คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1835/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การโอนที่ดินด้วยหนังสือมอบฉันทะปลอม ผู้รับโอนไม่ได้รับสิทธิ
ผู้รับโอนที่ดินและจดทะเบียนการโอน โดยมีหนังสือมอบฉันทะ ซึ่งอ้างว่าเป็นของผู้โอนนั้นปลอม ไม่ถือว่า เป็นการโอนโดยสุจริต ผู้รับโอนไม่ได้สิทธิ ศาลสั่งเพิกถอนการโอนนั้นได้
ใบมอบฉันทะ ซึ่งแม้เดิมผู้มอบจะได้ลงชื่อทำขึ้นจริง แต่หากต่อมาผู้รับโอนอีกคนหนึ่งไปใส่ชื่อของตนเป็นผู้รับโอนที่ดินนั้น ภายหลัง และลับหลังผู้มอบทำให้หนังสือนั้นกลายเป็นหนังสือปลอม.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1827/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจสอบสวนของตำรวจสันติบาลต้องมีฐานตามกฎหมาย โจทก์มีหน้าที่นำสืบ
ตำรวจสันติบาลจะมีอำนาจสอบสวนได้เพียงไรหรือไม่นั้นต้องเป็นไปตามข้อกำหนดหรือข้อบังคับ อันเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องนำสืบตามกระบวนความ.
(อ้างฎีกา 521 - 923/91)
จำเลยคัดค้านตลอดมาว่า ตำรวจสันติบาลไม่มีอำนาจสอบสวน เป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบ แต่โจทก์หาได้นำสืบหรืออ้างอิงหลักฐานประการใดไม่ ดังนี้ คดีฟังไม่ได้ว่า ได้มีการสอบสวนโดยชอบ ศาลจำต้องยกฟ้อง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1827/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจสอบสวนของตำรวจสันติบาลต้องมีข้อกำหนดชัดเจน โจทก์ต้องนำสืบหลักฐานยืนยัน หากไม่สามารถทำได้ ศาลต้องยกฟ้อง
ตำรวจสันติบาลจะมีอำนาจสอบสวนได้เพียงไรหรือไม่นั้นต้องเป็นไปตามข้อกำหนดหรือข้อบังคับ อันเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องนำสืบตามกระบวนความ(อ้างฎีกา 921-923/2491)
จำเลยคัดค้านตลอดมาว่าตำรวจสันติบาลไม่มีอำนาจสอบสวน เป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบแต่โจทก์หาได้นำสืบหรืออ้างอิงหลักฐานประการใดไม่ ดังนี้ คดีฟังไม่ได้ว่า ได้มีการสอบสวนโดยชอบ ศาลจำต้องยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปฏิบัติของสามีที่ถือภริยาเป็นเพียงนางบำเรอ ถือเป็นการปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้หย่าได้
โจทก์ซึ่งเป็นภริยาฟ้องหย่าขาดจากจำเลย อ้างเหตุว่าไม่อุปการะเลี้ยงดูตามสมควรและทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง ได้ความว่าจำเลยถือว่าโจทก์เป็นนางบำเรอโดยซื้อมาและยังยืนยันให้การเช่นนั้นตลอดมา ดังนี้ถือว่า ที่จำเลยถือเอาฐานะโจทก์เป็นดังนั้น เป็นการปฏิบัติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรงเพราะมิได้รับและยกย่องโจทก์เป็นภริยา เป็นเหตุให้หย่าได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปฏิบัติต่อภริยาเสมือนนางบำเรอ เป็นเหตุให้หย่าได้ แม้มีการอุปการะเลี้ยงดู
โจทก์ซึ่งเป็นภริยาฟ้องหย่าขาดจากจำเลย อ้างเหตุว่าไม่อุปการะเลี้ยงดูตามสมควรและทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง ได้ความว่าจำเลยถือว่าโจทก์เป็นนางบำเรอโดยซื้อมาและยังยืนยันให้การเช่นนั้นตลอดมาดังนี้ ถือว่า ที่จำเลยถือเอาฐานะโจทก์เป็นดังนั้น เป็นการปฏิบัติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรงเพราะมิได้รับและยกย่องโจทก์เป็นภริยา เป็นเหตุให้หย่าได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1772/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การออกใบรับเงินจากการขายสินค้าแบบผ่อนชำระ: จำเลยไม่มีหน้าที่ออกใบรับทุกครั้งที่รับเงิน หากไม่ใช่การขายผ่อนที่มีเงื่อนไข
เจ้าของโรงค้าซึ่งเสียภาษีโรงค้าได้ขายของราคา 18 บาท ผู้ซื้อได้ผ่อนใช้ไปคราวแรก 15 บาท ผู้ขายได้เขียนใบรับและปิดอากรแสตมป์ไว้แล้ว ตั้งใจว่าเมื่อชำระเงินครบจึงจะให้ใบรับ ดังนี้ จำเลยจึงยังไม่มีผิด.
(อ้างฎีกาที่ 235/2484)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1772/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การออกใบรับเงิน: ไม่ต้องออกใบรับทุกครั้ง หากขายสินค้าไม่ใช่การผ่อนชำระเป็นงวด
เจ้าของโรงค้าซึ่งเสียภาษีโรงค้าได้ขายของราคา 18 บาทผู้ซื้อได้ผ่อนใช้ไปคราวแรก 15 บาท ผู้ขายได้เขียนใบรับและปิดอากรแสตมป์ไว้แล้ว ตั้งใจว่าเมื่อชำระเงินครบจึงจะให้ใบรับ ดังนี้ จำเลยจึงยังไม่มีผิด (อ้างฎีกาที่ 235/2484)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1769/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ที่งอกริมตลิ่งต้องติดต่อกับที่ดินเดิม หากมีถนนคั่นถือเป็นคนละส่วน เจ้าของที่ดินเดิมจึงไม่มีสิทธิในที่งอกนั้น
ที่งอกริมตลิ่งที่จะถือว่าเป็นของเจ้าของที่ดินแปลงนั้นต้องเป็นที่งอกที่ติดต่อเป็นแปลงเดียวกับที่ดินของเจ้าของ หากมีถนนหรือทางหลวงคั่นอยู่ระหว่างที่ของเจ้าของที่งอกแล้วจะอ้างว่าที่งอกเป็นของตนด้วยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1769/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ที่งอกริมตลิ่งต้องเป็นแปลงเดียวกับที่ดินเดิม หากมีถนนคั่นถือไม่ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินเจ้าของ
ที่งอกริมตลิ่งที่จะถือว่าเป็นของเจ้าของที่ดินแปลงนั้น ต้องเป็นที่งอกที่ติดต่อเป็นแปลงเดียวกับที่ดินของเจ้าของ หากมีถนนหรือทางหลวงคั่นอยู่ระหว่างที่ของเจ้าของที่งอกแล้วจะอ้างว่าที่งอกเป็นของตนด้วยไม่ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1763/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจำหน่ายยาสูบโดยลูกจ้างในนามนายจ้างที่ได้รับอนุญาต ไม่ถือเป็นความผิดฐานจำหน่ายยาสูบโดยไม่ได้รับอนุญาต
ลูกจ้างของผู้ที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายยาสูบได้ จำหน่ายยาสูบในฐานะเป็นลูกจ้างและในนามของนายจ้าง ซึ่งขณะนั้นไปธุระเสียที่อื่น ถือว่าเป็นการทำแทนนายจ้างไม่มีความผิด (อ้างฎีกาที่ 84/2488)
of 170