คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย: การกระทำเพื่อตอบโต้การทำร้ายของผู้อื่น
จำเลยเป็นหัวหน้าควบคุมเหมืองฝาย มีหน้าที่แบ่งปันน้ำในเหมืองเฉลี่ยให้ตามนาต่างๆ ผู้ตายลักกั้นน้ำเข้านาจำเลยไปห้ามผู้ตายไม่เชื่อฟังเกิดเถียงกันแล้วจำเลยเดินหนี ผู้ตายตามไปทำร้ายจำเลย จำเลยจึงทำตอบแทนจำเลยมีบาดแผล 3 แห่ง ถูกของมีคมแม้จะปรากฏว่าผู้ตายถูกทำร้ายเหมือนกันหลายแห่ง แต่ก็ปรากฏว่าผู้ตายได้ใช้มีดทำร้ายจำเลยหลายครั้งจำเลยมีอำนาจกระทำป้องกันได้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกัน ไม่เกินสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตนเองจากการถูกทำร้าย: การกระทำที่ไม่เกินสมควรแก่เหตุ
จำเลยเป็นหัวหน้าควบคุมเหมืองฝาย มีหน้าที่แบ่งปันน้ำในเหมืองเฉลี่ยให้ตามนาต่าง ๆ ผู้ตายลักกั้นน้ำเข้านา จำเลยไปห้ามผู้ตายไม่เชื่อฟัง เกิดเถียงกัน แล้วจำเลยเดินหนี ผู้ตายตามไปทำร้ายจำเลย ๆ จึงทำตอบแทนจำเลยมีบาดแผล 3 แห่ง ถูกของมีคม แม้จะปรากฎว่าผู้ตายถูกทำร้ายเหมือนกันหลายแห่ง แต่ก็ปรากฎว่าผู้ตายได้ใช้มีดทำร้ายจำเลยหลายครั้ง จำเลยมีอำนาจกระทำป้องกันได้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันไม่เกินสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขายข้าวเกินราคาที่ตกลงในที่ประชุม ไม่ถือเป็นเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงาน
ข้าหลวงประจำจังหวัดในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว ได้ออกประกาศกำหนดราคาข้าวสารที่ 1 กระสอบละ 115 บาทต่อมาข้าวมีราคาสูงขึ้นถึงกระสอบละ 180-190 บาทข้าหลวงประจำจังหวัดพร้อมทั้งคณะกรมการจังหวัดและเจ้าของโรงสีต่าง ๆ มาประชุมพร้อมกันตกลงขอให้เจ้าของโรงสีขายข้าวช่วยเหลือข้าราชการ ในราคาถูกก่อน คือ ข้าวที่ 1 กระสอบละ 145 บาท ส่วนประชาชนขอให้ลดลงไปบ้างหลังจากที่ได้ตกลงในที่ประชุมแล้ว จำเลยได้ขายข้าวสารให้แก่ ร.ต.ต.สุนทร ราคากระสอบละ 180 บาท ต่อจากนั้นมาได้มีประกาศยกเลิกประกาศเดิมที่ให้ขายข้าวสารที่ 1 กระสอบละ 115 บาทเสีย ดังนี้ เป็นที่เห็นได้ว่าโดยมติที่ประชุมดังกล่าว เป็นเหตุให้จำเลยเข้าใจว่าทางการอนุมัติมิต้องปฏิบัติตามคำสั่งกำหนดราคาข้าวเดิมนั้นแล้ว จะว่าจำเลยเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งหาได้ไม่.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขายข้าวเกินราคาที่ตกลงในที่ประชุม ไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนประกาศเดิม หากทางการอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงได้
ข้าหลวงประจำจังหวัดในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว ได้ออกประกาศกำหนดราคาข้าวสารที่ 1 กระสอบละ 115 บาทต่อมาข้าวมีราคาสูงขึ้นถึงกระสอบละ 180-190 บาทข้าหลวงประจำจังหวัดพร้อมทั้ง คณะกรรมการจังหวัดและเจ้าของโรงสีต่างๆมาประชุมพร้อมกันตกลงขอให้เจ้าของโรงสีขายข้าวช่วยเหลือข้าราชการในราคาถูกก่อน คือ ข้าวที่ 1 กระสอบละ 145 บาท ส่วนประชาชนขอให้ลดลงไปบ้างหลังจากที่ได้ตกลงในที่ประชุมแล้ว จำเลยได้ขายข้าวสารให้แก่ ร.ต.ต.สุนทร ราคากระสอบละ 180 บาท ต่อจากนั้นมาได้มีประกาศยกเลิกประกาศเดิมที่ให้ขายข้าวสาร ที่ 1 กระสอบละ 115 บาทเสีย ดังนี้ เป็นที่เห็นได้ว่าโดยมติที่ประชุมดังกล่าวแล้ว เป็นเหตุให้จำเลยเข้าใจว่าทางการอนุมัติมิต้องปฏิบัติตามคำสั่งกำหนดราคาข้าวเดิมนั้นแล้วจะว่าจำเลยเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลลดโทษจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ในคดีร่วมกันกระทำผิด
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันขนย้ายข้าวโดยมิได้รับอนุญาตรายเดียวกัน และเป็นการกระทำผิดร่วมกันในกรณีอันหนึ่งอันเดียวกัน มิใช่เป็นเหตุส่วนตัวของแต่ละคน ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาลดโทษปรับตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ด้วย เพราะเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีตามความหมายใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตอำนาจศาลในการลดโทษจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ในคดีกระทำผิดร่วมกัน
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันขนย้ายข้าวโดยมิได้รับอนุญาตรายเดียวกัน และเป็นการกระทำผิดร่วมกันในกรณีอันหนึ่งอันเดียวกัน มิใช่เป็นเหตุส่วนตัวของแต่ละคน ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาลดโทษปรับตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ด้วย เพราะเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีตามความหมายใน ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 213.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องผิดวันทางจันทรคติไม่ทำให้ฟ้องตก หากวันสุริยคติถูกต้องและจำเลยให้การยืนยันวันจันทรคติที่ถูกต้อง
โจทก์ฟ้องหาจำเลยอ้างวันทางสุริยคติถูกต้อง เป็นแต่เทียบวันทางจันทรคติผิดไป และจำเลยให้การเรื่องวันจันทรคติถูกต้องตรงกับความจริงแล้ว จะถือเป็นเหตุยกฟ้องหาได้ไม่
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำผิด เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2489 ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนอ้าย ทางพิจารณาพยานให้การว่าวันเกิดเหตุที่โจทก์กล่าวในฟ้องตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนยี่ และจำเลยก็ให้การเรื่องวันทางจันทรคติตรงกับความจริง ดังนี้ ไม่ถือว่าฟ้องผิดวัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเทียบวันเกิดเหตุในฟ้องคดีอาญา หากวันสุริยคติถูกต้อง แม้เทียบวันจันทรคติผิด ก็ไม่ถือเป็นเหตุให้ยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องหาจำเลยอ้างวันทางสุริยคติถูกต้อง เป็นแต่เทียบวันทางจันทรคติผิดไป และจำเลยให้การเรื่องวันจันทรคติถูกต้องตรงกับความจริงแล้ว จะถือเป็นเหตุยกฟ้องหาได้ไม่
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำผิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2489 ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนอ้าย ทางพิจารณาพะยานให้การว่าวันเกิดเหตุที่โจทก์กล่าวในฟ้องตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนยี่ และจำเลยก็ให้การเรื่องวันทางจันทรคติตรงกับความจริง ดังนี้ไม่ถือว่าฟ้องผิดวัน.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แบบพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองไม่สมบูรณ์ ศาลฎีกาตัดสินเกินประเด็น
คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยเพียงข้อเดียวว่าพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่จำเลยอ้าง จะเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1658หรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พินัยกรรมฉบับนี้ตกเป็นโมฆะในฐานะเป็นพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง แต่สมบูรณ์ในฐานะเป็นพินัยกรรมธรรมดาตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 136 ดังนี้เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นที่คู่ความโต้เถียงกัน เพราะคู่ความมิได้แถลงว่าถ้าพินัยกรรมฉบับนี้ไม่เป็นพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง ก็ขอให้ศาลวินิจฉัยว่าจะเข้าแบบสมบูรณ์ เป็นพินัยกรรมอย่างอื่นหรือไม่
พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองมีปลัดอำเภอลงลายมือชื่อในฐานะเป็นพยานรับรองพินัยกรรมอีกฐานะหนึ่งกับมีนายสุดเซ็นเป็นพยานอีกคนหนึ่ง เมื่อตัดชื่อนายสุวัธน์ออกจากฐานะเป็นพยาน โดยเหตุที่เป็นกรมการอำเภอผู้กระทำกิจการตามหน้าที่ราชการแล้ว ก็คงเหลือแต่นายสุดผู้เดียวลงลายมือชื่อเป็นพยานแต่เป็นผู้ที่ได้รับรู้การแจ้งความประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรมต่อกรมการอำเภอพยานขาดจำนวนไปคนหนึ่งจึงไม่ครบจำนวนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ พินัยกรรมจึงตกเป็นโมฆะในฐานะพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แบบพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองไม่สมบูรณ์เมื่อพะยานไม่ครบตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเกินประเด็น
คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยเพียงข้อเดียวว่า พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่จำเลยอ้าง จะเป็นการชอบด้วยประมวลแพ่ง ฯ มาตรา 1658 หรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พินัยกรรมฉะบับนี้ตกเป็นโมฆะในฐานะเป็นพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง แต่สมบูรณ์ในฐานะเป็นพินัยกรรมธรรมดาตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 136 ดังนี้ เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นที่คู่ความโต้เถียงกัน เพราะคู่ความมิได้แถลงว่า ถ้าพินัยกรรมฉะบับนี้ไม่เป็นพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง ก็ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า จะเข้าแบบสมบูรณ์ เป็นพินัยกรรมอย่างอื่นหรือไม่
พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองมีปลัดอำเภอลงลายมือชื่อในฐานะเป็นพะยานรับรองพินัยกรรมอีกฐานะหนึ่งกับมีนายสุดเซ็นเป็นพะยานอีกคนหนึ่ง เมื่อตัดชื่อนายสุวัธน์ออกจากฐานะเป็นพะยาน โดยเหตุที่เป็นกรมการอำเภอผู้กระทำกิจการตามหน้าที่ราชการแล้ว ก็คงเหลือแต่นายสุดผู้เดียวลงลายมือชื่อเป็นพะยาน แต่เป็นผู้ที่ได้รับรู้การแจ้งความประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรมต่อกรมการอำเภอ พะยานขาดจำนวนไปคนหนึ่ง จึงไม่ครบจำนวนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ พินัยกรรมจึงตกเป็นโมฆะในฐานะพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง
of 170