พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2049/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจำนองที่เกิดจากเอกสารปลอมและสำคัญผิดในตัวบุคคล สัญญาเป็นโมฆะ
การที่มีผู้ปลอมเป็นเจ้าของโฉนดและเซ็นชื่อปลอมเป็นชื่อโจทก์ ไปจำนองที่ดินของโจทก์แก่ผู้อื่น ดังนี้ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินฟ้องขอให้ศาลทำลายสัญญาจำนองให้ที่ดินสู่สภาพเดิมได้ ผู้รับจำนองไม่ได้ทรัพย์สินจากการจำนองแต่อย่างใด และจะใช้มาตรา 1300ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้ยันโจทก์มิได้
ทำสัญญารับจำนองโดยสำคัญผิดว่าผู้จำนองเป็นเจ้าของที่ดินเป็นเรื่องสำคัญผิดตามมาตรา 119 สัญญาจำนองเป็นโมฆะ
ทำสัญญารับจำนองโดยสำคัญผิดว่าผู้จำนองเป็นเจ้าของที่ดินเป็นเรื่องสำคัญผิดตามมาตรา 119 สัญญาจำนองเป็นโมฆะ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2009/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุพยาน: ศาลต้องไต่สวนก่อนตัดพยาน หากมีข้อสงสัยเรื่องการยื่นบัญชีพยาน
ในวันพิจารณาครั้งแรกปรากฏว่าทนายจำเลยได้ยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ไว้ต่อศาล แต่ในสำนวนไม่ปรากฏว่า จำเลยได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้ก่อน วันนัดสืบพยาน 3 วัน ทนายจำเลยแถลงยืนยันว่าได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้แล้ว พนักงานศาลอาจกลัดสำนวนผิดได้ ดังนี้ศาลควรไต่สวนเรื่องระบุพยานจำเลยก่อนดำเนินการพิจารณาพิพากษาต่อไป จะตัดพยานจำเลยเสียทีเดียวไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1993-1997/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดพ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว โจทก์ต้องพิสูจน์จำเลยทราบประกาศก่อนกระทำผิด
คดีอาญาที่โจทก์หาว่า จำเลยกระทำผิด พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว (ฉะบับที่ 2) โจทก์จะต้องนำสืบให้ปรากฎว่าจำเลยได้ทราบประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ฝ่าฝืนประกาศจึงจะเป็นผิด
ที่มีประกาศของคณะกรรมการฯในราชกิจจาฯ เป็นข้อเท็จจริงซึ่งโจทก์จะต้องนำสืบ ไม่มีหลักกฎหมายสันนิษฐานเด็ดขาดว่าราษฎรทั่วไปได้รู้แล้ว.
ที่มีประกาศของคณะกรรมการฯในราชกิจจาฯ เป็นข้อเท็จจริงซึ่งโจทก์จะต้องนำสืบ ไม่มีหลักกฎหมายสันนิษฐานเด็ดขาดว่าราษฎรทั่วไปได้รู้แล้ว.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1993-1997/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิด พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว: โจทก์ต้องพิสูจน์จำเลยทราบประกาศก่อนกระทำผิด
คดีอาญาที่โจทก์หาว่า จำเลยกระทำผิด พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว (ฉบับที่ 2) โจทก์จะต้องนำสืบให้ปรากฏว่าจำเลยได้ทราบประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วฝ่าฝืนประกาศจึงจะเป็นผิด
ที่มีประกาศของคณะกรรมการฯในราชกิจจาฯ เป็นข้อเท็จจริงซึ่งโจทก์จะต้องนำสืบ ไม่มีหลักกฎหมายสันนิษฐานเด็ดขาดว่าราษฎรทั่วไปได้รู้แล้ว
ที่มีประกาศของคณะกรรมการฯในราชกิจจาฯ เป็นข้อเท็จจริงซึ่งโจทก์จะต้องนำสืบ ไม่มีหลักกฎหมายสันนิษฐานเด็ดขาดว่าราษฎรทั่วไปได้รู้แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1981/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อยกเว้นการบังคับใช้ พ.ร.บ.การค้าข้าว ต่อบุคคลทั่วไปที่ค้าขายเป็นครั้งคราว และขอบเขตการริบของ
พ.ร.บ.การค้าข้าว 2489(ฉบับที่ 1) มาตรา 9 ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) มาตรา 5 เป็นเรื่องบัญญัติถึงผู้ประกอบการค้า หาได้บัญญัติถึงบุคคลทั่วไปที่ทำการค้าเป็นครั้งคราว โดยมิได้ขออนุญาตเป็นผู้ประกอบการค้าข้าวไม่ จึงมีผลเท่ากับว่า ข้อความที่บัญญัติในมาตรา11 เป็นข้อยกเว้นสำหรับผู้ประกอบการค้าข้าว ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9
เรือที่ใช้เป็นพาหนะขนข้าวเปลือกไปแลกกับบุคคลอื่นไม่ใช่สิ่งที่บรรจุ ไม่ริบ
เรือที่ใช้เป็นพาหนะขนข้าวเปลือกไปแลกกับบุคคลอื่นไม่ใช่สิ่งที่บรรจุ ไม่ริบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1981/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขต พ.ร.บ.การค้าข้าว: การยกเว้นสำหรับผู้ค้าปลีกรายย่อยและการบังคับใช้มาตรา 8 กับมาตรา 9
พ.ร.บ.การค้าข้าว 2489 (ฉะบับที่ 1) มาตรา 9 ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉะบับที่ 2) มาตรา 5 เป็นเรื่องบัญญัติถึงผู้ประกอบการค้า หาได้บัญญัติถึงบุคคลทั่วไปที่ทำการค้าเป็นครั้งคราว โดยมิได้ขออนุญาตเป็นผู้ประกอบการค้าข้าวไม่ จึงมีผลเท่ากับว่า ข้อความที่บัญญัติในมาตรา 11 เป็นข้อยกเว้นสำหรับผู้ประกอบการค้าข้าว ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9.
เรือที่ใช้เป็นพาหนะขนข้าวเปลือกไปแลกกับบุคคลอื่น ไม่ใช่สิ่งที่บรรจุ ไม่ริบ.
เรือที่ใช้เป็นพาหนะขนข้าวเปลือกไปแลกกับบุคคลอื่น ไม่ใช่สิ่งที่บรรจุ ไม่ริบ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1951/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความชัดเจนของคำฟ้องอาญา: การระบุเวลาเกิดเหตุและความเพียงพอของหลักฐาน
ฟ้องคดีอาญาที่กล่าวว่า จำเลยกระทำผิดเมื่อระหว่างวันที่ 16 ถึง 17 มิถุนายน 2491 เวลากลางคืนนั้น พอเข้าใจได้ว่าหมายถึงคืนระหว่างวันที่ 16 - 17 ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1951/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความชัดเจนของคำฟ้องอาญา: การระบุช่วงเวลากลางคืนและพยานหลักฐาน
ฟ้องคดีอาญาที่กล่าวว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อระหว่างวันที่ 16 ถึง 17 มิถุนายน 2491 เวลากลางคืนนั้น พอเข้าใจได้ว่าหมายถึงคืนระหว่างวันที่ 16-17 ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1917/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยึดกระบือที่เข้าสวนผู้อื่น: ไม่ถือเป็นทรัพย์ที่ถูกยึดตามกฎหมายอาญา หากเจ้าพนักงานมิได้ยึด
ผู้ที่ปล่อยกระบือเข้าไปในสวนของผู้อื่นทำให้ต้นผลไม้เสียหายและฝ่ายเจ้าของสวนจับกระบือนั้นไว้ ไม่ถือว่ากระบือนั้นเป็นทรัพย์อันต้องยึดหรืออายัด ไว้ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 290 แม้เจ้าของกระบือนั้นไปเอากระบือคืนมาก็ไม่ผิดมาตรานี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1917/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยึดสัตว์ที่บุกรุกและทรัพย์สินที่ถูกยึดโดยบุคคลทั่วไป ไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา ๒๙๐
ผู้ที่ปล่อยกระบือเข้าไปในสวนของผู้อื่นทำให้ต้นผลไม้เสียหายและฝ่ายเจ้าของสวนจับกระบือนั้นไว้ ไม่ถือว่ากระบือนั้นเป็นทรัพย์อันต้องยึดหรืออายัติไว้ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 290 แม้เจ้าของกระบือนั้นไปเอากระบือคืนมาก็ไม่ผิดมาตรานี้.