คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 142

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,639 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในโกดังที่ซื้อจากสหประชาชาติ: การพิสูจน์อำนาจขายของผู้ขายและการครอบครองทรัพย์สิน
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยจากที่ดินของโจทก์และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินจำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ให้บริษัทมิตซุยฯ ซึ่งเป็นชนชาติญี่ปุ่นเช่าที่ดินปลูกโกดัง โดยมีข้อสัญญาว่าสิ่งปลูกสร้างนี้เป็นของบริษัทมิตซุยฯ บริษัทรื้อถอนไปได้ และเมื่อประเทศญี่ปุ่นแพ้สงคราม สิ่งปลูกสร้างนี้ตกอยู่ในความครอบครองดูแลของก.ท.ส.โดยอำนาจแห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกักคุมตัวและควบคุมจัดกิจการ ฯลฯ และจำเลยรับว่าต่อมาสหประชาชาติได้ขายเลหลังโกดังหมายเลข 1,2,8,9 บนที่ดินพิพาทโดยโจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อได้ แต่จำเลยยังเถียงว่าสหประชาชาติไม่มีอำนาจขายดังนี้ ถ้าหากเป็นจริงดังข้อเถียงของจำเลย โจทก์ก็ไม่ใช่เจ้าของโกดังจำเลยก็ไม่ต้องรับผิดฐานละเมิดในการใช้โกดังนั้นต่อโจทก์ ฉะนั้นการที่ศาลล่างชี้ขาดปัญหาเบื้องต้นตามมาตรา 24ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าโกดังหมายเลข 1,2,8,9 เป็นของโจทก์จึงไม่ชอบ
ส่วนปัญหาเกี่ยวกับที่ดินนั้น จำเลยไม่ได้แสดงว่ามีสิทธิอย่างไร การห้ามจำเลยไม่ให้ใช้ที่ดินจึงเป็นการชอบแล้ว
ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่างโดยให้ยกคำชี้ขาดบางข้อเสียแล้ว ให้ดำเนินการพิจารณาใหม่ ส่วนนอกนั้นยืนตามได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจการขายทรัพย์สินของสหประชาชาติและการพิสูจน์ความเป็นเจ้าของโกดังมีผลต่อการฟ้องละเมิด
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยจากที่ดินของโจทก์และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ให้บริษัทมิตซุย ฯ ซึ่งเป็นชนชาติญี่ปุ่นเช่าที่ดินปลูกโกดัง โดยมีสัญญาว่าสิ่งปลูกสร้างนี้เป็นของบริษัทมิตซุย ฯ บริษัทรื้อถอนไปได้ และเมื่อประเทศญี่ปุ่นแพ้สงคราม สิ่งปลูกสร้างนี้ตกอยู่ในความครอบครองดูแลของ ก.ท.ส. โดยอำนาจแห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกักคุมตัวและควบคุมจัดการ ฯลฯ และจำเลยรับว่า ต่อมาสหประชาชาติได้ขายเลหลังโกดังหมายเลข 1,2,8,9 บนที่ดินพิพาทโดยโจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อได้ แต่จำเลยยังเถียงว่าสหประชาชาติไม่มีอำนาจขายดังนี้ ถ้าหากเป็นจริงดังข้อเถียงของจำเลย โจทก์ก็ไม่ใช่เจ้าของโกดัง จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดฐานละเมิดในการใช้โกดังนั้นต่อโจทก์
ฉะนั้นการที่ศาลล่างชี้ขาดปัญหาเบื้องต้นตามมาตรา 24 ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าโกดังหมายเลข 1,2,8,9 เป็นของโจทก์จึงไม่ชอบ
ส่วนปัญหาเกี่ยวกับที่ดินนั้น จำเลยไม่ได้แสดงว่ามีสิทธอย่างไร การห้ามจำเลยไม่ให้ใช้ที่ดินจึงเป็นการชอบแล้ว
ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่างโดยให้ยกคำชี้ขาดบางข้อเสียแล้ว ให้ดำเนินการพิจารณาใหม่ ส่วนนอกนั้นยืนตามได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1590/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตคำขอในคดีแสดงกรรมสิทธิ์ การพิพากษาต้องเป็นไปตามที่โจทก์ขอเท่านั้น แม้มีส่วนที่รุกล้ำ
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินหมายเลข 2 ตามแผนที่ท้ายฟ้องเป็นของโจทก์ ทางพิจารณาได้ความว่า ที่ๆ โจทก์ขอตามฟ้องเป็นของโจทก์ และปรากฎว่าโจทก์ปลูกห้องแถวรุกล้ำเข้าไปในที่ของจำเลย 2 ศอก ศาลก็ควรพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามที่โจทก์ขอมาเท่านั้น ที่ 2 ศอก ที่เกินมานี้ไม่มีประเด็นขึ้นมาในคดี ศาลหาควรวินิจฉัยถึงไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับคดีขับไล่และการขยายผลถึงผู้ที่เข้ามาอยู่ในอาคารโดยอาศัยอำนาจผู้เช่าเดิม แม้มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
เดิมจำเลยได้เช่าตึกของโจทก์ประกอบการค้าโดยจำเลยเป็นเจ้าของ ต่อมาได้ตั้งเป็นหุ้นส่วน บุคคลในหุ้นส่วนก็คงถือว่าเป็นบริวารของจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจจำเลยในฐานะผู้เช่าและการบังคับคดีแก่ผู้ที่อยู่อาศัยสืบเนื่องจากสัญญาเช่าเดิม
เดิมจำเลยได้เช่าตึกของโจทก์ประกอบการค้าโดยจำเลยเป็นเจ้าของ ต่อมาได้ตั้งเป็นหุ้นส่วน บุคคลในหุ้นส่วนก็คงถือว่าเป็นบริวารของจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งทรัพย์สินร่วมกัน โดยพิจารณาการครอบครองเป็นส่วนสัดและการใช้ประโยชน์ร่วมกัน
โจทก์ฟ้องว่าเป็นเจ้าของที่พิพาทร่วมกับจำเลย ขอให้ศาลแบ่งครึ่งระหว่างโจทก์จำเลย จำเลยว่าได้ปกครองเป็นส่วนสัดขอให้แบ่งตามส่วนที่ปกครองมา ศาลฎีกาเห็นว่าในที่พิพาทมีทั้งที่ ที่ปลูกบ้านและที่สวนสำหรับที่บ้านโจทก์จำเลยปกครองเป็นส่วนสัดกันมาต้องแบ่งตามที่ปกครองโดยถือลำคูเป็นเขต ส่วนที่สวนหลังบ้านต่างยังปกครองร่วมกันอยู่ ฉะนั้นส่วนในการเป็นเจ้าของ ของโจทก์จำเลยยังคงมีอยู่คนละครึ่งในที่ดินพิพาททั้งแปลงนั้น จึงให้แบ่งให้โจทก์จำเลยคนละเท่าๆกัน โดยให้ถือแนวกลางอู่หรือคู จากคลองยืนขึ้นมาทางเหนือแล้วหักมุมตามแนวกลางคูหรือร่องสวนไปทางทิศตะวันออกจนถึงจุด จุดหนึ่ง ซึ่งเมื่อลากเส้นขนานกับเขตที่ดินด้านทิศตะวันตกจากจุดนั้นไปทางทิศเหนือ จนจดเขตทางด้านทิศเหนือแล้ว ที่ดินทั้งสองจะมีเนื้อที่แปลงละ 3 งาน 46 วา 2 ศอก หรือครึ่งหนึ่งของจำนวนเนื้อที่ทั้งหมดเท่าๆกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1189/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวินิจฉัยประเด็นนอกข้อหาอุทธรณ์: ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นที่ไม่ได้รับการอุทธรณ์จากโจทก์ ถือเป็นการไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา
โจทก์อุทธรณ์ว่า พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ถูกรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2490 ยกเลิกไปสิ้นเชิงแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในปัญหาที่ว่าห้องพิพาทเป็นเคหะตามความหมายของพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ หรือไม่ ดังนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ตรงตามข้อหาในคำฟ้องอุทธรณ์ โดยวินิจฉัยในปัญหาที่โจทก์มิได้อุทธรณ์ อันเป็นการมิชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142,242,243,246

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1189/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นนอกเหนือจากที่โจทก์อุทธรณ์ ถือเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โจทก์อุทธรณ์ว่า พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ถูกรัฐธรรมนูญฉะบับชั่วคราว 2490 ยกเลิกไปสิ้นเชิงแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในปัญหาที่ว่าห้องพิพาทเป็นเคหะตามความหมายของ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ หรือไม่ ดังนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ตรงตามข้อหาในคำฟ้องอุทธรณ์ โดยวินิจฉัยในปัญหาที่โจทก์มิได้อุทธรณ์ อันเป็นการมิชอบด้วย ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 142, 242, 243, 246.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1179/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่ความที่เคยหย่าแล้วกลับมาอยู่กินกัน ศาลใช้หลักเจ้าของร่วม แม้ฟ้องผิดฐานะ
โจทก์ฟ้องขอหย่าและแบ่งสินสมรสจากจำเลย คดีได้ความว่า โจทก์จำเลยได้หย่าขาด และแบ่งทรัพย์กันแล้ว แต่กลับคืนดีกันอีก โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ทรัพย์ที่ฟ้องคือทรัพย์ที่หามาได้ด้วยกันในตอนหลังนี้ ไม่เป็นสินสมรส
โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์ในฐานเป็นสินสมรส เมื่อศาลไม่ฟังว่าเป็นสินสมรส แต่ศาลเห็นว่าเป็นทรัพย์ที่บุคคลสองคนร่วมกันหาได้มา บุคคลทั้งสองจะมีฐานะเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายหรือไม่ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่เป็นเจ้าของร่วมกันอยู่นั่นเอง ศาลย่อมแบ่งให้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1179/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่ความที่เคยหย่าแล้วกลับมาอยู่กินกัน แม้ไม่จดทะเบียนสมรส ศาลยังคงมีอำนาจแบ่งทรัพย์สินที่หามาได้ร่วมกัน
โจทก์ฟ้องขอหย่าและแบ่งสินสมรสจากจำเลย คดีได้ความว่า โจทก์จำเลยได้หย่าขาด และแบ่งทรัพย์กันแล้ว แต่กลับคืนดีกันอีก โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ทรัพย์ที่ฟ้องคือทรัพย์ที่หามาได้ด้วยกันในตอนหลังนี้ ไม่เป็นสินสมรส.
โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์ในฐานเป็นสินสมรส เมื่อศาลไม่ฟังว่าเป็นสินสมรส แต่ศาลเห็นว่าเป็นทรัพย์ที่บุคคลสองคนร่วมกันหาได้มา บุคคลทั้งสองจะมีฐานะเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายหรือไม่ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่เป็นเจ้าของร่วมกันอยู่นั่นเอง ศาลย่อมแบ่งให้ได้.
of 364