คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1085/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ศาลไม่ต้องงดรอคดีแพ่งเพื่อฟังผลคดีอาญาที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 มิได้บัญญัติให้ศาลต้องงดรอคดีแพ่งไว้ฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญา ศาลจะพิพากษาคดีแพ่งไปโดยไม่รอฟังคดีอาญาก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1085/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการพิจารณาคดีแพ่งควบคู่คดีอาญา: ไม่ต้องรอฟังผลคดีอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 มิได้บัญญัติให้ศาลต้องงดรอคดีแพ่งไว้ฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญา ศาลจะพิพากษาคดีแพ่งไปโดยไม่รอฟังคดีอาญาก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1058/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความยินยอมของผู้เช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ และผลกระทบต่อการงดใช้กฎหมาย
โจทก์ฟ้องผู้เช่าโดยอาศัยความยินยอมของจำเลยท้ายสัญญาเช่าว่าครบกำหนดเวลาเช่าแล้วจะออกไปภายใน 6 เดือนและภายในระยะ 6 เดือนนี้จำเลยอยู่ในฐานะผู้อาศัยไม่ใช่ผู้เช่า
เมื่อคดีนี้ได้ความว่าได้เช่ากันมา 10 ปี แล้วไม่ใช่เพียงเข้าไปอยู่และไม่ใช่ทำสัญญาฉบับที่โจทก์ฟ้องนี้เป็นครั้งแรก และได้มีการเปลี่ยนตัวผู้ให้เช่า เหตุส่วนตัวของผู้ให้เช่าคนเก่ากับคนใหม่อาจไม่เหมือนกันทั้งคำว่า "ได้รับความยินยอม" ใน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯม. 16(5) นั้นเป็นคำกว้างรวมทั้งความยินยอมที่ให้ใช้เป็นสัญญาด้วย ฉนั้นความยินยอมแก่ผู้ให้เช่าใหม่คดีนี้อาจเป็นความประสงค์เพื่องดใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ดังคำพิพากษาฎีกาที่ 769/2494 ก็ได้ หรืออาจเป็นความยินยอมตาม ม.16 (5) ดังคำพิพากษาฎีกาที่ 1779/2493,803/96 และ 1046-52/2496 ก็ได้ และถ้าผู้เช่าได้ให้ความยินยอมตาม ม. 16(5) แล้วภายหลังกลับใจจะชำระค่าเช่าให้แต่ฝ่ายผู้ให้เช่าไม่ยอมรับก็หาเป็นเหตุให้ความยินยอมที่ผู้เช่าให้ไว้นั้นกลายเป็นความประสงค์จะงดใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯไปได้ไม่
เมื่อข้อเท็จจริงในคดียังไม่ได้ความชัดแจ้งพอที่จะฟังว่าเป็นไปในทางใดทางหนึ่งเพราะศาลชั้นต้นสั่งงดพิจารณาเสียดังนี้ ศาลฎีกามีอำนาจให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีความ
ฎีกาที่ 1779/2493
ฎีกาที่ 802/2496
ฎีกาที่ 1046-52/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1058/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความยินยอมเลิกสัญญาเช่าและการงดใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า การเปลี่ยนแปลงผู้ให้เช่ามีผลต่อความยินยอมหรือไม่
โจทก์ฟ้องผู้เช่าโดยอาศัยความยินยอมของจำเลยท้ายสัญญาเช่าว่าครบกำหนดเวลาเช่าแล้วออกไปภายใน 6 เดือน และภายในระยะ 6 เดือนนี้จำเลยอยู่ในฐานะผู้อาศัยไม่ใช่ผู้เช่า
เมื่อคดีนี้ได้ความว่าได้เช่ากันมา 10 ปีแล้วไม่ใช่เพียงเข้าไปอยู่ และไม่ใช่ทำสัญญาฉบับที่โจทก์ฟ้องนี้เป็นครั้งแรก และได้มีการเปลี่ยนตัวผู้ให้เช่าเหตุส่วนตัวของผู้ให้เช่าคนเก่ากับคนใหม่อาจไม่เหมือนกันทั้งคำว่า "ได้รับความยินยอม" ในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯมาตรา 16(5)นั้นเป็นคำกว้างรวมทั้งความยินยอมที่ให้ใช้เป็นสัญญาด้วย ฉะนั้นความยินยอมแก่ผู้ให้เช่าใหม่เช่นคดีนี้อาจเป็นความประสงค์เพื่องดใช้ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯดังคำพิพากษาฎีกาที่ 769/2494 ก็ได้ หรืออาจเป็นความยินยอมตาม มาตรา 16(5) ดังคำพิพากษาฎีกาที่ 1779/2492,802/96 และ 1046-52/2496ก็ได้ และถ้าผู้เช่าได้ให้ความยินยอมตามมาตรา 16(5) แล้วภายหลังกลับใจจะชำระค่าเช่าให้แต่ฝ่ายผู้ให้เช่าไม่ยอมรับ ก็หาเป็นเหตุให้ความยินยอมที่ผู้เช่าให้ไว้นั้นกลายเป็นความประสงค์จะชดใช้ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ไปได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1058/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความยินยอมให้เช่าใหม่และการงดใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า สัญญาเช่าเดิมมีผลหรือไม่
โจทก์ฟ้องผู้เช่าโดยอาศัยความยินยอมของจำเลยท้ายสัญญาเช่าว่าครบกำหนดเวลาเช่าแล้วออกไปภายใน 6 เดือน และภายในระยะ 6 เดือนนี้จำเลยอยู่ในฐานะผู้อาศัยไม่ใช่ผู้เช่า
เมื่อคดีนี้ได้ความว่าได้เช่ากันมา 10 ปีแล้วไม่ใช่เพียงเข้าไปอยู่ และไม่ใช่ทำสัญญาฉบับที่โจทก์ฟ้องนี้เป็นครั้งแรก และได้มีการเปลี่ยนตัวผู้ให้เช่าเหตุส่วนตัวของผู้ให้เช่าคนเก่ากับคนใหม่อาจไม่เหมือนกันทั้งคำว่า "ได้รับความยินยอม" ในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯมาตรา 16(5)นั้นเป็นคำกว้างรวมทั้งความยินยอมที่ให้ใช้เป็นสัญญาด้วย ฉะนั้นความยินยอมแก่ผู้ให้เช่าใหม่เช่นคดีนี้อาจเป็นความประสงค์เพื่องดใช้ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯดังคำพิพากษาฎีกาที่ 769/2494 ก็ได้ หรืออาจเป็นความยินยอมตาม มาตรา 16(5) ดังคำพิพากษาฎีกาที่ 1779/2492,802/96 และ 1046-52/2496ก็ได้ และถ้าผู้เช่าได้ให้ความยินยอมตามมาตรา 16(5) แล้วภายหลังกลับใจจะชำระค่าเช่าให้แต่ฝ่ายผู้ให้เช่าไม่ยอมรับ ก็หาเป็นเหตุให้ความยินยอมที่ผู้เช่าให้ไว้นั้นกลายเป็นความประสงค์จะชดใช้ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ไปได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1047/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลดหย่อนโทษอาญาในกรณีถูกยั่วโทสะและการกระทำโดยพลั้งพลาด
ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้หนึ่งก่อเหตุท้าทายและชกต่อยจำเลยจำเลยหนีก็ยังไล่ตามจะทำร้ายอีก จำเลยจึงชักมีดแทงไปเช่นนี้ย่อมถือได้ว่าเป็นการยั่วโทสะจำเลยก่อน หาใช่เป็นกรณีวิวาทกันไม่
การที่จำเลยถูกผู้หนึ่งกดขี่ข่มเหงร้ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรม จึงบันดาลโทสะจะแทงผู้นั้น หากแต่พลั้งพลาดไปถูกผู้ตายซึ่งเข้ามาห้ามเช่นนี้จำเลยควรได้รับลดหย่อนโทษตาม กฎหมายดุจกระทำแก่ผู้นั้น
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เมื่อโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี คู่ความจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1047/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำโดยถูกยั่วยุและพลั้งพลาดทำร้ายผู้อื่น: การลดหย่อนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๕
ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้หนึ่งก่อเหตุท้าทายและชกต่อยจำเลย ๆ หนีก็ยังไล่ตามจะทำร้ายอีก จำเลยจึงชักมีดแทงไปเช่นนี้ย่อมถือได้ว่าเป็นการยั่วโทษะจำเลยก่อน หาใช่เป็นกรณีวิวาทกันไม่
การที่จำเลยถูกผู้หนึ่งกดขี่ข่มเหงร้ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรม จึงบรรดาลโทษะจะแทงผู้นั้น หากแต่พลั้งพลาดไปถูกผู้ตายซึ่งเข้ามาห้ามเช่นนี้ จำเลยควรได้รับลดหย่อนโทษตาม ก.ม.ดุจกระทำแก่ผู้นั้น
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เมื่อโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี คู่ความจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1047/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแทงผู้อื่นโดยถูกยั่วยุก่อนและพลั้งพลาดไปถูกผู้ห้าม ลดหย่อนโทษตามกฎหมายได้
ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้หนึ่งก่อเหตุท้าทายและชกต่อยจำเลยจำเลยหนีก็ยังไล่ตามจะทำร้ายอีก จำเลยจึงชักมีดแทงไปเช่นนี้ย่อมถือได้ว่าเป็นการยั่วโทสะจำเลยก่อน หาใช่เป็นกรณีวิวาทกันไม่
การที่จำเลยถูกผู้หนึ่งกดขี่ข่มเหงร้ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรม จึงบันดาลโทสะจะแทงผู้นั้น หากแต่พลั้งพลาดไปถูกผู้ตายซึ่งเข้ามาห้ามเช่นนี้จำเลยควรได้รับลดหย่อนโทษตาม กฎหมายดุจกระทำแก่ผู้นั้น
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เมื่อโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี คู่ความจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1046/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ยักยอกทรัพย์: การมอบหมายให้ขายและการเบียดบังทรัพย์สิน
การที่จำเลยได้รับมอบตะกร้าของโจทก์ไปเพื่อขายโดยตกลงกันว่าถ้าขายได้จะชำระราคาตามที่โจทก์ตีไว้ เมื่อขายไม่ได้โจทก์ยอมรับคืน ดังนี้หาใช่โจทก์ตกลงขายตะกร้าให้จำเลยไม่ กรรมสิทธิ์ยังเป็นของโจทก์อยู่หากจำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาตะกร้าซึ่งรับมอบไว้เป็นประโยชน์ของตนเสียเอง ย่อมต้องมีผิดฐานยักยอก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1046/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ยักยอกทรัพย์: การรับมอบทรัพย์เพื่อขายแล้วเบียดบังเอาเป็นของตนเอง
การที่จำเลยได้รับมอบตะกร้าของโจทก์ไปเพื่อขายโดยตกลงกันว่าถ้าขายได้จะชำระราคาตามที่โจทก์ตีไว้ เมื่อขายไม่ได้โจทก์ยอมรับคืน ดังนี้หาใช่โจทก์ตกลงขายตะกร้าให้จำเลยไม่ กรรมสิทธิ์ยังเป็นของโจทก์อยู่หากจำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาตะกร้าซึ่งรับมอบไว้เป็นประโยชน์ของตนเสียเอง ย่อมต้องมีผิดฐานยักยอก
of 170