พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1545/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าธรรมเนียมการอ้างเอกสารพินัยกรรม: ผลต่อการพิจารณาคดี
เมื่อปรากฏในชั้นศาลอุทธรณ์ว่า คู่ความฝ่ายที่อ้างเอกสารพินัยกรรม ยังมิได้เสียค่าธรรมเนียมในการอ้าง แต่ไม่ปรากฏว่าคู่ความฝ่ายนั้นฝ่าฝืนไม่ยอมเสียหรือเป็นด้วยความพลั้งเผลอของเจ้าพนักงานศาลมิได้เรียกร้องให้คู่ความนั้นเสียดังนี้ ก็ยังไม่ควรให้คู่ความฝ่ายนั้นเป็นผู้รับผิด และควรให้ศาลชั้นต้นปฏิบัติในเรื่องค่าธรรมเนียมการอ้างเอกสารให้ถูกต้องเสียก่อนแล้วพิพากษาใหม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1545/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าธรรมเนียมการอ้างเอกสารพินัยกรรม: ผลต่อการพิจารณาคดีและการพิพากษา
เมื่อปรากฎในชั้นศาลอุทธรณ์ว่า คู่ความฝ่ายที่อ้างเอกสารพินัยกรรม์ยังมิได้เสียค่าธรรมเนียมในการอ้างแต่ไม่ปรากฎว่าคู่ความฝ่ายนั้นฝ่าฝืนไม่ ยอมเสียหรือเป็นด้วยความพลั้งเผลอของเจ้าพนักงานศาลมิได้เรียกร้องให้คู่ความนั้นเสียดังนี้ก็ยังไม่ควรให้คู่ความฝ่ายนั้นเป็นผู้รับผิดและควรให้ศาลชั้นต้นปฏิบัติในเรื่องค่าธรรมเนียมการอ้างเอกสารให้ถูกต้องเสียก่อนแล้ว พิพากษาใหม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1539/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสืบพยานนอกประเด็นฟ้อง ส่งผลต่อความรับผิดของเจ้าของรถ
ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ควบคุมจัดการเดินรถแทนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของรถ แล้วจำเลยที่ 1ขับรถชนโจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหาย แต่ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 มีหน้าที่เก็บสตางค์ค่าโดยสารในรถยนต์ของจำเลย ไม่ใช่เป็นผู้ควบคุมจัดการเดินรถแทนจำเลยที่ 2 ดังฟ้อง จึงเป็นการสืบนอกประเด็น จะรับฟังมาวินิจฉัยให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดชอบตามฟ้องไม่ได้ ต้องยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2 เสีย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1539/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสืบพยานนอกประเด็นฟ้อง ทำให้จำเลยไม่ต้องรับผิด
ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ควบคุมจัดการเดินรถแทนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของรถแล้วจำเลยที่ 1 ขับรถชนโจทก์เสียหายขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหาย แต่ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 มีหน้าที่เก็บสตางค์ค่าโดยสารในรถยนตร์ของจำเลยไม่ใช่เป็นผู้ควบคุมจัดการเดินรถแทนจำเลยที่ 2 ดังฟ้อง จึงเป็นการสืบนอกประเด็น จะรับฟังมาวินิจฉัยให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดชอบตามฟ้องไม่ได้ ต้องยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2 เสีย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1536/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการพิสูจน์สัญชาติทางศาล แม้เคยร้องต่อเจ้าพนักงานแล้ว
การร้องขอพิศูจน์สัญชาติตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2480 มาตรา 28 ว่าผู้ร้องเป็นบุคคลเกิดในประเทศไทยและมีสัญชาติเป็นไทยโดยกำเหนิดนั้น แม้ผู้ร้องจะได้ร้องทางเจ้าพนักงานตลอดจนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งเสร็จไปแล้วให้ยกคำร้อง ของผู้ร้องเสียก็ดีผู้ร้องก็ยังมีสิทธิมาร้องขอพิศูจน์ทางศาลได้อีก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1536/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิร้องขอพิสูจน์สัญชาติทางศาล แม้เคยร้องต่อเจ้าพนักงานแล้ว ศาลฎีกาวางหลักสิทธิในการพิสูจน์สัญชาติเป็นสิทธิสำคัญ
การร้องขอพิสูจน์สัญชาติตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2480 มาตรา 28 ว่าผู้ร้องเป็นบุคคลเกิดในประเทศไทยและมีสัญชาติเป็นไทยโดยกำเนิดนั้นแม้ผู้ร้องจะได้ร้องทางเจ้าพนักงานตลอดจนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งเสร็จไปแล้วให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสียก็ดี ผู้ร้องก็ยังมีสิทธิมาร้องขอพิสูจน์ทางศาลได้อีก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1485/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยายามฆ่า: การกระทำที่หวุดหวิดใกล้สำเร็จถือเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า แม้จะยังมิได้ลงมือ
จำเลยหยิบเอาปืนสะเตนขึ้นกระชากลูกเลื่อน แล้วปล่อยลูกเลื่อนเข้าที่กระสุนขึ้นลำกล้องหันปากกระบอกปืนมาทางหน้าอกผู้เสียหาย ห่างวาเศษพร้อมที่จะลั่นไกยิงปืนให้ลูกกระสุนถูกผู้เสียหายตายได้แล้ว หากมีผู้อื่นปัดกระบอกปืนเบนขึ้นไปเสียเป็นการขัดขวางไม่ให้จำเลยเหนี่ยวไกยิงผู้เสียหายได้ ดังนี้ การกระทำของจำเลยหวุดหวิดที่จะยิงผู้เสียหายให้ตายได้ทีเดียว จึงย่อมเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าคนตายตามกฎหมายแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1485/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดพยายามฆ่า: การกระทำที่หวุดหวิดจนเกือบสำเร็จเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า
จำเลยหยิบเอาปืนสะเตนขึ้นกระชากลูกเลื่อนแล้วปล่อยลูกเลื่อนเข้าที่ กระสุนขึ้นลำกล้องหันปากกระบอกปืนมาทางหน้าอกผู้เสียหาย ห่างวาเศษพร้อมที่จะลั่นไกยิงปืนให้ลูกกระสุนถูกผู้เสียหายตายได้แล้ว หากมีผู้อื่นปัดกระบอกปืนเบนขึ้นไปเสียเป็นการขัดขวงไม่ให้จำเลยเหนี่ยวไกยิงผู้เสียหายได้ ดังนี้การกระทำของจำเลยหวุดหวิดที่จะยิงผู้เสียหายให้ตายได้ทีเดียว จึงย่อมเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าคนตายตามกฎหมายแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจการขอเงินสินบลในคดีป้องกันการค้ากำไรเกินควร อัยการไม่มีสิทธิขอแทนผู้รับสินบล และศาลมีอำนาจแก้ไขได้
เงินสินบลที่จะให้ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 ม. + นั้น พนักงานอัยการไม่มีสิทธิที่จะขอแทนผู้รับสินบล
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าสืนบลตามพ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 มาตรา 30 โดยอัยการโจทก์มิได้ขอแม้จำเลยมิได้อุทธรณ์ในข้อนี้ศาลอุทธรณ์ก็ย่อมมีอำนาจจะยกขึ้นอ้างและพิพากษาแก้ไขให้ เป็นผลดีแก่จำเลยได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 195 เพราะเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าสืนบลตามพ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 มาตรา 30 โดยอัยการโจทก์มิได้ขอแม้จำเลยมิได้อุทธรณ์ในข้อนี้ศาลอุทธรณ์ก็ย่อมมีอำนาจจะยกขึ้นอ้างและพิพากษาแก้ไขให้ เป็นผลดีแก่จำเลยได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 195 เพราะเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจการขอค่าสินบนตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร และการแก้ไขคำพิพากษาโดยศาลอุทธรณ์
เงินสินบนที่จะให้ตามพ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 มาตรา 30 นั้น พนักงานอัยการไม่มีสิทธิที่จะขอแทนผู้รับสินบน
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าสินบนตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 มาตรา 30 โดยอัยการโจทก์มิได้ขอ แม้จำเลยมิได้อุทธรณ์ในข้อนี้ ศาลอุทธรณ์ก็ย่อมมีอำนาจจะยกขึ้นอ้างและพิพากษาแก้ไขให้เป็นผลดีแก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าสินบนตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 มาตรา 30 โดยอัยการโจทก์มิได้ขอ แม้จำเลยมิได้อุทธรณ์ในข้อนี้ ศาลอุทธรณ์ก็ย่อมมีอำนาจจะยกขึ้นอ้างและพิพากษาแก้ไขให้เป็นผลดีแก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย