คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 142

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,639 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 632/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทรัพย์สินระหว่างคู่ไม่สมรสตามกฎหมาย: ถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วม มิใช่สินสมรส ศาลสั่งคืนได้
ทรัพย์สินของสามีภริยาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องถือหลักกรรมสิทธิ์ร่วม
โจทก์เป็นมารดาผู้ตายฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกของผู้ตายจากจำเลยเมื่อฟังว่าจำเลยและผู้ตายไม่ใช่สามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยก็ไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ศาลย่อมสั่งให้จำเลยคืนทรัพย์มรดกของผู้ตายให้แก่โจทก์ได้ ไม่เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นอย่างไร
ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดให้เป็นโทษแก่โจทก์แล้วโจทก์พอใจไม่อุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์แต่ไม่ได้อุทธรณ์ในประเด็นข้อนั้น แต่อุทธรณ์ในประเด็นข้ออื่น ดังนี้ศาลอุทธรณ์จะกลับไปชี้ขาดในประเด็นข้อนั้นให้เป็นโทษแก่จำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 630/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่า vs. การอาศัย: ศาลปรับข้อเท็จจริงเข้าบทกฎหมายได้ แม้ใช้คำไม่ตรง
การเช่าและการอ าศัยอยู่ในลักษณะเดียวกัน ผิดกันแต่ว่า การเช่าต้องเสียค่าเช่า การอาศัยไม่ต้องเสียค่าเช่า
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยโดยกล่าวว่า จำเลยได้อาศียโดยเสียค่าน้ำค่าไฟซึ่งเป็นการบรรยายข้อเท็จจริงของการปฏิบัติระหว่างโจทก์จำเลยว่าเป็นเช่นไร เพื่อขอให้ศาลปรับเข้ากับตัวกฎหมายแล้วขับไล่จำเลยเมื่อคดีได้ความว่าเป็นการเช่าศาลก็ได้ตัดสินได้ ไม่เป็นการเกินหรือ นอกคำฟ้อง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 630/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าและการอาศัย: ศาลปรับข้อเท็จจริงเข้าบทกฎหมายได้ แม้ใช้คำว่า 'อาศัย' หากมีลักษณะเป็นการเช่า
การเช่าและการอาศัยอยู่ในลักษณะเดียวกัน ผิดกันแต่ว่า การเช่าต้องเสียค่าเช่า การอาศัยไม่ต้องเสียค่าเช่า
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยโดยกล่าวว่า จำเลยได้อาศัยโดยเสียค่าน้ำค่าไฟซึ่งเป็นการบรรยายข้อเท็จจริงของการปฏิบัติระหว่างโจทก์จำเลยว่าเป็นเช่นไรเพื่อขอให้ศาลปรับเข้ากับตัวบทกฎหมายแล้วขับไล่จำเลย เมื่อคดีได้ความว่าเป็นการเช่าศาลก็ตัดสินได้ ไม่เป็นการเกินหรือนอกคำฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 609/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์: ศาลฎีกาวินิจฉัยกลับข้อเท็จจริงเรื่องการครอบครองและกรรมสิทธิ์
โจทก์ฟ้องว่าผู้ตายได้ยกที่พิพาทให้โจทก์ครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์แล้วจึงตาย จำเลยที่ 1 เป็นทายาทของผู้ตาย ได้ขอโอนรับมรดกที่พิพาท และโอนขายให้จำเลยที่ 2 โดยไม่สุจริต จึงขอให้ศาลแสดงว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท และถอนชื่อจำเลยที่ 2 ออกจากโฉนด
ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงตามพยานโจทก์ พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีเต็มตามฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ไม่ได้ชี้ข้อเท็จจริงว่า โจทก์ครอบครองจนได้กรรมสิทธิ์หรือไม่แต่ชี้ในข้อที่ว่า โจทก์สืบไม่ได้ว่า จำเลยที่ 2 ซื้อไปโดยไม่สุจริตพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกาในข้อที่ว่าสัญญาซื้อขายไม่สุจริตข้อเดียว
ศาลฎีกามีอำนาจชี้ขาดข้อเท็จจริงว่า โจทก์ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 536-560/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับอุทธรณ์และการโต้แย้งประเด็นนอกเหนือจากที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในชั้นฎีกา
การที่โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์คัดค้านว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นโมฆะเพราะมีจำเลย 5 ราย ไม่ได้เซ็นชื่อในใบแต่งทนายนั้น เมื่อปรากฏในสำนวนว่าศาลชั้นต้นได้เรียกจำเลยสอบสวนแล้ว ว่าจำเลยทั้ง 5 ได้เซ็นชื่อในใบแต่งทนาย มิใช่ลายเซ็นปลอมดังนี้ ศาลอุทธรณ์ ก็มิจำต้องสั่งคำร้องของของโจทก์นั้นประการใดอีก
การที่โจทก์กับทนายจำเลยทำสัญญาประนีประนอมกัน โดยให้โจทก์ถอนฟ้องคดีอาญาเรื่องปลอมหนังสือ แล้วจำเลยจะถอนฟ้องอุทธรณ์คดีนั้นโจทก์ได้ถอนฟ้องคดีอาญาแล้วและทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องอุทธรณ์ แต่ตัวจำเลยได้ทำคำร้องขอถอนทนายเสียและไม่ยอมถอนฟ้องอุทธรณ์นั้น ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องอุทธรณ์ได้
จำเลยหลายสำนวน ซึ่งศาลชั้นต้นได้รวมพิจารณาและพิพากษาฉบับเดียวได้ยื่นฟ้องอุทธรณ์รวมมาฉบับเดียวกัน ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นอุทธรณ์ ส่งสำเนาให้โจทก์ แม้จะปรากฏว่าคดีทั้งหมดนี้เป็นคดีสามัญเพียง 2 สำนวน นอกนั้นเป็นคดีมโนสาเร่ อันคู่ความจะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงไม่ได้ก็ดี แต่เมื่อโจทก์มิได้คัดค้านโต้แย้งความข้อนี้ในชั้นอุทธรณ์จนกระทั่งศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นเหตุให้คดีฎีกาขึ้นมาได้ เพราะไม่ต้องห้ามแล้วเช่นนี้ โจทก์จะโต้แย้งในชั้นศาลฎีกา ให้ศาลฎีกากลับไปพิจารณาถึงการรับอุทธรณ์ว่าเป็นการชอบหรือไม่ชอบไม่ได้ เพราะไม่มีประเด็นข้อนี้ในชั้นศาลฎีกาแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกั้นคันนาทำให้น้ำท่วมนาเพื่อนบ้าน แม้ยังไม่ได้ปลูกข้าวก็ถือเป็นความเสียหายฟ้องร้องได้
เจ้าของนาที่อยู่ใต้น้ำ จำต้องรับน้ำที่ไหลบ่ามาจากนาทางเหนือน้ำ ตามสภาพปกติ ถ้าไปกั้นคันนาของตนให้สูงขึ้นทำให้น้ำไหลบ่าไปไม่ได้เป็นเหตุให้นาทางเหนือน้ำน้ำท่วมและทำนาไม่ได้แล้ว เจ้าของนาทางเหนือน้ำ ก็มีสิทธิฟ้องขอให้เปิดคันนาให้น้ำไหลไปอย่างสภาพเดิมได้
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดคันนาที่จำเลยกั้นขึ้นสูงกว่าเดิม ทำให้น้ำไหลบ่าไปไม่ได้เป็นเหตุให้น้ำท่วมนาโจทก์ ทำนาไม่ได้ และทำให้ข้าวกล้าในนาที่ปักดำไว้เสียหายเรียกค่าเสียหายด้วย นั้น แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าขณะฟ้องโจทก์ยังไม่ได้ปลูกข้าวจึงไม่การเสียหายในเรื่องข้าวก็ดี ศาลก็พิพากษาให้จำเลยเปิดคันนาให้น้ำไหลไปอย่างสภาพเดิมได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 429/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้พื้นที่เช่าเพื่อการค้าหรือไม่ และผลกระทบต่อความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากสถานที่เช่าโดยอ้างเหตุว่าสัญญาเช่าสิ้นอายุ จำเลยต่อสู้ว่าได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯ เพราะจำเลยใช้เป็นที่อยู่อาศัย แต่โจทก์เถียงว่าจำเลยใช้เป็นที่ทำการค้าดังนี้ แม้ในฟ้องโจทก์จะมิได้บรรยายว่าจำเลยได้ใช้สถานที่เช่าทำการค้าก็ดีคดีย่อมมีประเด็นที่คู่ความจะต้องนำสืบว่าเป็นที่อยู่อาศัยหรือทำการค้า
เมื่อจำเลยใช้อาคารเพื่อการค้า จึงไม่เป็นเคหะตามความหมายแห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า 2488 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่โจทก์ฟ้องคดี จำเลยย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า 2486และไม่อาจยกพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2489 มาใช้บังคับเพราะเป็นกฎหมายที่เพิ่งใช้ภายหลังเวลาที่จำเลยได้ครอบครองอาคารมาอย่างละเมิดฉะนั้น พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2490 ก็จะนำมาย้อนหลังบังคับไม่ได้ในกรณีเช่นนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 424/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีไม่ตรงกับข้อเท็จจริง การสืบพยานไม่สมประเด็นฟ้อง ทำให้ศาลยกฟ้อง
โจทก์รับโคของจำเลยที่คนของฝ่ายตนทำให้บาดเจ็บไว้รักษาแล้วมอบโคของตนให้จำเลยไปใช้งานแทนก่อนชั่วคราว เมื่อรักษาแผลโคหายแล้วต่างจะคืนโคกันตามเดิมครั้นโคที่เจ็บหายแล้ว โจทก์ส่งคืนจำเลยปรากฏว่าโคที่โจทก์มอบให้จำเลยไปใช้นั้นตายเสียแล้ว ดังนี้โจทก์ควรจะฟ้องเรียกโคของโจทก์กลับคืนหรือเรียกค่าเสียหายฐานยืมใช้คงรูป
ถ้าโจทก์มาฟ้องว่าได้ตกลงแลกเปลี่ยนโคกับจำเลย โดยจำเลยรับมอบโคจากโจทก์แล้ว ส่วนโคของจำเลยซึ่งจะต้องมอบให้โจทก์นั้นจำเลยมิได้นำมามอบตามสัญญาแลกเปลี่ยน
โจทก์จึงฟ้องให้จำเลยมอบโคของจำเลยหรือใช้ราคาดังนี้ ถือว่าประเด็นที่โจทก์ฟ้องรูปเรื่องต่างกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณา ฉะนั้นที่โจทก์ฟ้องผิดรูปเรื่องมา ดังนี้ เป็นการแสดงว่าโจทก์นำสืบไม่สมฟ้องศาลต้องยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องเรียกคืนทรัพย์ด้วยสัญญาที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ย่อมต้องยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์คืนโดยมูลสัญญายืม แล้วโจทก์สืบไม่ได้ว่าได้มีสัญญายืม ดังนี้ ก็ต้องยกฟ้อง ปัญหาที่ว่าโจทก์ได้ขายทรัพย์นั้นแก่จำเลยถูกต้องหรือไม่หรือว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้นหรือไม่ไม่เป็นประเด็นแห่งคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 401/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฝากดูแลทรัพย์สินและการชดใช้ค่าซ่อมแซม เมื่อผู้รับฝากซ่อมแซมทรัพย์สินนั้น
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากเรือนพิพาทโดยอ้างว่าฝากไว้ให้จำเลยอยู่อาศัยดูแลแทน
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าโจทก์ขายเรือนพิพาทแก่จำเลยแล้วขอให้โจทก์แก้ทะเบียนเรือนเป็นของจำเลย ถ้าไม่โอนขอให้คืนเงินค่าซื้อเรือนและค่าซ่อมแซมบ้านที่จำเลยซ่อมแซมไว้ดังนี้ เมื่อทางพิจารณาฟังว่าโจทก์ฝากเรือนไว้กับจำเลยและจำเลยได้ซ่อมแซมเรือนนี้จริงศาลย่อมพิพากษาให้โจทก์ใช้เงินค่าซ่อมแซมแก่จำเลยและให้จำเลยออกจากเรือนพิพาทได้
of 364