คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขอแก้ฟ้องต้องแสดงเหตุอันควร มิใช่เพียงกล่าวว่า 'คลาดเคลื่อน'
โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องโดยกล่าวแต่เพียงว่า ฟ้องของโจทก์ "ยังคลาดเคลื่อนอยู่" ดังนี้ นับว่าโจทก์ไม่ได้แสดงว่า "มีเหตุอันควร" ที่จะขอแก้ฟ้องได้ตามมาตรา 163 ป.ม.วิ.อาญา
(อ้างฎีกาที่ 70/2490)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตีความ ‘ฝิ่น’ ตาม พ.ร.บ.ฝิ่น และการคำนวณค่าปรับตามราคามูลฝิ่น
ผ้าเช็ดฝิ่นไม่ใช่สิ่งที่ผสมอยู่กับฝิ่นตามความหมายในมาตรา 3 (1) แห่ง พ.ร.บ.ฝิ่น 2472 จึงจะถือว่าเป็นฝิ่นไม่ได้
เมื่อไม่ปรากฎราคามูลฝิ่นของกลางตามราคาซึ่งรัฐบาลขายในท้องที่และเวลาเกิดเหตุก็ไม่มีทางจะคำนวณ 5 เท่าของราคามูลฝิ่นของกลางได้ จึงต้องปรับในอัตราคั่นต่ำในกฎหมาย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตีความ 'ฝิ่น' ตาม พ.ร.บ.ฝิ่น และการคำนวณค่าปรับเมื่อไม่ปรากฏราคามูลฝิ่น
ผ้าเช็ดฝิ่นไม่ใช่สิ่งที่ผสมอยู่กับฝิ่นตามความหมายในมาตรา3(1) แห่ง พระราชบัญญัติฝิ่น 2472 จึงจะถือว่าเป็นฝิ่นไม่ได้
เมื่อไม่ปรากฏราคามูลฝิ่นของกลางตามราคาซึ่งรัฐบาลขายในท้องที่และเวลาเกิดเหตุก็ไม่มีทางจะคำนวณ 5 เท่าของราคามูลฝิ่นของกลางได้ จึงต้องปรับในอัตราขั้นต่ำในกฎหมาย
(อ้างฎีกา 1037/2482,768/2492)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจเจ้าพนักงานในการจับกุมและเข้าค้นในที่รโหฐานกรณีความผิดซึ่งหน้าและเหตุฉุกเฉิน
ความผิดซึ่งหน้าได้กระทำขึ้นในที่รโหฐาน กำนันเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองมีอำนาจที่จับผู้กระทำผิดตามความในมาตรา 78(1) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยไม่มีหมายจับ และมีอำนาจที่จะเข้าค้นจับในที่รโหฐานโดยไม่มีหมายค้นตามมาตรา 92 ได้
โจทก์กับพวกได้สมคบกันต้มกลั่นสุราเถื่อนในเวลากลางคืนจำเลยเป็นกำนันปกครองท้องที่ กับพวกได้ไปแอบดู เห็นโจทก์กับพวกกำลังต้มกลั่นสุราเถื่อนอยู่ในบ้าน จึงพากันเข้าไปจับกุม ดังนี้ นับว่าเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งตามมาตรา 96(2) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาถึงแม้เป็นเวลาค่ำคืน จำเลยก็กระทำได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจกำนันจับกุมและเข้าค้นในที่ระโหฐาน กรณีความผิดซึ่งหน้าและเหตุฉุกเฉิน
ความผิดซึ่งหน้าได้กระทำขึ้นในที่ระโหฐาน กำนันเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองมีอำนาจที่จับผู้กระทำผิดตามความในมาตรา 78(1) แห่ง ป.ม.วิ.อาญา โดยไม่มีหมายจับ และมีอำนาจที่จะเข้าค้นจับในที่ระโหฐานโดยไม่มีหมายค้นตามมาตรา 92 ได้
โจทก์กับพวกได้สมคบกันต้มกลั่นสุราเถื่อนในเวลากลางคืน จำเลยเป็นกำนันปกครองท้องที่ กับพวกได้ไปแอบดู เห็นโจทก์กับพวกกำลังต้มกลั่นสุราเถื่อนอยู่ในบ้าน จึงพากันเข้าไปจับกุม ดังนี้ นับว่าเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งตามมาตรา 96(2) ป.ม.วิ.อาญา ถึงแม้เป็นเวลาค่ำคืน จำเลยก็กระทำได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ขู่เข็ญและบังคับเอาทรัพย์สินจากประชาชน
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจที่กำลังรักษาการณ์ในหน้าที่สรวมเครื่องแบบและมีอาวุธปืน จำเลยได้จับเจ้าทรัพย์ในลักษณะที่เป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ แล้วจำเลยบังคับให้เจ้าทรัพย์ให้ของกลางแก่จำเลย ก็เรียกได้ว่ามันบังคับให้เขาให้ทรัพย์อันมิควรจะได้ตามกฎหมายแก่ตัวมัน ต้องด้วยข้อบัญญัติตามมาตรา 136 ก.ม.ลักษณะอาญา แต่เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ จึงกลายเป็นความผิดหลายบท แต่ความผิดตามมาตรา 136 มีอัตราโทษหนักกว่า จึงให้วางโทษตามมาตรา 136.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าพนักงานใช้อำนาจในหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขู่เอาทรัพย์จากประชาชน ความผิดตามมาตรา 136
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจที่กำลังรักษาการณ์ในหน้าที่สวมเครื่องแบบและมีอาวุธปืน จำเลยได้จับเจ้าทรัพย์ในลักษณะที่เป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ แล้วจำเลยบังคับให้เจ้าทรัพย์ให้ของกลางแก่จำเลย ก็เรียกได้ว่ามันบังคับให้เขาให้ทรัพย์อันมิควรจะได้ตามกฎหมายแก่ตัวมัน ต้องด้วยข้อบัญญัติตามมาตรา 136 กฎหมายลักษณะอาญา แต่เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ จึงกลายเป็นความผิดหลายบท แต่ความผิดตามมาตรา 136 มีอัตราโทษหนักกว่า จึงให้วางโทษตามมาตรา 136

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่รับ เพราะเป็นการแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียงเล็กน้อยในประเด็นข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมฤดก มีทุนทรัพย์ 1200 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ล้อ ราคา 200 บาท เป็นของจำเลย ศาลอุทธรณ์แก้ว่า ล้อเป็นทรัพย์มฤดกของผู้ตาย ดังนี้ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย คู่ความจะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 248.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ไขคำพิพากษาเล็กน้อยในชั้นอุทธรณ์ และข้อจำกัดในการฎีกาข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดก มีทุนทรัพย์ 1200 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ล้อ ราคา 200 บาทเป็นของจำเลย ศาลอุทธรณ์แก้ว่า ล้อ เป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายดังนี้ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย คู่ความจะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาตกลงรับผิดแม้เกิดเหตุสุดวิสัย ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม และศาลใช้ดุลพินิจลดค่าปรับได้
การทำสัญญายินยอมรับผิดตลอดถึงเหตุสุดวิสัยนั้น หาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใดไม่
จำเลยได้รับอนุญาตให้ขนข้าวไป 5,500 กระสอบ โดยมีข้อสัญญาว่าถ้าจำเลยผิดสัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะโดยเหตุสุดวิสัย หรือเหตุใดใดก็ตาม จำเลยยอมใช้เบี้ยปรับให้แก่โจทก์เป็นเงิน 813,998 บาท ปรากฏว่าข้าวสารส่งถึงปลายทางเพียง 2605 กระสอบขาดไป 2895 กระสอบ ศาลย่อมใช้ดุลพินิจให้จำเลยใช้เบี้ยปรับลดลงเป็นเงิน 400,000 บาทได้
of 170