พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 786/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขยายเวลาดำเนินการเมื่อคู่ความถึงแก่ความตายระหว่างพิจารณาคดี
จำเลยฎีกาเมื่อความเพิ่งปรากฏว่าโจทก์ตายก่อนฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และไม่มีผู้ใดขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ ทั้งจำเลยก็ไม่ขอให้เรียกผู้ใดเข้ามาเป็นคู่ความแทนจนเวลาล่วงเลยเกิน 1 ปีแล้วดังนี้ กรณีมีพฤติการณ์พิเศษประกอบด้วยข้อเท็จจริง เพิ่งจะปรากฏขึ้น ณบัดนี้ ศาลฎีกามีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาเพื่อจำเลย จัดหาตัวผู้รับมรดกความโจทก์ได้ตามความในมาตรา 23
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 763/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละสิทธิในทรัพย์สินหลังหย่า: เจตนาชัดเจนถือเป็นอันสิ้นสุด
โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกัน แล้วโจทก์(ภริยา) ได้โอนกรรมสิทธิที่ดินของตนให้จำเลย(สามี)แล้วทำหนังสือสละทรัพย์สินส่วนของตนให้แก่จำเลยโดยระบุไว้แจ้งชัดว่าสละให้เพราะจะไปอยู่กินกับชายชู้ แล้วโจทก์กับจำเลยได้จดทะเบียนหย่าขาดกันโดยโจทก์ได้แสดงเจตนาเมื่อจดทะเบียนหย่ายืนยันสละสิทธิของโจทก์ในทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาโดยกล่าวว่าไม่มีอะไรจะแบ่งกันแล้วดังนี้ ย่อมฟังได้ว่าการหย่าและแบ่งทรัพย์ระหว่างโจทก์จำเลยได้เสร็จเด็ดขาดไปแล้วโจทก์จะกลับรื้อฟื้นฟ้องร้องว่ายังไม่ได้แบ่งทรัพย์กันนั้นไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 763/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาและการแบ่งทรัพย์หลังหย่าขาด โดยการแสดงเจตนาสละสิทธิถือเป็นอันเสร็จเด็ดขาด
โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกัน แล้วโจทก์( ภริยา ) ได้โอนกรรมสิทธิที่ดินของตนให้จำเลย( สามี ) แล้วทำหนังสือสละทรัพย์สินส่วนของตนให้แก่จำเลยโดยระบุไว้แจ้งชัดว่าสละให้เพราะจะไปอยู่กินกับชายชู้ แล้วโจทก์กับจำเลยได้จดทะเบียนหย่าขาดกันโดยโจทก์ได้แสดงเจตนาเมื่อจดทะเบียนหย่ายืนยันสละสิทธิของโจทก์ในทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา โดยกล่าวว่าไม่มีอะไรจะแบ่งกันแล้วดังนี้ ย่อมฟังได้ว่าการหย่าและแบ่งทรัพย์ระหว่างโจทก์จำเลยได้เสร็จเด็ดขาดไปแล้ว โจทก์จะกลับรื้อฟื้นฟ้องร้อว่ายังไม่ได้แบ่งทรัพย์กันนั้นไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ: ผู้ถูกทำร้ายก่อนมีสิทธิใช้กำลังป้องกันตนเองได้
ผู้ตายเป็นผู้ก่อเรื่องด่าและจะทำร้ายจำเลยก่อนไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ด่าตอบ เมื่อมีผู้บอกให้จำเลยกลับบ้านจำเลยก็กลับทันทีผู้ตายวิ่งตามจำเลยไปและเงื้อมีดจะทำร้ายจำเลยด้วยจำเลยหันหลังกลับใช้ขวานฟันผู้ตาย 1 ทีถึงแก่ความตายดังนี้ ได้ชื่อว่าจำเลยได้กระทำการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย: ผู้ถูกทำร้ายมีสิทธิป้องกันตนเองได้ แม้จะใช้ขวาน
ผู้ตายเป็นผู้ก่อเรื่องด่าและจะทำร้ายจำเลยก่อน ไม่ปรากฎว่าจำเลยได้ค่าตอบ เมื่อมีผู้บอกให้จำเลยกลับบ้าน จำเลยก็กลับทันที ผู้ตายวิ่งตามจำเลยไปและเงื้อมีดจะทำร้ายจำเลยด้วย จำเลยหันหลังกลับใช้ขวานฟันผู้ตาย 1 ทีถึงแก่ความตาย ดังนี้ ได้ชื่อว่าจำเลยได้กระทำการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 737/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจคณะกรรมการส่วนจังหวัดในการห้ามนำเข้า-ส่งออกสินค้าเพื่อป้องกันการขาดแคลน ต้องมีประกาศห้ามค้ากำไรเกินควรเสียก่อน
คณะกรรมการส่วนจังหวัดป้องกันการค้ากำไรเกินควรได้ออกประกาศห้ามนำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าและออกนอกเขตต์จังหวัด โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร แต่มีวัตถุประสงค์ที่จะป้องกันการขาดแคลนซึ่งสิ่งนั้น และมิได้มีประกาศห้ามค้ากำไรเกินควรเสียก่อน ย่อมถือว่าประกาศนั้นออกนอกเหนืออำนาจใน พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร ไม่มีผลบังคับได้ความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 737/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจคณะกรรมการส่วนจังหวัดในการห้ามนำเข้าออกสินค้าเพื่อป้องกันภาวะขาดแคลนต้องเป็นไปตามกรอบอำนาจของ พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร
คณะกรรมการส่วนจังหวัดป้องกันการค้ากำไรเกินควรได้ออกประกาศห้ามนำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าและออกนอกเขตจังหวัดโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร แต่มีวัตถุประสงค์ที่จะป้องกันการขาดแคลนซึ่งสิ่งนั้นและมิได้มีประกาศห้ามค้ากำไรเกินควรเสียก่อน ย่อมถือว่าประกาศนั้นออกนอกเหนืออำนาจในพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควรไม่มีผลบังคับได้ตามกฎหมาย(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4/2498)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 673/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตนและเกินสมควรแก่เหตุในการทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย
ผู้ตายเป็นคนอันธพาลและก่อเรื่องขึ้นก่อนผู้ตายหยิบขวานจะลุกขึ้นทำร้ายจำเลยที่ 1 จึงแย่งขวานได้แล้วฟันผู้ตาย 1 ทีและเรียกให้คนช่วยจำเลยอื่นๆได้เข้ามาช่วยทำร้ายผู้ตายถึงตายเช่นนี้การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการป้องกันตน ส่วนจำเลยนอกนั้นทำไปเพื่อป้องกันชีวิตจำเลยที่ 1 แต่จำเลยทำร้ายซ้ำๆจนผู้ตายถึงตายจึงเป็นการเกินสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 558/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เอกสารในความครอบครองบุคคลที่สาม ไม่ต้องส่งสำเนาให้คู่ความก่อนสืบพยาน
เอกสารอยู่ในความครอบครองของบุคคลที่สามคู่ความที่อ้างอิงเอกสารนั้นไม่ต้องส่งสำเนาให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก่อนวันสืบพยาน 3 วัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 558/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เอกสารอยู่ในความครอบครองบุคคลที่สาม ไม่ต้องส่งสำเนาให้คู่ความก่อนสืบพยาน
เอกสารอยู่ในความครอบครองของบุคคลที่สาม คู่ความที่อ้างอิงเอกสารนั้นไม่ต้องส่งสำเนาให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก่อนวันสืบพยาน 3 วัน