พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 233/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนายิงผู้อื่นถึงแก่ความตาย ถือเป็นความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา แม้เวลาผ่านไป
จำเลยเจตนายิงผู้ตายเป็นบาดแผลหลายแห่ง แม้ผู้ตายจะถึงแก่ความตายต่อมาภายหลังเป็นเวลาเดือนเศษ เมื่อได้ความว่าผู้ตายตายโดยบาดแผลที่จำเลยยิงเกิดเป็นพิษขึ้นเช่นนี้ฟังได้ว่าผู้ตายได้ตายเพราะการกระทำของจำเลย จำเลยจึงผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 233/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนายิงทำให้ถึงแก่ความตาย ถือเป็นการฆ่าโดยเจตนา แม้จะเสียชีวิตภายหลัง
จำเลยเจตนายิงผู้ตายเป็นบาดแผลหลายแห่ง แม้ผู้ตายจะถึงแก่ความตายต่อมาภายหลังเป็นเวลาเดือนเศษเมื่อได้ความว่าผู้ตายตายโดยบาดแผลที่จำเลยยิงเกิดเป็นพิษขึ้นเช่นนี้ฟังได้ว่าผู้ตายได้ตายเพราะการกระทำของจำเลย จำเลยจึงผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ยาปลอมตาม พ.ร.บ.ขายยา: ปริมาณตัวยาสำคัญเท่ากับตัวยาเอง
คำว่า "ไม่ตรงกับตำหรับ" ตามความใน ม.19(2) แห่ง พ.ร.บ.ขายยา พ.ศ. 2493 นั้นมิได้หมายถึงแต่เฉพาะตัวเนื้อยาอย่างเดียว แต่หมายถึงปริมาณของตัวเนื้อยาด้วย เมื่อจำเลยขายยาที่มีปริมาณผิด ไป 100 เท่า ดังนี้ก็มีความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ยาปลอม: ปริมาณยาผิดเพี้ยน ถือว่า 'ไม่ตรงกับตำรับ' ตามกฎหมายขายยา
คำว่า' ไม่ตรงกับคำรับ' ตามความใน มาตรา 19(2) แห่งพระะราชบัญญัติขายยา พ.ศ.2493 นั้นมิได้หมายถึงแต่เฉพาะตัวเนื้อยาอย่างเดียว แต่หมายถึงปริมาณของตัวเนื้อยาด้วยเมื่อจำเลยขายยาที่มีปริมาณผิดไป 100 เท่า ดังนี้ก็มีความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจนายอำเภอในการดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน์ แม้มีกฎหมายให้อำนาจผู้ว่าฯ สูงกว่า
ที่สาธารณะประโยชน์เดิมเป็นอำนาจและหน้าที่ของกรมการอำเภอที่จะตรวจตรารักษาตาม พระราชบัญญัติปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา122 ต่อมาอำนาจหน้าที่นี้ได้โอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอโดย พระราชบัญญัติระเบียบราชการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 มาตรา 40 วรรคสามและไม่มีข้อความแห่งใดใน พระราชบัญญัตินี้เพิกถอนอำนาจนายอำเภอที่มีอยู่ตาม พระราชบัญญัติปกครองท้องที่ดังกล่าว(พ.ศ.2457)ดังนี้เมื่อนายอำเภอสั่งให้จำเลยออกไปจากที่สาธารณะประโยชน์จำเลยขัดขืนก็มีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา มาตรา334(2)(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 12/98)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจหน้าที่นายอำเภอในการดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน์ แม้มีกฎหมายใหม่ให้อำนาจผู้ว่าฯ สูงกว่า
ที่สาธารณะประโยชน์เดิมเป็นอำนาจและหน้าที่ของกรมการอำเภอที่จะตรวจตรารักษาตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม. 122 ต่อมาอำนาจหน้าที่นี้ได้โอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอโดย พ.ร.บ.ระเบียบราชการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2495 ม.40 วรรค.3 และไม่มีข้อความแห่งใดใน พ.ร.บ.นี้เพิกถอนอำนาจนายอำเภอที่มีอยู่ตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ดังกล่าว (พ.ศ. 2457) ดังนี้เมื่อนายอำเภอสั่งให้จำเลยออกไปจากที่สาธารณะประโยชน์ จำเลยขัดขืนก็มีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ก.ม. อาญา ม. 334 (2)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 152/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความประมาทจากการจุดไฟเผาไร่ใกล้เคียง ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย
จำเลยบอกคนข้างเคียงว่าจะจุดไฟสุมไร่เพื่อประโยชน์แก่การเกษตรกรรมเช่นเคยให้ดูแลห้างของคนข้างเคียงไว้ เมื่อไฟลุกลามไปไหม้ทรัพย์สินของคนข้างเคียงในลักษณะที่อาจช่วยกันดับได้ทันและไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ระมัดระวังหรือจัดการอย่างใด ดังนี้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 201
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 152/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความประมาทจากการจุดไฟเผาไร่ใกล้เคียง ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย
จำเลยบอกคนข้างเคียงว่าจะจุดไฟสุมไร่เพื่อประโยชน์แก่การเกษตรกรรมเช่นเคย ให้ดูแลห้างของคนข้างเคียงไว้เมื่อไฟลุกลามไปไหม้ทรัพย์สินของคนข้างเคียงในลักษณะที่อาจช่วยกันดับได้ทันและไม่ปรากฎว่าจำเลยได้ระมัดระวังหรือจัดการอย่างใด ดังนี้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม. 201
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าช้างป่า: การพิสูจน์ความผิดฐานฆ่าต้องแสดงเจตนาหรือความสามารถในการคาดการณ์ผล
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้รับอนุญาตให้จับช้างป่าแล้วไม่ชักลาก เป็นเหตุให้ช้างเหยียบย่ำทำร้ายกันเองจนตาย จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีเจตนาฆ่า ช้างตายเพถราะทำการจับช้างไม่ทันท่วงทีโดยคาดเหตุการณ์ล่วงหน้าไม่ถูก โจทก์ไม่สืบพยานขอให้วินิจฉัยว่าพฤติการณ์เช่นว่านี้จำเลยมีความผิดหรือไม่
พฤติการณ์เช่นว่านี้ยังไม่ปรากฎว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่าหรืออาจแลเห็นผลแห่งการกระทำนั้นได้จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฆ่าช้างป่าโดยเจตนา
พฤติการณ์เช่นว่านี้ยังไม่ปรากฎว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่าหรืออาจแลเห็นผลแห่งการกระทำนั้นได้จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฆ่าช้างป่าโดยเจตนา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำโดยประมาทหรือไม่เจตนาจนช้างป่าตาย ไม่ถือเป็นความผิดฐานฆ่าช้างป่าตาม พ.ร.บ.รักษาช้างป่า
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้รับอนุญาตให้จับช้างป่าแล้วไม่ชักลาก เป็นเหตุให้ช้างเหยียบย่ำทำร้ายกันเองจนตายจำเลยต่อสู้ว่าไม่มีเจตนาฆ่าช้างตายเพราะทำการจับช้างไม่ทันท่วงทีโดยคาดเหตุการณ์ล่วงหน้าไม่ถูก โจทก์ไม่สืบพยานขอให้วินิจฉัยว่าตามพฤติการณ์เช่นว่านี้จำเลยมีความผิดหรือไม่
พฤติการณ์เช่นว่านี้ยังไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่าหรืออาจแลเห็นผลแห่งการกระทำนั้นได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฆ่าช้างป่าโดยเจตนา
พฤติการณ์เช่นว่านี้ยังไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่าหรืออาจแลเห็นผลแห่งการกระทำนั้นได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฆ่าช้างป่าโดยเจตนา