พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 943/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรวมกระทงโทษในคดีอนาจารและลักทรัพย์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการรวมโทษฐานอนาจารซึ่งถึงที่สุดแล้วเข้ากับกระทงลักทรัพย์ไม่ชอบ
โจทก์ฟ้องจำเลยว่ากระทำอนาจารและลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานกระทำอนาจารข้อหาฐานลักทรัพย์ให้ยก โจทก์แต่ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ ดังนี้ข้อหาฐานอนาจารจึงถึงที่สุดแล้ว แม้ศาลอุทธรณ์จะฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์อีกกระทงหนึ่งก็ตามศาลอุทธรณ์จะพิพากษารวมกระทงลงโทษจำเลยโดยเอาโทษฐานอนาจารซึ่งถึงที่สุดแล้วมารวมเข้าด้วย(โดยพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 288 กระทงหนึ่งและ มาตรา 246 อีกกระทงหนึ่ง รวมกระทงลงโทษจำเลยให้จำคุกจำเลย 1 ปี ฯลฯ) ดังนี้หาเป็นการชอบไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของบิดาต่อการกระทำละเมิดของผู้เยาว์ และการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรถยนต์ที่เสียหายและเสื่อมราคา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า "การกระทำของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นการละเมิดต่อบท ก.ม. เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์ต้องเสียหายคิดค่าซ่อมแซมเป็นเงิน 18,072 บาท 05 สตางค์ และแม้จะซ่อมแซมก็เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์เสื่อมราคาจากเดิมคิดเป็นเงิน 4,000 บาท "ดังนี้ ฟ้องของโจทก์ในข้อที่อ้างว่ารถเสื่อมราคานั้นได้แสดงออกโดยชัดแจ้งพอที่จะให้เข้าใจสภาพแห่งข้อหาได้ชัดเจนดีพอแล้วจึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
การที่บิดาปล่อยให้บุตรผู้เยาว์ขับรถยนต์ไปเที่ยวเสมอและในครั้งเกิดเหตุก็ขับรถยนต์ไปกับเพื่อน บิดารู้เห็นก็มิได้ห้ามตักเตือนจนขับรถไปทำให้ผู้อื่นเสียหายดังนี้ ย่อมถือได้ว่าบิดาพิสูจน์ไม่ได้ว่าคนใดใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่บิดาผู้ปกครองบุตรอยู่โดยปกติ จึงต้องรับผิดร่วมกับบุตร ตาม ม. 429
การที่บิดาปล่อยให้บุตรผู้เยาว์ขับรถยนต์ไปเที่ยวเสมอและในครั้งเกิดเหตุก็ขับรถยนต์ไปกับเพื่อน บิดารู้เห็นก็มิได้ห้ามตักเตือนจนขับรถไปทำให้ผู้อื่นเสียหายดังนี้ ย่อมถือได้ว่าบิดาพิสูจน์ไม่ได้ว่าคนใดใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่บิดาผู้ปกครองบุตรอยู่โดยปกติ จึงต้องรับผิดร่วมกับบุตร ตาม ม. 429
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของบิดาต่อการกระทำละเมิดของบุตรผู้เยาว์ และความชัดเจนของฟ้องคดี
โจทก์บรรยายฟ้องว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นการละเมิดต่อบทกฎหมายเป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์ต้องเสียหายคิดค่าซ่อมแซมเป็นเงิน 18,072 บาท 05 สตางค์ และแม้จะซ่อมแซมก็เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์เสื่อมราคาจากเดิมคิดเป็นเงิน 4,000 บาท"ดังนี้ฟ้องของโจทก์ในข้อที่อ้างว่ารถเสื่อมราคานั้นได้แสดงออกโดยชัดแจ้งพอที่จะให้เข้าใจสภาพแห่งข้อหาได้ชัดเจนดีพอแล้วจึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
การที่บิดาปล่อยให้บุตรผู้เยาว์ขับรถยนต์ไปเที่ยวเสมอและในครั้งเกิดเหตุก็ขับรถยนต์ไปกับเพื่อน บิดารู้เห็นก็มิได้ห้ามตักเตือนจนขับรถไปทำให้ผู้อื่นเสียหาย ดังนี้ย่อมถือได้ว่าบิดาพิสูจน์ไม่ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่บิดาผู้ปกครองบุตรอยู่โดยปกติ จึงต้องรับผิดร่วมกับบุตรตาม มาตรา 429
การที่บิดาปล่อยให้บุตรผู้เยาว์ขับรถยนต์ไปเที่ยวเสมอและในครั้งเกิดเหตุก็ขับรถยนต์ไปกับเพื่อน บิดารู้เห็นก็มิได้ห้ามตักเตือนจนขับรถไปทำให้ผู้อื่นเสียหาย ดังนี้ย่อมถือได้ว่าบิดาพิสูจน์ไม่ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่บิดาผู้ปกครองบุตรอยู่โดยปกติ จึงต้องรับผิดร่วมกับบุตรตาม มาตรา 429
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ชื่อผู้เสียหายในฟ้องผิดพลาด ไม่ถือเป็นข้อเท็จจริงต่างกันถึงขั้นยกฟ้อง
ในฟ้องพิมพ์ชื่อผู้เสียหายว่าโกกะ แสงประดิษฐ์ ครั้นศาลสอบผู้เสียหายแถลงว่าชื่อโก๊ะ แสงประดิษฐฺ์ ดังนี้เมื่อไม่ผิดตัวผู้เสียหายเป็นแต่กล่าวชื่อผิดเพี้ยนไปเป็นข้อเล็กน้อยปลีกย่อย หาใช่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับที่กล่าวในฟ้องอันจะเป็นเหตุให้ยกฟ้องได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความคลาดเคลื่อนชื่อผู้เสียหายในฟ้อง ไม่ถึงขั้นเป็นการผิดตัวและทำให้ต้องยกฟ้อง
ในฟ้องพิมพ์ชื่อผู้เสียหายว่าโกกะ แสงประดิษฐ์ ครั้นศาลสอบผู้เสียหายแถลงว่าชื่อโก๊ะ แสงประดิษฐ์ ดังนี้เมื่อไม่ผิดตัวผู้เสียหายเป็นแต่กล่าวชื่อผิดเพี้ยนไปเป็นข้อเล็กน้อยปลีกย่อย หาใช่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับที่กล่าวในฟ้องอันจะเป็นเหตุให้ยกฟ้องได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขเอกสารราชการโดยเจ้าหน้าที่: หน้าที่ vs. อำนาจปลอมแปลง
จำเลยเป็นพลตำรวจได้รับแต่งตั้งให้เป็นพนักงานทะเบียนคนต่างด้าว มีหน้าที่กรอกข้อความในใบรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวแล้วเสนอให้ผู้บังคับบัญชาเซ็น จำเลยได้ปลอมหนังสือโดยขูดลบชื่อเจ้าของใบรับใบสำคัญเดิมเสีย เติมชื่อลงไปใหม่ การกระทำของจำเลยย่อมเป็นผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 224 เพราะถือไม่ได้ว่าจำเลยปลอมหนังสือซึ่งอยู่ในหน้าที่ของจำเลยตามตำแหน่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขเอกสารราชการโดยเจ้าหน้าที่: การปลอมแปลงหนังสือไม่อยู่ในหน้าที่ตามตำแหน่ง
จำเลยเป็นพลตำรวจได้รับแต่งตั้งให้เป็นพนักงานทะเบียนคนต่างด้าว มีหน้าที่ตรอกข้อความในใบรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวแล้วเสนอให้ผู้บังคับบัญชาเซ็นจำเลยได้ปลอมหนังสือโดยขูดลบชื่อเจ้าของใบรับใบสำคัญเดิมเสีย เติมชื่อลงไปใหม่การกระทำของจำเลยย่อมเป็นผิดตาม ก.ม. อาญา ม. 224 เพราะถือไม่ได้ว่าจำเลยปลอมหนังสือซึ่งอยู่ในหน้าที่ของจำเลยตามตำแหน่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษกักกันผู้กระทำผิดซ้ำโดยอาศัยบททำร้ายร่างกาย แม้ลงโทษตามบทหนักอื่น
เมื่อศาลพิพากษาจำเลยกระทำผิดตาม ก.ม.อาญา ม.119,120,254 ดังนี้แม้ศาลจะใช้ ม.120 เป็นบทลงโทษจำเลยก็ดี ก็เป็นเรื่องปรับบทลงโทษจำเลยตาม ก.ม.เท่านั้น คดียังต้องฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายตาม ม. 254 ซึ่งเป็นความอาญาอันเป็นเหตุร้ายตาม พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 ถ้ามีเหตุสมควรศาลก็มีอำนาจเพิ่มโทษกักกันจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษกักกันผู้กระทำผิดซ้ำ โดยอาศัยประวัติอาชญากรรมเดิมและความร้ายแรงของคดีทำร้ายร่างกาย
เมื่อศาลพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 119,120,25 ดังนี้แม้ศาลจะใช้ มาตรา 120 เป็นบทลงโทษจำเลยก็ดี ก็เป็นเรื่องปรับบทลงโทษจำเลยตามกฎหมาย เท่านั้นคดียังต้องฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายตาม มาตรา 254 ซึ่งเป็นความอาญาอันเป็นเหตุร้ายตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ถ้ามีเหตุสมควรศาลก็มีอำนาจเพิ่มโทษกักกันจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 889/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิมพ์แบบใบอนุญาตปลอมพร้อมลายมือชื่อ ถือเป็นความผิดฐานปลอมหนังสือราชการ แม้ยังมิได้กรอกรายละเอียด
พิมพ์แบบใบอนุญาตประกอบโรคศิลป ฯ แล้วยังพิมพ์ปลอมลายมือชื่อประธานกรรมการและเลขาธิการนายทะเบียนย่อมเป็นการเสียหายแก่ผู้นั้น ถึงแม้จะยังไม่ได้กรอกเลขที่ของใบอนุญาตชื่อผู้รับอนุญาตและเลขท้าย พ.ศ. ก็ถือว่าเป็นผิดฐานปลอมหนังสือราชการ่ตาม ม. 222
แบบพิมพ์ใบอนุญาตประกอบโรคศิลป ฯ ที่พิมพ์ลายมือชื่อประธานกรรมการและเลขาธิการนายทะเบียนด้วย ถือได้ว่าเป็นหนังสือตาม ม.6 (18)
ข้อฎีกาที่ว่าการที่จำเลยพิมพ์แบบใบอนุญาตประกอบโรคศิลป ฯ 51 ฉบับ จะเป็นผิดฐานปลอมหนังสือหรือไม่นั้น เป็นข้อ ก.ม. จำเลยย่อมฎีกาได้
อ้างฎีกาที่ 595/2481
แบบพิมพ์ใบอนุญาตประกอบโรคศิลป ฯ ที่พิมพ์ลายมือชื่อประธานกรรมการและเลขาธิการนายทะเบียนด้วย ถือได้ว่าเป็นหนังสือตาม ม.6 (18)
ข้อฎีกาที่ว่าการที่จำเลยพิมพ์แบบใบอนุญาตประกอบโรคศิลป ฯ 51 ฉบับ จะเป็นผิดฐานปลอมหนังสือหรือไม่นั้น เป็นข้อ ก.ม. จำเลยย่อมฎีกาได้
อ้างฎีกาที่ 595/2481