คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 142

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,639 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2489

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พินัยกรรมแบบเขียนเอง: การแต่งตั้งผู้ปกครองบุตรและการจัดการเงินเดือนหลังเสียชีวิต
สำเนาหนังสือของ สิบตรี ว. ผู้ตาย มีข้อความว่าสิบตรีว. ได้ไปราชการทหารได้ทำใบมอบฉันทะให้ย.และ ถ. เป็นผู้ปกครองบุตรและขอให้ช่วยจัดการให้ได้เข้าเรียนจนกว่าจะกลับจากราชการ และในระหว่างรับราชการนั้นหากเขาถึงแก่กรรมก็มอบให้คนทั้งสองรับเงินเดือนแทน ถ้ามีชีวิตอยู่จะรับเองขอให้คนทั้งสองนั้นช่วยปกครองบุตรแทนด้วยและว่าส่วนเงินเดือนนั้นหากว่าเขาถึงแก่กรรมจึงไปรับแทนสุดแต่ทางการจะมอบแก่คนใดคนหนึ่งก็ได้เพราะเป็นที่ไว้ใจ ถือว่าข้อความตามหนังสือดังกล่าวมีลักษณะเป็นพินัยกรรมและเป็นพินัยกรรมแบบเขียนเอง
ศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่งให้ผู้แพ้คดีใช้ค่าธรรมเนียม ค่าทนาย 2 ศาลแทนผู้อุทธรณ์ได้แม้ผู้อุทธรณ์ไม่ได้ขอมาในฟ้องอุทธรณ์ก็ตาม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2489 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พินัยกรรมแบบเขียนเอง: อำนาจศาลสั่งค่าธรรมเนียม-ทนายความเกินคำขอ
กรณีที่ว่าเป็นพินัยกรรมเขียนเอง
ข้อความในหนังสือที่ถือว่ามีลักษณะเป็นพินัยกรรม์
ศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่งให้ผู้แพ้คดีใช้ค่าธรรมเนียม,ค่าทนาย 2 ศาลแทนผู้อุทธรณ์ได้ แม้ผู้อุทธรณ์มิได้ขอมาในฟ้องอุทธรณ์ก็ตาม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618/2488

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งทรัพย์มรดกกรณีภริยาหลายคนและการพิจารณาเรื่องสินเดิม
ฟ้องเรียกทรัพย์ของผู้ตายโดยฟ้องว่าเป็นผู้รับมฤดกและว่าจำเลยไม่ใช่ภริยาชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายและมีสิทธิควรได้ส่วนแบ่งมฤดก ดั่งนี้ศาลตัดสินแบ่งทรัพย์ระหว่างผัวเมียและแบ่งมฤดกได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 142 (2)
ป.ม.แพ่ง ฯ ม.1636 บัญญัติถึงกรณีเจ้ามฤดกมีภรรยาหลายคนให้ได้รับมฤดกตามลำดับชั้นและส่วนแบ่งดังระบุไว้ใน ม.1635 และบัญญัติให้ภริยาน้อยได้ส่วนแบ่งเพียงกึ่งส่วนของภริยาหลวง
คู่ความไม่ได้นำสืบถึงสินเดิมแต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าทั้งสองฝ่ายมีสินเดิม ฎีกาของจำเลยคัดค้านว่าไม่ชอบแต่มิได้กล่าวว่าการแบ่งเช่นนั้นจำเลยเสียเปรียบอย่างไรหรือควรแบ่งอย่างไร ฎีกาย่อมฟังไม่ขึ้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 570/2488

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบอกเลิกสัญญาเช่าและการคืนเงินค่าเช่าเมื่อผู้ให้เช่าผิดสัญญา
ผู้เช่ายังไม่เข้าครอบครองทรัพย์ที่เช่าตามกำหนดและยังยอมให้ผู้ให้เช่ามอบทรัพย์ให้ผู้อื่นเช่าต่อไป โดยให้ผู้ให้เช่าคืนเงินค่าเช่าให้แก่ตนดังนี้ ถือได้ว่า เป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าซึ่งคู่สัญญาจะต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม
ฟ้องโจทก์หาว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าไม่ส่งบ้านให้โจทก์ครอบครองและได้กล่าวไว้ด้วยว่าจำเลยยินยอมคืนค่าเช่าให้โจทก์แล้ว ซึ่งจำเลยไม่ได้ต่อสู้ในข้อนี้ ศาลบังคับให้จำเลยคืนค่าเช่าได้ ไม่เป็นการนอกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392-393/2488

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าของทรัพย์มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วงที่ไม่มีอำนาจ แม้มี พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
เช่าช่วงมาโดยผู้ให้เช่าไม่มีอำนาจให้เช่าช่วงนั้น เจ้าทรัพย์ฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วงได้ ไม่ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2488

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียน และสิทธิในการเลี้ยงดูบุตร
แต่งงานกันตามประเพณีโดยมิได้จดทะเบียน แต่อยู่กินด้วยกันและระคนทรัพย์กันนั้น ทรัพย์ใดที่หามาได้ด้วยทรัพย์หรือแรงงานของฝ่ายใดก็ต้องถือว่าเจตนาเป็นเจ้าของร่วมกัน เมื่อไม่ปรากฏอย่างอื่นก็ต้องถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกันคนละครึ่งแม้จะแยกกันอยู่ภายหลังโดยมีการเยี่ยมเยียนกันอยู่ก็ไม่พอถือว่าจะไม่ร่วมทุกข์ร่วมสุขและไม่ระคนทรัพย์ต่อกัน
บิดามารดาแยกกันอยู่ มีบุตรเป็นทารกยังไม่เดียงสาและบิดามีภรรยาใหม่ ควรให้มารดาเป็นผู้ปกครอง
มารดาซึ่งขอเป็นผู้ปกครองบุตรนั้น แม้จะไม่มีทรัพย์พอเลี้ยงดูหรือมีพอก็ตามเมื่อบิดามีฐานะจะออกค่าเลี้ยงดูได้ บิดาก็ต้องออกค่าเลี้ยงดู
จำเลยฎีกาเฉพาะทุนทรัพย์ที่แพ้ชั้นศาลอุทธรณ์ก็ต้องเสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์ที่แพ้นั้น
โจทก์ฟ้องแบ่งที่ดินกึ่งหนึ่งเป็นเงิน 1,000 บาท ศาลจะพิพากษาว่าโจทก์จำเลยมีส่วนคนละครึ่งไม่ได้ จะต้องพิพากษาให้แบ่งกันด้วย แต่ต้องไม่เกิน 1,000 บาทเท่าที่โจทก์ขอ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2488

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สมรสพี่น้องร่วมบิดา/มารดา ก่อนประมวลกฎหมายแพ่ง
ชายหญิงที่เป็นพี่น้องร่วมแต่บิดาหรือร่วมแต่มารดาเดียวกันสมรสกันก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ย่อมเป็นสามีภรรยากันได้
ปัญหาที่หญิงชายจะเป็นสามีภรรยากันได้ตามกฎหมายหรือไม่นั้นเป็นปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนคู่ความยกขึ้นอ้างเมื่อสืบพยานเสร็จแล้วก็ได้
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2488

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2488 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อสู้คดีหย่า: ประเด็นเหตุหย่าที่ไม่ถูกยกขึ้นต่อสู้ ไม่เป็นประเด็นที่โจทก์ต้องนำสืบ
โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้เป็นสามีภรรยากันมิได้ปฏิเสธหรือต่อสู้ในเรื่องเหตุหย่าดังนี้ เหตุหย่าย่อมไม่เป็นประเด็นในคดี โจทก์จึงไม่ต้องนำสืบ
ในเรื่องฟ้องหย่า จำเลยอาจต่อสู้ได้ว่า ไม่ใช่เป็นสามีภรรยากัน แม้เป็นสามีภรรยากันก็ไม่มีเหตุหย่า
ศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยอ้างว่าโจทก์สืบถึงเหตุหย่าไม่ได้ โจทก์อุทธรณ์ว่าเหตุหย่าจำเลยไม่ได้ต่อสู้ ไม่เป็นประเด็นในคดี ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยข้ออุทธรณ์ฉะเพาะข้อเท็จจริงดังศาลเดิมดังนี้ ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยข้ออุทธรณ์ข้อนี้ ๆ ของโจทก์
คดีที่ศาลฎีกาย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งในเรื่องค่าธรรมเนียมในชั้นนี้ด้วย และถ้าหากมีการอุทธรณ์ฎีกาต่อไป ก็ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ตาม ม.151 วรรคท้าย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2488

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อสู้คดีหย่า: ประเด็นการนำสืบเหตุหย่าเมื่อจำเลยปฏิเสธสถานะสามีภรรยา
โจทก์ฟ้องหย่า จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้เป็นสามีภรรยากันมิได้ปฏิเสธหรือต่อสู้ในเรื่องเหตุหย่า ดังนี้ เหตุหย่าย่อมไม่เป็นประเด็นในคดี โจทก์จึงไม่ต้องนำสืบ
ในเรื่องฟ้องหย่า จำเลยอาจต่อสู้ได้ว่า ไม่ใช่เป็นสามีภรรยากัน แม้เป็นสามีภรรยากันก็ไม่มีเหตุหย่า
ศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยอ้างว่าโจทก์สืบถึงเหตุหย่าไม่ได้ โจทก์อุทธรณ์ว่าเหตุหย่าจำเลยไม่ได้ต่อสู้ ไม่เป็นประเด็นในคดี ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยข้ออุทธรณ์นี้รับไม่วินิจฉัยเฉพาะข้อเท็จจริงดังศาลเดิม ดังนี้ ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยข้ออุทธรณ์ข้อนี้ๆ ของโจทก์
คดีที่ศาลฎีกาย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งในเรื่องค่าธรรมเนียมในชั้นนี้ด้วย และถ้าหากมีการอุทธรณ์ฎีกาต่อไป ก็ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ตาม มาตรา151 วรรคท้าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2488 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ จำเลยรับทำสัญญาซื้อขายที่ดิน แม้ต่อสู้เรื่องโมฆียะ ศาลฎีกายืนตามศาลล่างว่าจำเลยผิดสัญญา
จำเลยทำสัญญาขายที่ให้โจทก์แต่โจทก์ขอให้โอนแก่คนภายนอก ฝ่ายจำเลยไม่ยอมโอนให้โจทก์หรือคนภายนอกดังนี้ ก็ต้องถือว่าจำเลยผิดสัญญา
จำเลยไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเป็นแต่ต่อสู้ว่าสัญญาเป็นโมฆียะดังนี้ ต้องถือว่ามีประเด็นฉะเพาะว่าเป็นโมฆียะหรือไม่ ส่วนข้อที่ว่าจำเลยทำสัญญาจริงหรือไม่ต้องถือว่าจำเลยรับ
คดีที่ไม่ต้องห้ามฎีกานั้นถ้าศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาฉะเพาะข้อกฎหมายศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัยฎีกาที่เป็นข้อเท็จจริง
of 364