คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแจ้งความเท็จ - พยานหลักฐานไม่เพียงพอ - คำให้การขัดแย้งไม่ชัดเจน
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยแจ้งความเท็จ จำเลยปฏิเสธทางพิจารณามีปลัดอำเภอพยานปากเดียวเบิกความว่า คำให้การที่จำเลยให้ไว้ชั้นสอบสวนไม่ตรงกับถ้อยคำที่จำเลยเบิกความเป็นพยานต่อศาล ทั้งไม่ได้ยืนยันว่าคำให้การของจำเลยอันไหนเป็นความจริงอันไหนเป็นความเท็จ เพียงเท่านี้จะชี้ขาดว่าคำให้การจำเลยที่ให้การไว้ชั้นสอบสวนเป็นความเท็จยังไมได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแจ้งความเท็จ – พยานหลักฐานไม่เพียงพอ – ไม่สามารถพิสูจน์คำให้การเท็จได้
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยแจ้งความเท็จ จำเลยปฏิเสธ ทางพิจารณามีปลัดอำเภอพยานปากเดียวเบิกความว่า คำให้การที่จำเลยให้ไว้ชั้นสอบสวนไม่ตรงกับถ้อยคำที่จำเลยเบิกความเป็นพยานต่อศาล ทั้งไม่ได้ยืนยันว่าคำให้การของจำเลยอันไหนเป็นความจริงอันไหนเป็นความเท็จ เพียงเท่านี้จะชี้ขาดว่าคำให้การจำเลยที่ให้การไว้ชั้นสอบสวนเป็นความเท็จยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1313/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ที่ดินติดคลองสาธารณะไม่อาจเรียกร้องทางจำเป็นได้
ตามธรรมดาถือว่าคลองเป็นสาธารณะเพราะเป็นทางอาศัยสัญจรไปมาในทางน้ำ
ที่ดินอันมีเขตติดคลอง ซึ่งเป็นทางสาธารณะแล้ว เจ้าของที่ดินจะอ้างว่าไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1349 ย่อมฟังไม่ได้ ที่ดินในลักษณะเช่นที่กล่าวนี้ เจ้าของจะเรียกร้องขอทางจำเป็นจากเจ้าของที่ดินติดต่อไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1313/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ที่ดินติดคลองสาธารณะ ไม่อาจอ้างไม่มีทางออกเพื่อขอทางจำเป็นได้
ตามธรรมดาถือว่า คลองเป็นทางสาธารณะ เพราะเป็นทางอาศัยสัญจรไปมาในทางน้ำ
ที่ดินอันมีเขตติดคลอง ซึ่งเป็นทางสาธารณะแล้ว เจ้าของที่ดินจะอ้างว่าไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 ย่อมฟังไม่ได้ที่ดินในลักษณะเช่นที่กล่าวนี้ เจ้าของจะเรียกร้องขอทางจำเป็นจากเจ้าของที่ดินติดต่อไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1311/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิจารณาว่าไฟฉายถือเป็นอาวุธในความผิดฐานปล้นทรัพย์หรือไม่ ศาลพิจารณาจากลักษณะของวัตถุ
ไฟฉายชนิดถือเดินทางจะเป็นอาวุธหรือไม่ ย่อมแล้วแต่ลักษณะว่าจะเป็นเครื่องประหารตามความในมาตรา 6 ข้อ 15 แห่ง ก.ม.ลักษณะอาญาหรือไม่
คนร้าย 3 คนขึ้นไปทำการชิงทรัพย์บนเรือนผู้เสียหายปรากฎว่าผู้ร้ายไม่มีอาวุธอย่างใดนอกจากไฟฉายสำหรับถือเดินทางเมื่อไม่ปรากฎว่าไฟฉายนั้นใหญ่และยาวเท่าใด ก็จะอนุมานเอาว่าเป็นเครื่องประหารอันสามารถจะใช้กระทำแก่ร่างกายให้แตกหักบุบสลายได้ถึงสาหัสเช่นตระบอง หาได้ไม่ ไฟฉายนั้นจึงไม่ใช่สาสตราวุธ คนร้ายนั้นจึงมีความผิดเพียงฐานชิงทรัพย์ ไม่ใช่ปล้นทรัพย์
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาและเพิ่งโต้แย้งในชั้นฎีกาว่าความผิดฐานปล้นทรัพย์จะต้องประกอบด้วยการมีสาสตราวุธ ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยให้ได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนว่าจำเลยจะมีความผิดดั่งข้อที่โจทก์กล่าวหาหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1311/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิจารณาว่าไฟฉายถือเป็นอาวุธในความผิดฐานปล้นทรัพย์หรือไม่ ศาลพิจารณาจากลักษณะของวัตถุ
ไฟฉายชนิดถือเดินทางจะเป็นอาวุธหรือไม่ ย่อมแล้วแต่ลักษณะว่า จะเป็นเครื่องประหารตามความในมาตรา 6 ข้อ15แห่ง กฎหมายลักษณะอาญาหรือไม่
คนร้าย 3 คนขึ้นไปทำการชิงทรัพย์บนเรือนผู้เสียหาย ปรากฏว่าผู้ร้ายไม่มีอาวุธอย่างใดนอกจากไฟฉายสำหรับถือเดินทาง เมื่อไม่ปรากฏว่าไฟฉายนั้นใหญ่และยาวเท่าใดก็จะอนุมานเอาว่าเป็นเครื่องประหารอันสามารถจะใช้กระทำแก่ร่างกายให้แตกหักบุบสลายได้ถึงสาหัสเช่นตระบอง หาได้ไม่ไฟฉายนั้นจึงไม่ใช่ศาตราวุธ คนร้ายนั้นจึงมีความผิดเพียงฐานชิงทรัพย์ไม่ใช่ปล้นทรัพย์
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา และเพิ่งโต้แย้งในชั้นฎีกาว่า ความผิดฐานปล้นทรัพย์จะต้องประกอบด้วยการมีศาตราวุธ ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยให้ได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนว่า จำเลยจะมีความผิดดังข้อที่โจทก์กล่าวหาหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1274/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มทุนทรัพย์หลังศาลอุทธรณ์พิพากษาเพื่อหวังฎีกา ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
คดีมีทุนทรัพย์เพียง 2000 บาท ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นแล้ว จึงเป็นคดีต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จำเลยจะยื่นคำร้องขอเพิ่มทุนทรัพย์ เพื่อจะให้เป็นคดีที่จะฎีกาได้ต่อไปนั้น ไม่ต้องด้วยความประสงค์และเป็นกรณีที่ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 150 วรรคสาม(จึงไม่ทำให้คดีของจำเลยเป็นคดีที่ฎีกาได้)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1274/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อจำกัดการฎีกาในคดีที่มีทุนทรัพย์น้อย และการเพิ่มทุนทรัพย์เพื่อฎีกา
คดีมีทุนทรัพย์เพียง 2000 บาท ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นแล้ว จึงเป็นคดีต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 248 จำเลยจะยื่นคำร้องขอเพิ่มทุนทรัพย์ เพื่อจะให้เป็นคดีที่จะฎีกาได้ต่อไปนั้น ไม่ต้องด้วยความประสงค์และเป็นกรณีที่ไม่ต้องด้วย ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 150 วรรค 3 (จึงไม่ทำให้คดีของจำเลยเป็นคดีที่ฎีกาได้)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1267/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 144 ใช้กับคดีเดิมเท่านั้น คดีฟ้องใหม่ไม่เข้าข่าย
ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 144 วรรคต้นที่ว่า "เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัย ชี้ขาดคดีหรือในประเด็นข้อใดแห่งคดีแล้ว ห้ามมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้น อันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วนั้น" เป็นบทบัญญัติห้ามไม่ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีเดิมอีกเท่านั้นถ้าเป็นคดีฟ้องใหม่ไม่ใช่คดีเดิมบทบัญญัติ ดังกล่าวไม่บังคับถึง
พี่สาวโจทก์เคยฟ้องขอแบ่งทรัพย์จากจำเลยโดยอ้างว่าเป็นมฤดกของมารดา ศาลตัดสินว่าทรัพย์พิพาทไม่ใช่มฤดกของมารดาแต่เป็นของจำเลยกับสามีมาครั้งหนึ่งแล้ว บัดนี้โจทก์มาฟ้องขอแบ่งทรัพย์นั้นจากจำเลยโดยอ้างว่าเป็นมฤดกของมารดาอีก ดังนี้คดีไม่ต้องข้อห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 144

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1267/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ มาตรา 144 ว.พ.พ. ไม่ห้ามคดีฟ้องใหม่ หากไม่ใช่คดีเดิม แม้ประเด็นข้อพิพาทคล้ายคลึงกัน
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 วรรคต้นที่ว่า"เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีหรือในประเด็นข้อใดแห่งคดีแล้ว ห้ามมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้น อันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วนั้น" เป็นบทบัญญัติห้ามไม่ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีเดิมอีกเท่านั้น ถ้าเป็นคดีฟ้องใหม่ไม่ใช่คดีเดิมบทบัญญัติดังกล่าวไม่บังคับถึง
พี่สาวโจทก์เคยฟ้องขอแบ่งทรัพย์จากจำเลย โดยอ้างว่าเป็นมรดกของมารดา ศาลตัดสินว่าทรัพย์พิพาทไม่ใช่มรดกของมารดาแต่เป็นของจำเลยกับสามีมาครั้งหนึ่งแล้ว บัดนี้โจทก์มาฟ้องขอแบ่งทรัพย์นั้นจากจำเลยโดยอ้างว่าเป็นมรดกของมารดาอีก ดังนี้ คดีไม่ต้องข้อห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144
of 170