คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนับโทษต่อจากคดีอื่นไม่ใช่ข้อฎีกา ศาลฎีกาพิพากษากลับตามศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอื่น ซึ่งหาใช่เป็นข้อฎีกาคัดค้านคำพิพากษา หรือคำสั่งศาลเดิมหรือศาลอุทธรณ์ไม่ แต่เป็นคำที่ขอขึ้นใหม่ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขอให้นับโทษจากคดีอื่น มิใช่ข้อฎีกาคัดค้านคำพิพากษา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอื่น ซึ่งหาใช่เป็นข้อฎีกาคัดค้านคำพิพากษา หรือคำสั่งศาลเดิมหรือศาลอุทธรณ์ไม่ แต่เป็นคำขอขึ้นใหม่ ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แก้ไขคำพิพากษาเล็กน้อย โทษจำคุกฐานปลอมเช็คคงเดิม ฎีกาโจทก์ไม่เป็นไปตามกฎหมาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 321 และ 225 ที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2477(ฉบับที่ 5) มาตรา 3 ให้รวมโทษจำคุกจำเลย 3 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกฟ้องข้อหาฐานรับของโจร ส่วนกำหนดโทษคงยืนตาม ดังนี้ย่อมเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และลงโทษจำคุกจำเลยอย่างเดียวไม่เกิน 5 ปี โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ไขคำพิพากษาข้อหาปลอมเช็คและรับของโจร ศาลฎีกาพิจารณาว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 321 และ 225 ที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2477 (ฉบับที่ 5) มาตรา 3 ให้รวมโทษจำคุกจำเลย 3 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกฟ้องข้อหาฐานรับของโจร ส่วนกำหนดโทษคงยืนตาม ดังนี้ ย่อมเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และลงโทษจำคุกจำเลยอย่างเดียวไม่เกิน 5 ปี โจทก์ฎีกา ในข้อเท็จจริงไม่ได้ตามป.ม.วิ.อาญามาตรา 218

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1564/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การผิดพลาดในการระบุปีเกิดเหตุในฟ้อง ไม่ส่งผลต่อการดำเนินคดี หากข้อเท็จจริงอื่นยังคงชัดเจน
โจทก์กล่าวในฟ้องหาว่าจำเลยกระทำผิดในวันที่ 4 มกราคม 3491 นั้น เป็นการพิมพ์ตัวเลขจำนวนพันผิดพลาด คือแทนจะเป็นเลข 2 กลับเป็นเลข 3 ไป ตามทางพิจารณาที่โจทก์ จำเลย นำสืบก็ดี คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ดี ตลอดจนฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยก็ดี ปรากฏว่าปีเกิดเหตุเป็นพุทธศักราช 2491 ทั้งนั้น ฟ้องของโจทก์จึงเป็นที่เห็นได้ประจักษ์ว่า โจทก์หาว่าจำเลยกระทำผิดในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2491 ศาลจะยกฟ้องเพราะการผิดพลาดเล็กน้อยเช่นนี้หาชอบไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1564/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อผิดพลาดในการระบุปีเกิดเหตุในฟ้อง ไม่กระทบต่อการพิจารณาคดี หากข้อเท็จจริงอื่นยังคงถูกต้อง
โจทก์กล่าวในฟ้องหาว่าจำเลยกระทำผิดในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 3491 นั้นเป็นการพิมพ์ตัวเลขจำนวนพันผิดพลาด คือ แทนจะเป็นเลข 2 กลับเป็นเลข 3 ไป ตามทางพิจารณาที่โจทก์จำเลยนำสืบก็ดี คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ดี ตลอดจนฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยก็ดี ปรากฎว่าปีเกิดเหตุเป็นพุทธศักราช 2491 ทั้งนั้นฟ้องของโจทก์จึงเป็นที่เห็นได้ประจักษ์ว่า โจทก์หาว่าจำเลยกระทำผิดในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2491 ศาลจะยกฟ้องเพราะการผิดพลาดเล็กน้อยเช่นนี้หาชอบไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1553/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สินสมรสและการบอกล้างหนี้: สิทธิเรียกร้องคืนเงินมัดจำเมื่อสามีไม่ยินยอม
ภรรยาไปยืมเงินของโจทก์มาวางมัดจำซื้อที่ดินของจำเลยโดยสามีไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วย กับทั้งยังปฏิเสธหรือบอกล้างการยืมนั้นเสียด้วย ดังนี้ สามีจะกลับมาถือว่าเงินที่ภรรยายืมโจทก์มานั้นยังเป็นสินบริคณห์อยู่ เพื่อเรียกคืนจากจำเลยไม่ได้ และเมื่อสามีไม่มีสิทธิเรียกร้องคืนจากจำเลย โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องจากสามี ก็ย่อมไม่มีสิทธิดีไปกว่า

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1553/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สินสมรสและการบอกล้างหนี้: สามีมิอาจเรียกเงินคืนจากจำเลยได้ หากไม่ยินยอมการยืม
ภรรยาไปยืนเงินของโจทก์มาวางมัดจำซื้อที่ดินของจำเลย โดยสามีไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วย กับทั้งยังปฏิเสธหรือบอกล้างการยืมนั้นเสียด้วย ดังนี้ สามีจะกลับมาถือว่าเงินที่ภรรยายืมโจทก์มานั้นยังเป็นสินบริคณห์อยู่ เพื่อเรียกคืนจากจำเลยไม่ได้ และเมื่อสามีไม่มีสิทธิเรียกร้องคืนจากจำเลย โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องจากสามี ก็ย่อมไม่มีสิทธิดีไปกว่า

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1545/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงพิเศษนอกเหนือจากสัญญาซื้อขายและการวางมัดจำ ศาลไม่อาจรับฟังได้หากไม่ปรากฏในสัญญา
จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาจะขายที่ดินให้แก่โจทก์และได้มีการวางมัดจำด้วย แต่ความประสงค์ของทั้งสองฝ่ายมุ่งจะผูกมัดกันโดยหนังสือสัญญานี้ ส่วนการวางมัดจำเป็นแต่ข้อสัญญากันข้อหนึ่ง หาใช่ตกลงกันทำสัญญาด้วยการวางมัดจำไม่ กรณีเข้า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 คู่ความจะสืบว่ามีข้อตกลงเป็นพิเศษว่า จำเลยจะต้องให้ผู้เช่าออกไปจากที่ก่อนโอน โดยไม่ปรากฏในหนังสือสัญญาเช่นนี้ ศาลรับฟังไม่ได้โดยขัดกับมาตรา 94(ประชุมใหญ่ ครั้งที่21/92)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1545/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายที่ดิน: การเปลี่ยนแปลงสัญญาและการรับฟังพยานหลักฐานนอกเอกสาร
จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาจะขายที่ดินให้แก่โจทก์และได้มีการวางมัดจำด้วย แต่ความประสงค์ของทั้งสองฝ่ายมุ่งจะผูกมัดกันโดยหนังสือสัญญานี้ส่วนการวางมัดจำเป็นแต่ข้อสัญญากันข้อหนึ่ง หาใช่ตกลงกันทำสัญญาด้วยการวางมัดจำไม่ กรณีเข้า ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94 คู่ความจะสืบว่าตกลงเป็นพิเศษว่า จำเลยต้องให้ผู้เช่าออกไปจากที่ก่อนโอน โดยไม่ปรากฎในหนังสือสัญญาเช่นนี้ ศาลรับฟังไม่ได้โดยขัดกับมาตรา 94.
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 21/2492
of 170