คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1483/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย – ข้อหาไม่ชัดเจน – เหตุการณ์ต่อเนื่อง
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้ง 5 คนสมคบกันทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกระทงโดยแยกรายละเอียดความผิดเป็นข้อๆ และตามฟ้อง ข้อ ก. ว่าจำเลยที่ 1-2 และ 3 ได้มีเจตนาสมคบกันบังอาจเอาความที่จำเลยทั้งสามรู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จซึ่งอาจทำให้โจทก์เสียหายได้นั้น ไปแจ้งและร้องทุกข์แก่จำเลยที่ 3 ว่าโจทก์ได้ฉ้อโกงทรัพย์อันเป็นความผิดทางอาญาทำให้จำเลยที่ 3 อาศัยอำนาจในตำแหน่งเพื่อทำการทุจริต ซึ่งความจริงโจทก์มิได้ฉ้อโกงทรัพย์จำเลยที่1 เลย'
และตามข้อ ข. ว่า"จำเลยที่ 2-5 ไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายได้สมบคบกันบังคับจับโจทก์ไปจากบ้าน ควบคุมกักขังไว้ 1 คืน ยึดถั่วลิสงของโจทก์ไว้ 1 กระสอบ วันรุ่งขึ้นจึงให้ประกันตัวไป ต่อมาจำเลยที่ 3 บังคับให้โจทก์ทำหนังสือรับว่าเป็นลูกหนี้จำเลยที่ 3 ก่อนที่จะปล่อยตัวโจทก์ไปโดยไม่มีประกันตัว" ดังนี้ฟ้องของโจทก์ ข้อ ก. มีข้อความขัดกันในตัวเอง เป็นคำกล่าวลอยๆไม่มีข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 3 ทำอะไร อย่างไร ไม่อาจเข้าใจข้อหาได้ดี จึงเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามป.วิ.อ.มาตรา 158(5) ส่วนฟ้องของ ข. โจทก์แถลงว่าเป็นความผิดเนื่องจากการกระทำตามฟ้องข้อ ก. ไม่เป็นฟ้องที่ชอบเสียแล้ว ฟ้องข้อข.จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1435/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายจากการบอกเลิกสัญญาเช่าสวนก่อนกำหนด โดยคำนวณจากผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับหักค่าใช้จ่าย
สัญญาเช่าสวนมีกำหนด 3 ปี กำหนดค่าเช่ากันเป็นรายปี แต่ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยบอกกล่าวล่วงหน้าหนึ่งเดือน ดังนี้การบอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อเลิกสัญญาจึงหมายว่าต้องกระทำไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนก่อนสุดระยะเวลาหนึ่งปี
ในกรณีที่ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาโดยผู้เช่ายังไม่ได้เข้าทำสวนเลยเช่นนี้ถ้าผู้ให้เช่าไม่ยอมให้ผู้เช่าครอบครองสวนตามสัญญาซึ่งไม่มีสิทธิจะทำเช่นนั้นได้ก็ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้เช่าและผู้เช่าก็มีสิทธิได้รับชดใช้ ค่าเสียหายเพราะขาดประโยชน์ชั่วระยะเวลา 1 ปีแรกเท่านั้น
การคำนวณค่าเสียหายจากการที่ไม่ได้เข้าทำสวนส้มนั้นต้องคำนวณจากผลส้มที่ได้ หักค่าใช้จ่ายที่จะต้องลงทุน เช่น ค่าอุปกรณ์การทำสวนส้มและค่าแรง ซึ่งจะต้องใช้สิ้นเปลืองไปกับค่าเช่าเป็นต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1435/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าสวน: สิทธิบอกเลิกสัญญาและการคำนวณค่าเสียหายจากการบอกเลิกสัญญาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สัญญาเช่าสวนมีกำหนด 3 ปี กำหนดค่าเช่ากันเป็นรายปี แต่ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยบอกกล่าวล่วงหน้าหนึ่งเดือน ดังนี้ การบอกกล่าวล่วงหน้า เพื่อเลิกสัญญาจึงหมายว่า ต้องกระทำไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน ก่อนสุดระยะเวลาหนึ่งปี
ในกรณีเช่นนี้ ถ้าผู้ให้เช่าไม่ยอมให้ผู้เช่าครอบครองสวนตามสัญญา ซึ่งไม่มีสิทธิจะทำเช่นนั้นได้ ก็ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้เช่าและผู้เช่าก็มีสิทธิได้รับชดใช้ค่าเสียหายเพราะขาดประโยชน์ชั่วระยะเวลา 1 ปีแรก เท่านั้น
การคำนวณค่าเสียหายจากการที่ไม่ได้เข้าทำสวนส้มนั้นต้องคำนวณจากผลส้มที่ได้ หักค่าใช้จ่ายที่จะต้องลงทุน เช่น ค่าอุปกรณ์การทำสวนส้มและค่าแรง ซึ่งจะต้องใช้สิ้นเปลืองไปกับค่าเช่าเป็นต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1421/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความชอบด้วยกฎหมายขององค์คณะผู้พิพากษาศาลทหารกลาง กรณีจำเลยมียศต่ำกว่า
จำเลยมียศเพียงนายเรือตรี แต่ตุลาการศาลทหารกลางที่เป็นนายทหารพิจารณาพิพากษาคดีพร้อมกับตุลาการผู้รักษษพระธรรมนูญอีก 2 นายนั้นเป็นนายทหารชั้นพลโททั้ง 3 นายไม่มีตุลาการที่เป็นนายทหารคนใดมียศต่ำกว่าจำเลยฉะนั้นฐานะของตุลาการศาลทหารกลางที่เป็นนายทหาร พิจารณาพิพากษาคดีของจำเลย จึงเป็นอันชอบด้วยกฎหมายแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1421/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความชอบด้วยกฎหมายขององค์คณะผู้พิพากษาศาลทหารกลางที่มีสถานะสูงกว่าจำเลย
จำเลยมียศเพียงนายเรือตรี แต่ตุลาการศาลทหารกลางที่เป็นนายทหารพิจารณาพิพากษาคดีพร้อมกับตุลาการผู้รักษาพระธรรมนูญอีก 2 นายนั้นเป็นนายทหารชั้นพลโททั้ง 3 นาย ไม่มีตุลาการที่เป็นนายทหารคนใดมียศต่ำกว่าจำเลย ฉะนั้นฐานะของตุลาการศาลทหารกลางที่เป็นนายทหารพิจารณาพิพากษาคดีของจำเลยจึงเป็นอันชอบด้วยกฎหมายแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1419/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ในต้นไม้ที่ปลูกติดกัน: การตัดกิ่งไม่ใช่การทำอันตรายแก่ทรัพย์ผู้อื่นหากมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์
ต้นกะถินปลูกอยู่ในเขตที่ดินติดต่อกันระหว่าง 2 ฝ่ายต่างฝ่ายก็อ้างว่า ตนเป็นเจ้าของต้นกะถินนั้น เมื่อฝ่ายหนึ่งตัดกิ่งกะถินโดยถือว่าเป็นของ ๆ ตน ดังนี้จะเรียกว่าฝ่ายนั้นบังอาจทำอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่นตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา + ยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1419/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ในต้นกระถินที่ปลูกติดกัน: การตัดกิ่งไม่ถือเป็นทำลายทรัพย์ผู้อื่นหากอ้างเป็นเจ้าของ
ต้นกระถินปลูกอยู่ในเขตที่ดินติดต่อกันระหว่าง 2 ฝ่าย ต่างฝ่ายก็อ้างว่า ตนเป็นเจ้าของต้นกระถินนั้น เมื่อฝ่ายหนึ่งตัดกิ่งกระถินโดยถือว่าเป็นของ ของตน ดังนี้จะเรียกว่า ฝ่ายนั้นบังอาจทำอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่นตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 324 ยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1417/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจคณะกรรมการส่วนจังหวัดออกประกาศห้ามค้ากำไรเกินควรโดยอาศัย พ.ร.บ. ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490
ประกาศที่คณะกรรมการส่วนจังหวัดไม่มีอำนาจออกตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 มาตรา 8(8) นั้น แม้จะมีการฝ่าฝืนก็ยังไม่เป็นผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1417/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ประกาศคณะกรรมการส่วนจังหวัดเกินอำนาจ พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร ไม่เป็นความผิด
ประกาศที่คณะกรรมการส่วนจังหวัดไม่มีอำนาจออกตามพ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 มาตรา 8(8) นั้นแม้จะมีการฝ่าฝืนก็ยังไม่เป็นผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 19/2493)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1407/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิทำทางจำเป็นเมื่อที่ดินถูกล้อม และการแยกแปลงที่ดินเพื่อพิจารณาทางภาระจำยอม
เป็นเจ้าของที่ดินอยู่แปลงหนึ่งแล้ว ต่อมาได้รับโอนที่ดินมาอีกแปลงหนึ่งแม้ที่ดินที่ได้รับโอนมาใหม่จะมีเขตติดต่อกับที่ดินแปลงเดิมก็ย่อมต้องถือว่า เป็นที่ดินคนละแปลง ฉะนั้นเมื่อโอนขายที่ดินแปลงที่ได้รับโอนมาภายหลังให้แก่คนอื่นไปทั้งแปลง ดังนี้จะถือว่าเป็นที่ดินแบ่งแยกหรือแบ่งโอนจากที่ดินแปลงเดิมของเจ้าของตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1350 ไม่ได้ เพราะเป็นที่ดินต่างแปลงกันมาแต่เดิมเมื่อปรากฎว่าที่ดินแปลงหลังถูกล้อมไม่มีทางออกก็จะนำมาตรา 1350 มาใช้บังคับไม่ได้ ต้องใช้มาตรา 1349 บังคับ
of 170