พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้จ้างวานให้บุกรุกที่ดิน: ความผิดฐานบุกรุกในฐานะผู้ใช้จ้าง
การมีจอบเสียมอันเป็นเครื่องมือขุดดิน เข้าไปขุดนาของผู้อื่นเรียกไม่ได้ว่ามีศาสตราวุธไปบุกรุก
จำเลยจ้างบุคคลอื่นกับพวกไปขุดนาโจทก์ ดังนั้นจำเลยย่อมมีผิดฐานบุกรุกในฐานะที่ใช้ให้ผู้อื่นไป กระทำความผิดตามมาตรา 64
จำเลยจ้างบุคคลอื่นกับพวกไปขุดนาโจทก์ ดังนั้นจำเลยย่อมมีผิดฐานบุกรุกในฐานะที่ใช้ให้ผู้อื่นไป กระทำความผิดตามมาตรา 64
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 327/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้กรรมสิทธิ์จากการครอบครองปรปักษ์หลังแจ้งเจตนาเปลี่ยนลักษณะการครอบครอง
การที่จำเลยซึ่งเป็นบุตรของเจ้าหนี้ซึ่งยึดถือนาพิพาทไว้ทำต่างดอกเบี้ย ได้แจ้งแก่โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ว่า มารดาได้ยกนาพิพาทนั้นให้แล้ว จำเลยจะเอาเป็นกรรมสิทธิ์และยอมเพิ่มเงินให้โจทก์ ซึ่งฝ่ายโจทก์ก็ตกลง แต่การโอนทะเบียนขัดข้องจึงเลยไม่ได้ให้เงินที่เพิ่มขึ้นนั้นแก่โจทก์ จำเลยครอบครองนาพิพาทตลอดมากว่า 10 ปีแล้ว ดังนี้ถือว่าจำเลยได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองแทนเป็นครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของตั้งแต่แจ้งแก่โจทก์ดังกล่าว จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์ตาม ป.ม.แพ่ง ม.1382
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 306/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่ดินที่ได้มาหลังแต่งงานถือเป็นสินสมรส การโอนโดยไม่ยินยอมสามีเป็นโมฆียะ
หญิงที่ทำนาของบิดามารดามาก่อนแต่ได้รับโอนโฉนดใส่ชื่อตนเมื่อภายหลังได้กับสามี ดังนี้ถือว่าที่ดินนั้นเป็นสินสมรสและสินบริคนห์ หากภรรยาเอาไปโอนโดยสามีมิได้รู้เห็นยินยอมด้วยนิติกรรมเป็นโมฆียะ เมื่อสามีบอกล้างแล้วเป็นโมฆะ และสามีย่อมฟ้องทำลายสัญญาโอนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 306/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่ดินโอนหลังแต่งงานเป็นสินสมรส แม้ทำนามาก่อน หากโอนโดยสามีไม่ยินยอมนิติกรรมเป็นโมฆียะ
หญิงที่ทำนาของบิดามารดามาก่อนแต่ได้รับโอนโฉนดใส่ชื่อตนเมื่อภายหลังได้กับสามี ดังนี้ถือว่าที่ดินนั้นเป็นสินสมรสและสินบริคณห์ หากภรรยาเอาไปโอนโดยสามีมิได้รู้เห็นยินยอมด้วยนิติกรรมเป็นโมฆียะ เมื่อสามีบอกล้างแล้วเป็นโมฆะ และสามีย่อมฟ้องทำลายสัญญาโอนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 301/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษจำเลยฐานพ้นโทษมาไม่ถึง 3 ปี กระทำผิดซ้ำ และโทษครั้งแรกเกิน 6 เดือน
จำเลยเคยต้องโทษฐานลักทรัพย์มาแล้ว 2 ครั้งพ้นโทษครั้งแรกมากระทำผิดฐานลักทรัพย์ ครั้งที่ 3 ขึ้นอีกใน 3 ปี เมื่อโทษครั้งที่ 1 ครั้งเดียว ต้องจำคุกเกินกว่า 6 เดือน แล้วต้องเพิ่มโทษตามมาตรา 73 จะเพิ่มโทษตามมาตรา 74 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 301/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษจำเลยฐานพ้นโทษมาไม่ทันครบ 3 ปี และเคยต้องโทษจำคุกเกิน 6 เดือน
จำเลยเคยต้องโทษฐานลักทรัพย์มาแล้ว 2 ครั้งพ้นโทษครั้งแรกมากระทำผิดฐานลักทรัพย์ครั้งที่ 3 ขึ้นอีกใน 3 ปี เมื่อโทษครั้งที่ 1 ครั้งเดียว ต้องจำคุกเกินกว่า 6 เดือนแล้ว ต้องเพิ่มโทษตามมาตรา 73 จะเพิ่มโทษตามมาตรา 74 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 290/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบของกลางในคดีค้ากำไรเกินควรและฝ่าฝืนประกาศฯ ศาลต้องแยกพิจารณาเฉพาะของที่ขายเกินราคาควบคุม
คดีที่หาว่า จำเลยกระทำผิดฐานไม่ปิดป้ายแสดงราคาฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ และหาว่า จำเลยขายของเกินราคาควบคุม ซึ่งเจ้าพนักงานจับของกลางรวมกันมานั้น ศาลต้องแยกพิเคราะห์ดูว่า ของกลางสิ่งใดจำเลยได้ขายเกินราคาควบคุม และศาลคงริบได้ฉะเพาะสิ่งของที่หาว่า จำเลยขายเกินราคาควบคุมอันเป็นการค้ากำไรเกินควรโดยตรงเท่านั้น ส่วนสิ่งของที่หาว่าจำเลยกระทำผิดฝ่าฝืนประกาศฯ ไม่เป็นของจะพึงริบ ให้คืนไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 290/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบของกลางในคดีค้ากำไรเกินควรและการจ่ายเงินรางวัลผู้จับ คดีนี้ศาลฎีกาแก้ไขคำพิพากษาให้คืนของกลางบางส่วนและจ่ายรางวัล
คดีที่หาว่า จำเลยกระทำผิดฐานไม่ปิดป้ายแสดงราคาฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ และหาว่า จำเลยขายของเกินราคาควบคุม ซึ่งเจ้าพนักงานจับของกลางรวมกันมานั้น ศาลต้องแยกพิเคราะห์ดูว่า ของกลางสิ่งใดจำเลยได้ขายเกินราคาควบคุม และศาลคงริบได้เฉพาะสิ่งของที่หาว่า จำเลยขายเกินราคาควบคุมอันเป็นการค้ากำไรเกินควรโดยตรงเท่านั้นส่วนสิ่งของที่หาว่าจำเลยกระทำผิดฝ่าฝืนประกาศฯ ไม่เป็นของจะพึงริบให้คืนไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 270/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าสิ้นสุดเมื่อผู้เช่าย้ายออกถาวร บุคคลภายนอกไม่มีสิทธิอ้างอำนาจผู้เช่าเดิมต่อสู้เจ้าของเคหะ
การที่ผู้เช่าเคหะย้ายไปต่างจังหวัดไม่มีกำหนดกลับจนครบกำหนดเวลาตามสัญญาเช่าแล้ว ถือว่าสัญญาเช่าสิ้นสุดลง บุคคลภายนอกซึ่งเข้ามาอยู่โดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่า จะอาศัยอำนาจและคำสั่งของผู้ดูแลบ้านแทนผู้เช่าซึ่งสัญญาเช่าสิ้นสุดแล้วนั้น มาต่อสู้อำนาจของผู้ให้เช่า ซึ่งเป็นเจ้าของเคหะมิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 270/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าสิ้นสุดเมื่อผู้เช่าย้ายออกถาวร บุคคลที่เข้ามาอยู่แทนโดยไม่ได้รับความยินยอม ไม่มีสิทธิในเคหะ
การที่ผู้เช่าเคหะย้ายไปต่างจังหวัดไม่มีกำหนดกลับจนครบกำหนดเวลาตามสัญญาเช่าแล้ว ถือว่า สัญญาเช่าสิ้นสุดลง บุคคลภายนอกซึ่งเข้ามาอยู่โดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่า จะอาศัยอำนาจและคำสั่งของผู้ดูแลบ้านแทนผู้เช่าซึ่งสัญญาเช่าสิ้นสุดแล้วนั้น มาต่อสู้อำนาจของผู้ให้เช่า ซึ่งเป็นเจ้าของเคหะมิได้