พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความฟ้องร้องบังคับตามสัญญาซื้อขาย และภาระการพิสูจน์การครอบครองปรปักษ์ที่ดินที่มีโฉนด
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขายที่ดินมีโฉนดให้ และโจทก์ได้ครอบครองมา 10 ปีกว่าแล้ว ขอให้จำเลยโอนแก้ทะเบียนให้โจทก์ตามสัญญาซื้อขายหรือให้ถอนชื่อจำเลยออกใส่ชื่อโจทก์ในโฉนดแทน จำเลยต่อสู้ว่าได้มอบที่ดินให้โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ดังนี้ ประเด็นตกเป็นหน้าที่โจทก์นำสืบก่อน เพราะภาระการพิสูจน์ว่า การครอบครองของโจทก์ได้เป็นไปโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของยังคงตกอยู่แก่โจทก์ทั้งนี้เพราะการอ้างถึงการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินตามมาตรา 1382 สำหรับที่ดินที่มีหนังสือสำคัญ แสดงกรรมสิทธิ์ว่าเป็นของผู้อื่นอยู่แล้วนั้น ผู้อ้างจะต้องแสดงหลักฐานให้เป็นที่พอใจต่อศาล ศาลจึงจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งแสดงการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์เพื่อการจดทะเบียนตามบทบัญญัติแห่งพ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 7)2486มาตรา 14 และกฎกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 1 มกราคม 2486ข้อ 1
ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน ซึ่งเป็นการไม่ชอบ การที่จำเลยต้องขาดนัดพิจารณาเพราะหน้าที่นำสืบก่อนต้องตกแก่จำเลยโดยไม่ชอบเช่นนี้ เป็นการสมควรให้ได้มีการพิจารณาคดีใหม่ โดยดำเนินกระบวนพิจารณาให้ชอบ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ
ฟ้องขอให้ศาลบังคับลูกหนี้กระทำการชำระหนี้ตามสัญญาที่ได้ทำกันไว้อันเป็นการขอให้บังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้น จะต้องฟ้องเสียภายในระยะเวลา10 ปี มิฉะนั้นขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน ซึ่งเป็นการไม่ชอบ การที่จำเลยต้องขาดนัดพิจารณาเพราะหน้าที่นำสืบก่อนต้องตกแก่จำเลยโดยไม่ชอบเช่นนี้ เป็นการสมควรให้ได้มีการพิจารณาคดีใหม่ โดยดำเนินกระบวนพิจารณาให้ชอบ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ
ฟ้องขอให้ศาลบังคับลูกหนี้กระทำการชำระหนี้ตามสัญญาที่ได้ทำกันไว้อันเป็นการขอให้บังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้น จะต้องฟ้องเสียภายในระยะเวลา10 ปี มิฉะนั้นขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 511/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความผิดนอกคำฟ้องในคดีข่มขืนกระทำชำเรา ศาลต้องยึดตามคำฟ้องเดิม
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยใช้อำนาจด้วยกำลังกายข่มขืนกระทำชำเราโจทก์จนสำเร็จความใคร่ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 243ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้กอดโจทก์ แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้กอดโจทก์อันเป็นความผิดตามมาตรา 246 ศาลต้องพิพากษายกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 511/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความผิดนอกคำฟ้องในคดีข่มขืนกระทำชำเรา การบรรยายฟ้องต้องชัดเจน
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อำนาจด้วยกำลังกายข่มขืนกระทำชำเราโจทก์จนสำเร็จความใคร่ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 243 ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้กอดโจทก์ แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้กอดโจทก์อันเป็นความผิดตามมาตรา 246 ศาลต้องพิพากษายกฟ้องตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 192 วรรค 2
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 508/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสอบสวนความผิดฐานอื่น แม้จะตั้งข้อหาเดิมไว้แล้ว
คดีได้มีการสอบสวนความผิดที่จำเลยได้กระทำนั้นแล้ว แม้เดิมจะตั้งข้อหาฐานหนึ่ง แต่เมื่อกรณีที่สอบสวนความผิดนั้นปรากฏว่าเป็นความผิดอีกฐานหนึ่ง ก็เรียกได้ว่าได้สอบสวนความผิดในฐานนั้นด้วยได้ เพราะได้กระทำการสอบสวนในความผิดนั้นด้วยแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 508/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสอบสวนความผิดฐานอื่นที่ปรากฏภายหลัง แม้จะตั้งข้อหาเดิมไว้แล้ว ก็ถือว่าได้สอบสวนความผิดฐานนั้นด้วย
คดีอาญาที่ได้มีการสอบสวนความผิดที่จำเลยได้กระทำนั้นแล้วแม้เดิมจะตั้งข้อหาฐานหนึ่ง แต่เมื่อกรณีที่สอบสวนความผิดนั้นปรากฏว่าเป็นความผิดอีกฐานหนึ่งก็เรียกได้ว่าได้สอบสวนความผิดในฐานนั้นด้วยได้ เพราะได้กระทำการสอบสวนในความผิดนั้นด้วยแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 503/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตอบรับคำชวนวิวาท: การพิจารณาความสมัครใจในการต่อสู้เพื่อมีอำนาจฟ้อง
จำเลยกับผู้ถูกทำร้ายมีสาเหตุกันอยู่ก่อน ขณะเกิดเหตุผู้ถูกทำร้ายยืนดูรำโทนอยู่ จำเลยมาเรียกแลถามว่า"อ้ายทองจะเอาหรือ" ผู้ถูกทำร้ายตอบว่า"เอา" ทันใดจำเลยก็แทงผู้ถูกทำร้าย 3 ที คิด ๆ กัน ดังนี้จะฟังว่าผู้ถูกทำร้ายสมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้กับจำเลยยังไม่ได้อำนาจฟ้องของโจทก์ ผู้ถูกทำร้ายหาเสียไปไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 503/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตอบรับคำชวนวิวาท: การประเมินเจตนาและการมีอำนาจฟ้องของผู้ถูกทำร้าย
จำเลยกับผู้ถูกทำร้ายมีสาเหตุกันอยู่ก่อน ขณะเกิดเหตุผู้ถูกทำร้ายยืนดูรำโทนอยู่จำเลยมาเรียกและถามว่า'อ้ายทองจะเอาหรือ' ผู้ถูกทำร้ายตอบว่า 'เอา' ทันใดจำเลยก็แทงผู้ถูกทำร้าย 3 ที ติดๆ กัน ดังนี้จะฟังว่าผู้ถูกทำร้ายสมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้กับจำเลยยังไม่ได้ อำนาจฟ้องของโจทก์ผู้ถูกทำร้ายหาเสียไปไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 489/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาในพินัยกรรม: ทรัพย์ที่ไม่ได้ระบุในรายการพินัยกรรมถือเป็นมรดกนอกพินัยกรรม
พินัยกรรมที่ระบุในตอนต้นว่ายกทรัพย์ที่มีอยู่และที่จะเกิดมีมาในภายหน้าให้ผู้รับพินัยกรรมคนเดียวนั้น แต่ในตอนต่อไปมีรายการทรัพย์ว่า ยกทรัพย์สิ่งใดให้บ้างแต่ทรัพย์พิพาทไม่มีระบุไว้ในพินัยกรรมซึ่งมีเหตุให้เห็นได้ว่า เจ้ามรดกมิได้มีเจตนาจะยกทรัพย์ที่พิพาทนี้ให้แก่ผู้รับพินัยกรรมด้วย ดังนี้ทรัพย์พิพาทจึงเป็นทรัพย์มรดกนอกพินัยกรรม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 489/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พินัยกรรมไม่ชัดเจน ทรัพย์สินพิพาทนอกพินัยกรรม ศาลพิจารณาเจตนาเจ้ามรดก
พินัยกรรมที่ระบุในตอนต้นว่ายกทรัพย์ที่มีอยู่และที่จะเกิดมาในภายหน้าให้ผู้รับพินัยกรรมคนเดียวนั้นแต่ในตอนต่อไปมีรายการทรัพย์ว่า ยกทรัพย์สิ่งใดให้บ้าง แต่ทรัพย์พิพาทไม่มีระบุไว้ในพินัยกรรม ซึ่งมีเหตุให้เห็นได้ว่า แจ้งมรดกมิให้มีเจตนาจะยกทรัพย์ที่พิพาทนี้ให้แก่ผู้รับพินยกรรมด้วย ดังมีทรัพย์พิพาทจึงเป็นทรัพย์มรดกนอกพินัยกรรม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้กรรมสิทธิ์ที่ดินจากการครอบครองปรปักษ์และการพิสูจน์ปีที่หย่าขาดจากกัน
ผู้ที่ได้รับยกให้ที่ดินและครอบครองมา ย่อมแสดงว่าได้ครอบครองที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของโดยสงบและเปิดเผยเมื่อเกิน 10 ปี ก็ได้กรรมสิทธิ์
เมื่อวินิจฉัยว่า ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองก็ไม่มีประเด็นจะต้องวินิจฉัยว่า การยกให้แต่แรกนั้นจะมีหนังสือหรือไม่
เอกสารบันทึกของเจ้าพนักงาน ซึ่งไม่มีกฎหมายบังคับให้ศาลต้องรับฟังเด็ดขาดนั้น เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งได้โต้เถียงอยู่ว่าเจ้าพนักงานเทียบปีและบันทึกปีผิดไป ดังนี้ ฝ่ายนั้นย่อมมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบได้ว่าความจริงเป็นปีใดแน่
เมื่อวินิจฉัยว่า ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองก็ไม่มีประเด็นจะต้องวินิจฉัยว่า การยกให้แต่แรกนั้นจะมีหนังสือหรือไม่
เอกสารบันทึกของเจ้าพนักงาน ซึ่งไม่มีกฎหมายบังคับให้ศาลต้องรับฟังเด็ดขาดนั้น เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งได้โต้เถียงอยู่ว่าเจ้าพนักงานเทียบปีและบันทึกปีผิดไป ดังนี้ ฝ่ายนั้นย่อมมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบได้ว่าความจริงเป็นปีใดแน่