คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 142

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,639 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ภารจำยอม: สิทธิในการใช้ทางเดิม แม้มีการเปิดทางใหม่ หากกระทบความสะดวกในการใช้ทาง
ฟ้องขอให้แสดงว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะอันจำเลยมีภารจำยอมตามกฎหมายและขอให้เปิดทางนั้นตามเดิม เมื่อได้ความว่าทางพิพาทมิใช่ทางหลวง แต่ตกอยู่ในภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ ศาลก็ย่อมพิพากษาให้จำเลยเปิดทางเดินนั้นได้
ทางเดินอันมีภารจำยอมนั้น แม้เจ้าของที่ดินภารยทรัพย์จะเปิดทางเดินให้ใหม่ แต่ทำให้ความสะดวกของผู้เป็นเจ้าของสามยทรัพย์ลดน้อยลง เจ้าของสามยทรัพย์ก็มีอำนาจฟ้องขอให้เปิดทางตามเดิมได้ เพราะไม่ใช่ทางจำเป็นและขัดด้วยมาตรา 1392

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 47/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การให้ทรัพย์แก่นิติบุคคลที่ยังไม่ได้จดทะเบียน: ความสมบูรณ์ของนิติกรรม
การให้ทรัพย์แก่สมาคมที่ตั้งขึ้นโดยมิได้จดทะเบียนตามกฎหมายนั้นไม่สมบูรณ์ เพราะมีแต่ผู้ให้ ไม่มีบุคคลผู้รับ เนื่องจากสมาคมนั้นไม่ใช่นิติบุคคล ผู้ให้จึงฟ้องเรียกคืนเงินที่ให้ได้
โจทก์ฟ้องว่าได้มอบเงินให้จำเลยในฐานะนายกสมาคมเพื่อนำไปฝากคลัง ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เงินนั้น แต่ได้ความตามข้อเท็จจริงที่รับกันว่าโจทก์ได้ให้เงินจำนวนนั้นแก่สมาคมและรับกันต่อไปว่า สมาคมนั้นมิได้จดทะเบียนตามกฎหมายดังนี้ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าการให้ทรัพย์แก่สมาคมที่มิได้จดทะเบียนจะเป็นการสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ ฉะนั้นการที่ศาลวินิจฉัยว่า การให้ไม่สมบูรณ์ และพิพากษาให้โจทก์เป็นเจ้าของเงินรายพิพาท จึงเป็นคำชี้ขาดในประเด็นและชอบด้วยกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 47/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การให้เงินแก่สมาคมที่มิได้จดทะเบียน: สิทธิในทรัพย์สินยังคงอยู่ของผู้ให้
การให้ทรัพย์แก่สมาคมที่ตั้งขึ้นโดยมิได้จดทะเบียนตาม ก.ม. นั้นไม่สมบูรณ์ เพราะมีแต่ผู้ให้ ไม่มีบุคคลผู้รับเนื่องจากสมาคมนั้นไม่ใช่นิติบุคคลผู้ให้จึงฟ้องเรียกคืนเงินที่ให้ได้
โจทก์ฟ้องว่าได้มอบเงินให้จำเลยในฐานะนายกสมาคมเพื่อนำไปฝากคลัง ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิเงินนั้น แต่ได้ความตามข้อเท็จจจริงที่รับกันว่าโจทก์ได้ให้เงินจำนวนนั้นแก่สมาคมและรับกันต่อไปว่า สมาคมนั้นมิได้จดทะเบียนตามกฎหมายดังนี้ ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าการให้ทรัพย์แก่สมาคมที่มิได้จดทะเบียนจะเป็นการสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ ฉะนั้นการที่ศาลวินิจฉัยว่า การให้ไม่สมบูรณ์ และพิพากษาให้โจทก์เป็นเจ้าของเงินรายพิพาท จึงเป็นคำชี้ขาดในประเด็นและชอบด้วยกฎหมาย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องนายจ้างต้องแสดงการกระทำละเมิดในทางการจ้าง
การฟ้องนายจ้างให้รับผิดร่วมกับลูกจ้างในผลแห่งการละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำนั้น จะต้องบรรยายฟ้องให้เห็นว่าลูกจ้างได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง.
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นนายจ้าง จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้าง สมคบกันเอาเพลิงจุดเผาป่าในสวนของจำเลยที่ 1 โดยประมาท เป็นเหตุให้ไฟไหม้สวนของโจทก์ดังนี้ ไม่เป็นคำบรรยายฟ้องอันจะพึงให้นายจ้างต้องรับผิดตาม ม. 425.
ศาลต้องพิพากษาชี้ขาดคดีตามข้อหาและประเด็นในคำฟ้อง เมื่อฟ้องโจทก์ขาดสาระสำคัญอันเป็นประเด็นที่จะให้จำเลยต้องรับผิดแล้ว ก็ต้องยกฟ้อง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ นายจ้างรับผิดร่วมกับการละเมิดของลูกจ้างต้องแสดงการกระทำในทางการจ้าง
การฟ้องนายจ้างให้รับผิดร่วมกับลูกจ้างในผลแห่งการละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำนั้น จะต้องบรรยายฟ้องให้เห็นว่าลูกจ้างได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นนายจ้าง จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างสมคบกันเอาเพลิงจุดเผาป่าในสวนของจำเลยที่ 1 โดยประมาทเป็นเหตุให้ไฟไหม้สวนของโจทก์ดังนี้ ไม่เป็นคำบรรยายฟ้องอันจะพึงให้นายจ้างต้องรับผิดตามมาตรา 425
ศาลต้องพิพากษาชี้ขาดคดีตามข้อหาและประเด็นในคำฟ้อง เมื่อฟ้องโจทก์ขาดสาระสำคัญ อันเป็นประเด็นที่จะให้จำเลยต้องรับผิดแล้ว ก็ต้องยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกถอนสัญญายอมความของผู้เยาว์ที่ทำโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม
ผู้เยาว์และผู้แทนโดยชอบธรรมร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องคดีและทำสัญญายอมความโดยผู้เยาว์มิได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและผู้แทนโดยชอบธรรมก็ไม่เคยให้สัตยาบัน ดังนี้ ผู้แทนโดยชอบธรรมฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญายอมความนั้นได้
ผู้ที่อ้างว่าเป็นบิดาและมารดาฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญายอมความที่ผู้เยาว์ทำไว้ โดยอ้างว่าบิดามิได้ให้ความยินยอม ถ้ายังปรากฏความในฟ้องต่อไปซึ่งแสดงให้เห็นว่าโจทก์ฟ้องโดยหมายความว่าผู้เยาว์ไม่อาจทำนิติกรรมโดยตนเองได้แล้วแม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าบิดาไม่ใช่ผู้แทนโดยชอบธรรม ก็ถือได้ว่าฟ้องตรงกับประเด็นแล้ว.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญายอมความของผู้เยาว์: ผู้แทนโดยชอบธรรมมีสิทธิเพิกถอนได้หากไม่ได้รับความยินยอม
ผู้เยาว์และผู้แทนโดยชอบธรรมร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องคดีและทำสัญญายอมความ โดยผู้เยาว์มิได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและผู้แทนโดยชอบธรรมก็ไม่เคยให้สัตยาบัน ดังนี้ ผู้แทนโดยชอบธรรมฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญายอมความนั้นได้
ผู้ที่อ้างว่าเป็นบิดาและมารดาฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญายอมความที่ผู้เยาว์ทำไว้ โดยอ้างว่าบิดามิได้ให้ความยินยอม ถ้ายังปรากฏความในฟ้องต่อไปซึ่งแสดงให้เห็นว่าโจทก์ฟ้องโดยหมายความว่าผู้เยาว์ไม่อาจทำนิติกรรมโดยตนเองได้แล้ว แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าบิดาไม่ใช่ผู้แทนโดยชอบธรรม ก็ถือได้ว่าฟ้องตรงกับประเด็นแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ในที่ดินมรดก: การครอบครองและข้อพิพาทเกี่ยวกับช่วงเวลาการเสียชีวิตของต้นตระกูลไม่กระทบสิทธิ
ฟ้องแบ่งแยกที่โดยอ้างว่า เป็นมฤดกตกทอดมาแต่บรรพบุรุษ และแบ่งแยกกันปกครองแล้ว ต่อมาได้ตกลงให้บิดาจำเลยลงชื่อในโฉนด แต่ที่ดินก็คงปกครองตามเดิมเป็นเวลากว่า 30 ปี แม้ทางพิจารณาปรากฎว่าบรรพบุรุษฝ่ายโจทก์ตายก่อน หรือหลังบิดาจำเลยลงชื่อในโฉนดก็ไม่เป็นข้อสำคัญ และไม่เป็นเหตุให้โจทก์แพ้คดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ในที่ดินมรดก: การครอบครองและการลงชื่อในโฉนดไม่กระทบสิทธิเดิม
ฟ้องแบ่งแยกที่โดยอ้างว่า เป็นมรดกตกทอดมาแต่บรรพบุรุษและแบ่งแยกกันปกครองแล้ว ต่อมาได้ตกลงให้บิดาจำเลยลงชื่อในโฉนด แต่ที่ดินก็คงปกครองตามเดิมเป็นเวลากว่า 30 ปี แม้ทางพิจารณาปรากฏว่าบรรพบุรุษฝ่ายโจทก์ตายก่อนหรือหลังบิดาจำเลยลงชื่อในโฉนดก็ไม่เป็นข้อสำคัญ และไม่เป็นเหตุให้โจทก์แพ้คดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 842/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท: ปกครองปรปักษ์ vs. มรดก - ศาลยืนยันสิทธิผู้ครอบครอง
โอนทะเบียนซื้อขายที่ดินโดยรู้อยู่ว่าเป็นที่ของคนอื่นปกครองปรปักษ์เข้ามานานเจ้าของที่ดินฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินเป็นของตนได้
รับมฤดกที่ทั้งโฉนดซึ่งรวมเอาที่โจทก์มีกรรมสิทธิ์เข้าไปด้วยแล้วไปโอนขาย โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการรับมฤดกและการซื้อขายและแสดงว่าที่ ๆ โจทก์ปกครองเป็นของโจทก์ ดังนี้ศาลพิพากษาให้แสดงว่าที่ ๆ โจทก์ปกครองเป็นของโจทก์โดยไม่พิพากษาเพิกถอนการรับมฤดกแลการซื้อขาย
of 364