คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1135/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษกักกันผู้กระทำผิดซ้ำ โดยพิจารณาจากจำนวนครั้งที่ศาลพิพากษาให้จำคุก ไม่ใช่จำนวนครั้งที่พ้นโทษ
มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายพ.ศ.2479 ความว่า"ถ้าผู้ใดเคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาให้จำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ฯลฯ" นั้นหมายความถึงว่าผู้นั้นได้รับโทษโดยศาลพิพากษาให้จำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง อีกนัยหนึ่งคือครั้งตามคำพิพากษา หามีข้อความใดในบทบัญญัตินี้แสดงให้เห็นว่าผู้นั้นได้หลุดพ้นโทษไปแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง เช่นกฎหมายลักษณะอาญาเรื่องผู้กระทำผิดไม่เข็ดหลาบนั้นไม่
จำเลยเคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาให้จำคุกมาแล้ว 3 คดีคือคดีแดงที่ 1221/2491 ฐานชิงทรัพย์ คดีแดงที่136/2492 ฐานลักทรัพย์คดีแดงที่ 769/2492 ฐานหลบหนีที่คุมขัง และปรากฏตามสำนวนคดีแดงที่ 136/2492 ว่าจำเลยรับโทษตามคำพิพากษาคดีแดงที่ 1221/2491 อยู่แล้วหลบหนีไปกระทำผิดในคดีแดงที่ 136/2492 นั้น ทั้ง 3 คดีนี้จำเลยจึงได้รับโทษจำคุกต่อเนื่องกันไป เพิ่งพ้นโทษไปคราวเดียว เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2494 เช่นนี้ เมื่อจำเลยมากระทำผิดในคดี(ลักทรัพย์)ขึ้นอีก ศาลก็เพิ่มโทษกักกันจำเลยได้ (อ้างฎีกาที่1307/2480 และที่ 1514/2482)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1135/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษกักกันผู้กระทำผิดซ้ำ โดยพิจารณาจากจำนวนครั้งที่ศาลพิพากษาให้จำคุก ไม่ใช่จำนวนครั้งที่พ้นโทษ
ม.8 แห่งพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ความว่า "ถ้าผู้ใดเคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาให้จำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ฯลฯ " นั้น หมายความถึงว่าผู้นั้นได้รับโทษโดยศาลพิพากษาให้จำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้งอีกนัยหนึ่งคือครั้งตามคำพิพากษา หามีข้อความใดในบทบัญญัตินี้แสดงให้เห็นว่า ผู้นั้นได้หลุดพ้นโทษไปแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้งเช่นกฎหมายลักษณะอาญาเรื่องผู้กระทำผิดไม่เข็หลาบนั้นไม่
จำเลยเคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาให้จำคุกมาแล้ว 3 คดีคือคดีแดงที่ 1221/2491 ฐานชิงทรัพย์ คดีแดงที่ 136/2492 ฐานลักทรัพย์ คดีแดงที่ 769/2492 ฐานหลบหนีที่คุมขัง และปรากฎตามสำนวนคดีแดงที่ 136/2492 ว่าจำเลยรับโทษตามคำพิพากษาคดีแดงที่ 1221/2491 อยู่แล้วหลบหนีไปกระทำผิดในคดีแดงที่ 136/2492 นั้นทั้ง 3 คดีนี้จำเลยจึงได้รับโทษจำคุกต่อเนื่องกันไป เพิ่งพ้นโทษไปคราวเดีว เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2494 เช่นนี้ เมื่อจำเลยมากระทำผิดในคดี ( ลักทรัพย์ ) ขึ้นอีก ศาลก็เพิ่มโทษกักกันจำเลยได้
อ้างฎีกาที่ 1307/2480 และที่ 1514/2482

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิจารณาคดีโดยรวมพยานหลักฐานจากสำนวนอื่นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และการพิสูจน์ความเป็นเจ้าของที่ดิน
เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลฎีกาจะเรียกสำนวนคดีอื่นมาประกอบการวินิจฉัยก่อนมีคำพิพากษาก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองที่ดินพิพาท การตรวจสอบหลักฐานข้ามสำนวนเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลฎีกาจะเรียกสำนวนคดีอื่นมาประกอบการวินิจฉัยก่อน มีคำพิพากษาก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิของสามีในการฟ้องเกี่ยวกับสินเดิมของภรรยา: สามีมีอำนาจจัดการและฟ้องร้องได้
สินเดิมของภรรยากฎหมายถือว่าเป็นสินบริคณฑ์ในอำนาจจัดการของสามี ๆ ย่อมมีสิทธิฟ้องมารดาของภรรยาเกี่ยวกับสินเดิมของภรรยาได้ไม่เป็นการต้องห้ามตาม ป.ม.แพ่ง 1534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิของสามีในการฟ้องเกี่ยวกับสินเดิมของภรรยา: สินเดิมเป็นสินบริคณห์ สามีมีสิทธิฟ้องได้
สินเดิมของภรรยากฎหมายถือว่าเป็นสินบริคณห์อยู่ในอำนาจจัดการของสามี สามีย่อมมีสิทธิฟ้องมารดาของภรรยาเกี่ยวกับสินเดิมของภรรยาได้ไม่เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดของผู้ครอบครองเรือเมื่อเกิดความเสียหายจากการกระทำของผู้อื่น
นายท้ายเรือยสต์ของจำเลยได้ขับเรือไปขนเรือยนต์ของโจทก์ที่จอดอยู่เสียหาย จำเลยผู้ครอบครองเรือนั้นยอมต้องรับผิด เพื่อการเสียหายนั้นด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดของผู้ครอบครองเรือเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากผู้ขับขี่
นายท้ายเรือยนต์ของจำเลยได้ขับเรือไปชนเรือยนต์ของโจทก์ที่จอดอยู่เสียหาย จำเลยผู้ครอบครองเรือนั้นย่อมต้องรับผิด เพื่อการเสียหายนั้นด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1058/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การระบุพยานนอกกำหนด & การสืบพยานเพิ่มเติม: ศาลไม่ชอบด้วยกฎหมายหากจำเลยไม่โต้แย้งคำสั่ง
จำเลยมิได้ระบุพยานตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคหนึ่ง โดยอ้างว่าเพิ่งไปหาทนายว่าต่างและขอระบุพยานในวันสืบพยาน ศาลสั่งว่าไม่มีเหตุสมควร ไม่อนุญาตตามมาตรา 88 วรรคสาม เมื่อจำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 แต่ประการใด ดังนี้ จะอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งนั้นไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1058/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไม่ระบุพยานตามกำหนดและผลกระทบต่อการนำสืบพยาน รวมถึงการแบ่งกรรมสิทธิในทรัพย์สิน
จำเลยมิได้ระบุพยานตาม ป.วิ.แพ่ง ม.88 วรรค 1 โดยอ้างว่าเพิ่งไปหาทนายว่าต่างและขอระบุพยานในวันสืบพยาน ศาลสั่งว่าไม่มีเหตุสมควร ไม่อนุญาตตาม ม.88 วรรค 3 เมื่อจำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งนั้นตาม ป.วิ.แพ่ง ม.226 แต่ประการใด ดังนี้ จะอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งนั้นไม่ได้
of 170