คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1223/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไถ่ถอนสัญญาขายฝาก: การชำระหนี้และการเวนคืนเอกสารถือเป็นการใช้สิทธิไถ่ถอนภายในกำหนด
โจทก์ผู้ขายฝากได้ขอไถ่ก่อนครบกำหนด และจำเลยผู้ซื้อฝากได้ยินยอมรับชำระเงินไถ่ถอน และเวนคืนสัญญาขายฝากให้กับโจทก์ ๆ ได้ทำลายสัญญานั้นเสีย ดังนี้ ต้องถือว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิไถ่ถอน ในกำหนดเวลาไว้ในประมวลแพ่ง ฯ มาตรา 494 แล้ว เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติว่าการชำระเงินค่าไถ่ถอนให้ไปชำระกันที่อำเภอ โจทก์ย่อมฟ้องจำเลย ขอให้ไปจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1179/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่ความที่เคยหย่าแล้วกลับมาอยู่กินกัน แม้ไม่จดทะเบียนสมรส ศาลยังคงมีอำนาจแบ่งทรัพย์สินที่หามาได้ร่วมกัน
โจทก์ฟ้องขอหย่าและแบ่งสินสมรสจากจำเลย คดีได้ความว่า โจทก์จำเลยได้หย่าขาด และแบ่งทรัพย์กันแล้ว แต่กลับคืนดีกันอีก โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ทรัพย์ที่ฟ้องคือทรัพย์ที่หามาได้ด้วยกันในตอนหลังนี้ ไม่เป็นสินสมรส.
โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์ในฐานเป็นสินสมรส เมื่อศาลไม่ฟังว่าเป็นสินสมรส แต่ศาลเห็นว่าเป็นทรัพย์ที่บุคคลสองคนร่วมกันหาได้มา บุคคลทั้งสองจะมีฐานะเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายหรือไม่ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่เป็นเจ้าของร่วมกันอยู่นั่นเอง ศาลย่อมแบ่งให้ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1179/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่ความที่เคยหย่าแล้วกลับมาอยู่กินกัน ศาลใช้หลักเจ้าของร่วม แม้ฟ้องผิดฐานะ
โจทก์ฟ้องขอหย่าและแบ่งสินสมรสจากจำเลย คดีได้ความว่า โจทก์จำเลยได้หย่าขาด และแบ่งทรัพย์กันแล้ว แต่กลับคืนดีกันอีก โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ทรัพย์ที่ฟ้องคือทรัพย์ที่หามาได้ด้วยกันในตอนหลังนี้ ไม่เป็นสินสมรส
โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์ในฐานเป็นสินสมรส เมื่อศาลไม่ฟังว่าเป็นสินสมรส แต่ศาลเห็นว่าเป็นทรัพย์ที่บุคคลสองคนร่วมกันหาได้มา บุคคลทั้งสองจะมีฐานะเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายหรือไม่ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่เป็นเจ้าของร่วมกันอยู่นั่นเอง ศาลย่อมแบ่งให้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1173/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การออกใบอนุญาตขนย้ายข้าวโดยมิได้ห้ามเดินเรือกลางคืน และการบังคับใช้ประกาศห้ามขนย้ายข้าวเวลากลางคืน
จำเลยได้รับอนุญาตให้ขนย้ายข้าวจากอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรีไปยังจังหวัดพระนครโดยยานพาหนะเรือบรรทุก ตามใบอนุญาตอนุญาตให้ขนย้ายได้ภายใน 10 วัน ในวันที่ออกใบอนุญาตเวลาประมาณ 15.00 ถึง 16.00 น. ปลัดอำเภอได้ไปตรวจดูการขนย้ายข้าวจากโรงสีลงเรือกระแซงซึ่งจอดอยู่หน้าโรงสีเมื่อการขนถ่ายข้าวลงเรือเสร็จแล้ว ปลัดอำเภอได้ออกใบอนุญาตให้ขนย้ายข้าวได้ แต่น้ำในคลองแห้ง จึงยังออกเรือไม่ได้จนเวลากลางคืนประมาณ 3.00 น. น้ำขึ้นเรือจึงออกได้ แล้วก็ถูกจับ ดังนี้ เมื่อปรากฏว่าการขนข้าวจากอำเภอพานทองไปยังกรุงเทพฯจะต้องใช้เวลากลางวันและกลางคืน รวม 4 วัน 4 คืน หากจะเดินเรือเฉพาะกลางวันจะต้องใช้เวลาถึง 15-16 วัน ปลัดอำเภอผู้ออกใบอนุญาตก็ทราบเหตุนี้ ก่อนออกใบอนุญาตก็หาได้ห้ามปรามหรือตักเตือนมิให้เดินเรือในเวลากลางคืนไม่ และในใบอนุญาตก็หามีข้อความห้ามมิให้เดินเรือในเวลากลางคืนไม่ ตามเหตุผลจะชี้ขาดว่าจำเลยบังอาจฝ่าฝืนประกาศคำสั่งห้ามขนย้ายข้าวในเวลากลางคืนยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1173/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ใบอนุญาตขนย้ายข้าวและการเดินเรือในเวลากลางคืน: การตีความเงื่อนไขใบอนุญาตและการปฏิบัติตามประกาศ
จำเลยได้รับอนุญาตให้ขนย้ายข้าวจากอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรีไปยังจังหวัดพระนครโดยยานพาหนะเรือบันทุกตามใบอนุญาต ๆ ให้ขนย้ายได้ภายใน 10 วัน ในวันที่ออกใบอนุญาตเวลาประมาณ 15 ถึง 16 น. ปลัดอำเภอได้ไปตรวจดูการขนย้ายจากโรงสีลงเรือกระแชงซึ่งจอดอยู่หน้าโรงสีเมื่อการขนถ้ายข้าวลงเรือเสร็จแล้ว ปลัดอำเภอได้ออกใบอนุญาตให้ขนย้ายข้าวได้ แต่น้ำในคลองแห้ง จึงยังออกเรือไม่ได้ จนเวลากลางคืนประมาณ 3.00 น. น้ำขึ้นเรือจึงออกได้ แล้วก็ถูกจับ ดังนี้ เมื่อปรากฎว่าการขนข้าวจากอำเภอพานทองไปยังกรุงเทพฯ จะต้องใช้เวลากลางวันและกลางคืน รวม 4 วัน 4 คืน หากจะเดินเรือฉะเพาะกลางวันจะต้องใช้เวลาถึง 15 -16 วัน ปลัดอำเภอผู้ออกใบอนุญาตก็ทราบเหตุนี้ ก่อนออกใบอนุญาตก็หาได้ห้ามปรามหรือตักเตือนมิให้เดินเรือในเวลากลางคืนไม่ และในใบอนุญาตก็หามีข้อความห้ามมิให้เดินเรือในเวลากลางคืนไม่ ตามเหตุผลจะชี้ขาดว่าจำเลยบังอาจฝ่าฝืนประกาศคำสั่งห้ามขนย้ายข้าวในเวลากลางคืนยังไม่ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1165/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องซ้ำหลังศาลยกฟ้องเนื่องจากโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ ถือเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแล้ว ห้ามฟ้องใหม่
ความบกพร่องของโจทก์ในการเสนอหลักฐาน ที่รับฟังไม่ได้ก็ดี หรือได้ยื่นพยานหลักฐานโดยฝ่าฝืนต่อวิธีพิจารณาความก็ดี อันเป็นเหตุให้ศาลปฏิเสธ ไม่รับฟังพยานหลักฐานของโจทก์ผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงนั้นแล้ว เมื่อศาลพิพากษายกฟ้อง ก็ได้ชื่อว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนข้ออ้างในประเด็นแห่งคดีที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีของโจทก์แล้ว กรณีตัองห้ามมิให้โจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาในประเด็นข้อกล่าวอ้างของโจทก์ในศาลนั้นอีก ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 144 และทั้งห้ามมิให้โจทก์ฟ้องใหม่อีกตามมาตรา148 แม้คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาโจทก์ก็ยังต้องห้ามมิให้ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลอีกตามมาตรา 173

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1165/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำในประเด็นเดียวกัน แม้คดีเดิมขาดอายุความหรือยังไม่ถึงที่สุด ศาลยกฟ้องได้ตามกฎหมาย
ความบกพร่องของโจทก์ในการเสนอหลักฐาน ที่รับฟังไม่ได้ก็ดี หรือได้ยื่นพะยานหลักฐานโดยฝ่าฝืนต่อวิธีพิจารณาความก็ดี อันเป็นเหตุให้ศาลปฏิเสธ ไม่รับฟังพะยานหลักฐานของโจทก์ผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงนั้นแล้ว เมื่อศาลพิพากษายกฟ้อง ก็ได้ชื่อว่าโจทก์ไม่มีพะยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนข้ออ้างในประเด็นแห่งคดีที่โจทก์นำมาฟ้อง เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีของโจทก์แล้วกรณีต้องห้ามมิให้โจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาในประเด็นดังกล่าวอ้างของโจทก์ ในศาลนั้นอีก ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 144 และทั้งห้ามมิให้โจทก์ฟ้องใหม่อีกตามมาตรา 148 แม้คดีอยู่ในระหว่างพิจารณา โจทก์ก็ยังต้องห้ามมิให้ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลอีกตาม มาตรา 173.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1130/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาฆ่าแม้พลาดเป้า: การพิจารณาความผิดฐานพยายามฆ่าจากพฤติการณ์การยิง
จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายซึ่งหน้าในระยะเพียงวาเดียว และจ้องยิงแถวท้องน้อย แต่กระสุนลั่นไปถูกมือผู้เสียหาย ดังนี้ เป็นที่เห็นได้ว่ากระสุนอาจถูกที่สำคัญอันจะทำให้ผู้เสียหายถึงตายได้ เมื่อกระสุนพลาดที่สำคัญไป จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1130/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนายิงใกล้ชิดแม้พลาดเป้า ถือเป็นพยายามฆ่า
จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายซึ่งหน้าในระยะเพียงวาเดียว และจ้องยิงแถวท้องน้อย แต่กระสุนลั่นไปถูกมือผู้เสียหาย ดังนี้ เป็นที่เห็นได้ว่ากระสุนอาจถูกที่สำคัญอันจะทำให้ผู้เสียหายถึงตายได้ เมื่อกระสุนพลาดที่สำคัญไป จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนา.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขอแก้ฟ้องต้องแสดงเหตุอันควร มิใช่เพียงกล่าวว่าฟ้องคลาดเคลื่อน
โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องโดยกล่าวแต่เพียงว่า ฟ้องของโจทก์ "ยังคลาดเคลื่อนอยู่"ดังนี้ นับว่าโจทก์ไม่ได้แสดงว่า"มีเหตุอันควร" ที่จะขอแก้ฟ้องได้ตามมาตรา 163ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(อ้างฎีกาที่ 70/2490)
of 170