คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 142

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,639 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 818/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ โมฆะกรรมสัญญาซื้อขายที่ดินและผลของการกลับคืนสู่ฐานะเดิม สิทธิครอบครอง
เรื่องโมฆะกรรมที่คู่กรณีได้กลับคืนยังฐานะเดิมนั้น กฎหมายบัญญัติไว้เฉพาะกรณีที่เป็นโมฆียะกรรมแล้วถูกบอกล้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 136 ส่วนนิติกรรมที่เป็นโมฆะมาแต่แรกนั้น หาได้บัญญัติถึงการกลับคืนฐานะเดิมไม่ เพราะเมื่อเป็นการเสียเปล่ามาแต่ต้นแล้ว ฐานะของคู่กรณีก็มิได้เคยมีการเปลี่ยนแปลงเลย
ที่ดินยังเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของอยู่ ผู้อื่นไปขอใบเหยียบย่ำได้มาเท่านั้น หาทำให้เกิดกรรมสิทธิ์ในที่ดินไม่
ที่พิพาทเป็นที่บ้าน แม้ภายหลังรื้อเรือนลง ก็หาทำให้สภาพของที่เปลี่ยนไปไม่
ซื้อขายที่ดินโดยมิได้จดทะเบียน สัญญาเป็นโมฆะ ผู้ขายฟ้องเรียกที่ดินคืนได้ถ้าผู้ซื้อไม่ได้ฟ้องแย้งขอให้ผู้ขายคืนราคาที่รับไปศาลก็ไม่พิพากษาให้ผู้ขายคืนเงิน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 813/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาซื้อขายทรัพย์สินที่มีข้อจำกัดในการโอน และความรับผิดในสัญญา
ทำสัญญาขายทรัพย์ซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของ แล้วทำการโอนไม่ได้เพราะเจ้าของอีกคนหนึ่งคัดค้านนั้น ไม่ทำให้ผู้ขายหลุดพ้นจากความรับผิดในฐานผิดสัญญา
เบี้ยปรับฐานผิดสัญญา ซึ่งคู่ความตกลงกันไว้ในสัญญา เมื่อศาลได้พิจารณาข้อสัญญาประกอบด้วยเหตุผลทั่ว ๆ ไปที่ปรากฏตามทางพิจารณาแล้ว ศาลมีอำนาจกำหนดให้ตามจำนวนที่เห็นสมควร ตาม ป.พ.พ.มาตรา 383 ได้
การคืนเงินในกรณีเลิกสัญญา ไม่ใช่คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 813/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาซื้อขายทรัพย์สินที่มีข้อจำกัดในการโอน และการกำหนดค่าปรับที่สมเหตุสมผล
ทำสัญญาขายทรัพย์ซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของ แล้วทำการโอนไม่ได้เพราะ เจ้าของอีกคนหนึ่งคัดค้านนั้น ไม่ทำให้ผู้ขายหลุดพ้นจากความรับผิดในฐานผิดสัญญา
เบี้ยปรับฐานผิดสัญญาซึ่งคู่ความตกลงกันไว้ในสัญญา เมื่อศาลได้พิจารณาข้อสัญญาประกอบด้วยเหตุผลทั่วๆ ไปที่ปรากฏตามทางพิจารณาแล้วศาลมีอำนาจกำหนดให้ตามจำนวนที่เห็นสมควรตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ได้
การคืนเงินมัดจำในกรณีเลิกสัญญา ไม่ใช่คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 716/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทุนทรัพย์คดีแพ่ง: การเพิ่มเติมฟ้องค่าเสียหายและการคำนวณค่าธรรมเนียมศาลตาม ป.วิ.แพ่ง
ฟ้องเดิมขอให้บังคับจำเลยเป็นเงินเพียง 2000 บาท และได้เสียค่าขึ้นศาลในจำนวนทุนทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ต่อมาแม้โจทก์จะได้ขอเพิ่มเติมฟ้องให้ศาลบังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าคดีจะถึงที่สุด และศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำขอก็ดี ดังนี้ ยังไม่ถือว่าทุนทรัพย์แห่งคดีได้เพิ่มขึ้นเพราะมิได้มีการเรียกค่าธรรมเนียมศาลเพิ่มขึ้นตามมาตรา 150 ป.วิ.แพ่ง
การที่จะบังคับให้จำเลยชำระค่าเสียหายอันต่อเนื่อง คำนวนถึงวันฟ้องจึงถึงวันชำระเสร็จตามคำพิพากษานั้น แม้โจทก์จะมิได้ขอมา เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้ก็ได้
คำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องในกรณีที่ขอเพิ่มค่าเสียหาย แม้ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้เพิ่มเติมฟ้องได้ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาต จึงต้องฟังว่า คดีฟ้องหากันด้วยทุนทรัพย์ตามฟ้องเดิม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 716/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทุนทรัพย์คดีแพ่งและการเพิ่มเติมฟ้อง: ข้อจำกัดในการฎีกาเมื่อทุนทรัพย์เดิมไม่เกิน 2,000 บาท
ฟ้องเดิมขอให้บังคับจำเลยเป็นเงินเพียง 2000 บาท และได้เสียค่าขึ้นศาลในจำนวนทุนทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ต่อมาแม้โจทก์จะได้ขอเพิ่มเติมฟ้องให้ศาลบังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าคดีจะถึงที่สุด และศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำขอก็ดี ดังนี้ยังไม่ถือว่าทุนทรัพย์แห่งคดีได้เพิ่มขึ้นเพราะมิได้มีการเรียกค่าธรรมเนียมศาลเพิ่มขึ้นตามมาตรา 150 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
การที่จะบังคับให้จำเลยชำระค่าเสียหายอันต่อเนื่องคำนวณถึงวันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จตามคำพิพากษานั้น แม้โจทก์จะมิได้ขอมา เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้ก็ได้
คำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องในกรณีที่ขอเพิ่มค่าเสียหายแม้ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้เพิ่มเติมฟ้องได้ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาต จึงต้องฟังว่า คดีฟ้องหากันด้วยทุนทรัพย์ตามฟ้องเดิม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าไม่มีกำหนดเวลา สิ้นสุดลงได้ด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยอาศัยและได้บอกกล่าวให้จำเลยออกไปแล้ว จำเลยไม่ออก จำเลยต่อสู้ว่า เป็นการเช่า ดังนี้แม้จะได้ความว่า จำเลยได้เช่าจากโจทก์ก็ดีเมื่อเป็นการเช่าที่ไม่มีกำหนดเวลา โจทก์ได้บอกกล่าวล่วงหน้าครบกำหนดตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 566แล้ว ศาลก็พิพากษาขับไล่จำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าไม่มีกำหนดเวลา การบอกเลิกสัญญา และสิทธิในการครอบครอง
โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยอาศัยและได้บอกกล่าวให้จำเลยออกไปแล้ว จำเลยไม่ออก จำเลยต่อสู้ว่าเป็นการเช่า ดังนี้แม้จะได้ความว่า จำเลยได้เช่าจากโจทก์ก็ดี เมื่อเป็นการเช่าที่ไม่มีกำหนดเวลา โจทก์ได้บอกกล่าวล่วงหน้าครบกำหนดตาม ป.พ.พ.มาตรา 566 แล้ว ศาลก็พิพากษาขับไล่จำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีชั่งตวงวัดต้องระบุคำขอให้จ่ายเงินสินบน หากไม่มี ศาลไม่สามารถบังคับได้
บรรยายฟ้องว่า จำเลยทำผิด พ.ร.บ.ชั่วตวงวัด มาตรา 32 แต่ไม่กล่าวถึงเรื่องเงินสินบน และไม่มีคำขอบังคับให้จ่ายเงินสินบนด้วย แม้จะระบุ มาตรา 3 พ.ร.บ.ชั่งตวงวัด2466 มาท้ายฟ้องด้วย ก็ต้องถือว่าฟ้องไม่มีคำขอให้จ่ายเงินสินบน ศาลไม่บังคับให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้อง: ศาลมีอำนาจวินิจฉัยเบื้องต้น แม้จำเลยมิได้ยกประเด็นในคำให้การ
โจทก์จะมีอำนาจฟ้องเพียงใดหรือไม่นั้น ศาลย่อมมีอำนาจวินิจฉัยในเบื้องต้นได้ แม้จำเลยจะไม่ได้กล่าวความข้อนั้นไว้ในคำให้การก็ตาม
โจทก์ฟ้องในฐานะเป็นกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ศาลย่อมมีอำนาจวินิจฉัยว่ากรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มีอำนาจฟ้องคดี หรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 657/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้อง: ศาลมีอำนาจวินิจฉัยเบื้องต้น แม้จำเลยมิได้ยกข้อกล่าวอ้างเรื่องอำนาจฟ้อง
โจทก์จะมีอำนาจฟ้องเพียงใดหรือไม่นั้น ศาลย่อมมีอำนาจวินิจฉัยในเบื้องต้นได้ แม้จำเลยจะไม่ได้กล่าวความข้อนั้นไว้ในคำให้การก็ตาม
โจทก์ฟ้องในฐานะเป็นกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ศาลย่อมมีอำนาจวินิจฉัยว่า กรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ มีอำนาจฟ้องคดีหรือไม่.
of 364