกว่าสวนนั้น) ดีกว่าที่ไร่ที่นาไม่
โจทก์กล่าวในฟ้องว่า ที่พิพาทอยู่ในตำบลหนึ่งอำเภอหนึ่ง แต่นำสืบว่าอยู่อีกตำบล และอีกอำเภอหนึ่ง ดังนี้ เมื่อปรากฎว่าโจทก์จำเลยต่างแถลงรับแผนที่พิพาทกันแล้วว่าถูกต้อง จึงไม่มีทางที่จะสงสัยว่าพิพาทกันในที่ดินแปลงอื่น จึงไม่ใช่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผลของคำพิพากษาถึงสัญญาจำนอง: สิทธิจำนองผูกพันระหว่างจำเลย โจทก์ไม่อาจอุทธรณ์เพิกถอนสัญญาจำนองได้
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ศาลบังคับจำเลยคนหนึ่งรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินของโจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย และขอให้เพิกถอนสัญญาที่จำเลยอีกสองคนทำกันไว้เกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้น เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยคนหนึ่งรับโอนที่ดินแปลงนั้นลงชื่อในโฉนดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ต่อไปแล้ว สัญญาจำนองจะใช้บังคับแก่ที่ดินนั้นได้หรือไม่ ย่อมเป็นภาระระหว่างจำเลย โจทก์จะอุทธรณ์ฎีกาขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาจำนองอีกไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผลกระทบการรับโอนกรรมสิทธิที่ดินหลังมีคำพิพากษาต่อสิทธิในสัญญาจำนอง สิทธิในสัญญาจำนองผูกพันเฉพาะกรรมสิทธิ์ที่ดิน
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ศาลบังคับจำเลยคนหนึ่งรับโอนกรรมสิทธิที่ดินของโจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย และขอให้เพิกถอนสัญญาที่จำเลยอีกสองคนทำกันไว้เกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้น เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยคนหนึ่งรับโอนที่ดินแปลงนั้นลงชื่อในโฉนดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิต่อไปแล้ว สัญญาจำนองจะใช้บังคับแก่ที่ดินนั้นได้หรือไม่ ย่อมเป็นภาระระหว่างจำเลย โจทก์จะอุทธรณ์ฎีกาขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาจำนองอีกไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตรวจสภาพที่พิพาทและการวินิจฉัยของศาล: ต้องทำเป็นคำพิพากษา
การที่คู่ความขอให้ศาลไปตรวจดูสภาพที่พิพาทแล้ววินิจฉัยชี้ขาด โดยต่างไม่สืบพยานบุคคลต่อไปนั้น เป็นเรื่องสืบพยานธรรมดาโดยอ้างวัตถุพยานคือที่พิพาทเป็นพยานร่วม มิใช่เป็นคำท้าของคู่ความ ฉะนั้นเมื่อศาลชั้นต้นไปดูสภาพของที่พิพาทแล้วเห็นอย่างไร ก็วินิจฉัยชี้ขาดได้ตามที่คู่ความเสนอไว้ได้ แต่ต้องทำเป็นคำพิพากษาให้ถูกต้องครบถ้วนตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 141 จะทำเป็นคำสั่งไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตรวจสภาพที่พิพาทและการวินิจฉัยชี้ขาดโดยไม่ต้องสืบพยาน: ศาลต้องทำเป็นคำพิพากษา
การที่คู่ความขอให้ศาลไปตรวจดูสภาพที่พิพาทแล้ววินิจฉัย+ โดยต่างไม่สืบพยานบุคคลต่อไปนั้น เป็นเรื่องสืบพยานธรรมดาโดยอ้างวัตถุพยาน คือที่พิพาทเป็นพยานร่วม มิใช่เป็น+ท้าของคู่ความ ฉะนั้นเมื่อศาลชั้นต้นไปดูสภาพของที่พิพาทแล้วเห็นอย่างไร ก็วินิจฉัยชี้ขาดได้ตามที่คู่ความเสนอไว้ได้ แต่ต้องทำเป็นคำพิพากษาให้ถูกต้องครบถ้วนตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 141 จะทำเป็นคำสั่งไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 800/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เอกสารกำหนดการเผื่อตายมีผลบังคับเมื่อตาย เป็นพินัยกรรมสมบูรณ์ตามกฎหมาย
เอกสารที่ผู้ตายทำก่อนตายข้อหนึ่งมีข้อความกำหนดไว้ว่าถ้าผู้ตายตายลงแล้ว ให้ทรัพย์ตามที่กล่าวแก่ภรรยาดังนี้ เรียกได้ว่าผู้ตายได้กำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนไว้ให้มีผลบังคับเมื่อตนตายจึงเป็นเอกสารที่มีลักษณะเป็นพินัยกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1646 เมื่อได้ทำเป็นหนังสือลงวันเดือนปีที่ทำผู้ตายได้ลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานครบถ้วนก็ย่อมเป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์ตามแบบที่บังคับไว้ในมาตรา 1656
of 364