คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 257/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งสินสมรส: หักมูลค่าสินเดิม (ทองคำ) ตามราคาเวลาขาย เพื่อความเป็นธรรมในการแบ่งทรัพย์
มีสายสร้อยทองคำเป็นสินเดิมเมื่อสมรสกันต่อมาได้ขายสายสร้อยสินเดิมเอาเงินมาทำทุนได้ 30 ปีเศษมาแล้วเวลานั้นราคา 600 บาท ครั้นสามีตายต้องแบ่งสินบริคณห์จะคิดราคาสายสร้อยตามราคาปัจจุบันหักสินสมรสใช้ไม่ได้ต้องคิดตามราคา 600 บาท ในเวลาที่ขายทองนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 239/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองที่ดินสืบต่อจากมรดก ไม่จำต้องโอนโฉนด หากครอบครองต่อเนื่อง
บิดาได้ครอบครองถืออำนาจเป็นเจ้าของที่ดินมาช้านานถึง 30 ปี แล้วถึงแก่กรรมลง บุตรได้รับมรดกดคงปกครองที่ดินั้นต่อมาอีก 5,6,ปี โดยมิได้โอนโฉนดทางทะเบียนก็ถือได้ว่า บุตรได้รับช่วงการครอบครองที่ดินสืบต่อบิดา หาจำต้องโอนโฉนดทางทะเบียนก็ได้กรรมสิทธิ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 239/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองปรปักษ์และการรับมรดกต่อเนื่อง: กรรมสิทธิที่ดินไม่ต้องโอนโฉนด
บิดาได้ครอบครองถืออำนาจเป็นเจ้าของที่ดินมาช้านานถึง 30 ปี แล้วถึงแก่กรรมลงบุตรได้รับมรดกคงปกครองที่ดินนั้นต่อมาอีก 5,6 ปี โดยมิได้โอนโฉนดทางทะเบียนก็ถือได้ว่า บุตรได้รับช่วงการครอบครองที่ดินสืบต่อบิดา หาจำต้องโอนโฉนดทางทะเบียนก็ได้กรรมสิทธิ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ วิวาทชกต่อยและการยิงตอบโต้: การสมัครเข้าวิวาทตัดสิทธิการอ้างยั่วโทสะ
ผู้ตายกับจำเลยวิวาทชกต่อยกัน แล้วผู้ตายเอาไม้ตีจำเลยต่อมาจำเลยจึงเอาปืนไปยิงผู้ตายตายดังนี้เป็นกรณีเกิดจากการสมัครเข้าวิวาทกัน ในมูลเดิมแล้วฝ่ายใดจะอ้างว่าถูกยั่วโทสะ ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183-185/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประกอบธุรกิจในเคหะ และการแจ้งคำบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าที่ชอบด้วยกฎหมาย
การรับจ้างซักรีดเสื้อผ้าหรือรับจ้างตัดผม นั้นได้ชื่อว่าเป็นการประกอบธุระกิจการค้าแล้ว แม้จะมีการอยู่อาศัยด้วย ก็ไม่ถือว่าเป็นเคหะตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ
โจทก์อ้างพยานเอกสารจากจำเลยๆ รับหมายแล้วไม่ส่งและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ดังนี้ ศาลต้องฟังว่า จำเลยยอมรับตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 123,124, แล้ว
การบอกกล่าวเลิกการเช่า ที่ส่งไปทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับผู้ส่ง หมายเหตุว่าส่งแล้ว ผู้รับไม่ยอมรับ คืนดังนี้ต้องถือว่าผู้เช่าได้ทราบคำบอกกล่าวนั้นแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183-185/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าพื้นที่เพื่อประกอบธุรกิจการค้า ไม่ถือเป็นเคหะตามพรบ.ควบคุมค่าเช่า การแจ้งบอกกล่าวโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนมีผลสมบูรณ์
การรับจ้างซักรีดเสื้อผ้าหรือรับจ้างตัดผม นั้นได้ชื่อว่าเป็นการประกอบธุระกิจการค้าชนิดหนึ่งเมื่อเช่าห้องเขาประกอบธุระกิจการค้าแล้วแม้จะมีการอยู่อาศัยด้วย ก็ไม่ถือว่าเป็นเคหะตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ
โจทก์อ้างพยานเอกสารจากจำเลย จำเลยรับหมายแล้วไม่ส่งและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ดังนี้ ศาลต้องฟังว่า จำเลยยอมรับตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 123,124 แล้ว
การบอกกล่าวเลิกการเช่า ที่ส่งไปทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับผู้ส่ง หมายเหตุว่าส่งแล้ว ผู้รับไม่ยอมรับ คืนดังนี้ ต้องถือว่าผู้เช่าได้ทราบค่าบอกกล่าวนั้นแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องยักยอกทรัพย์ที่เคลือบคลุม ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยยักยอกเงินของบริษัทหลายครั้งเป็นจำนวนเงินจำนวนหนึ่ง ในระหว่างเวลาประมาณ 3 เดือนขอให้ลงโทษโดยมิได้บรรยายให้แจ้งชัดว่ายักยอกเงินรายไหน ประเภทใดทั้งที่โจทก์รู้รายการละเอียดเหล่านั้นในสำนวนการสอบสวนอยู่ดีแล้วดังนี้ ได้ชื่อว่าฟ้องเคลือบคลุมจะลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องเคลือบคลุมทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี แม้โจทก์มีข้อมูลรายละเอียด
โจทย์ฟ้องหาว่า จำเลยยักยอกเงินของบริษัทหลายครั้ง เป็นจำนวนเงินจำนวนหนึ่ง ในระหว่างเวลาประมาณ 3 เดือน ขอให้ลงโทษ โดยมิได้บรรยายให้แจ้งชัดว่ายักยอกเงินรายไหน ประเภทใดทั้งที่โจทก์รู้รายการละเอียดเหล่านั้นในสำนวนการสอบสวนอยู่ดีแล้ว ดังนี้ ได้ชื่อว่าฟ้องเคลือบคลุม จะลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 119/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หักกลบลบหนี้กับการใช้ทรัพย์แทนหนี้: การนำสืบข้อต่อสู้
โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินกู้ ตามสัญญากู้เงิน จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ซื้อปืนพกจำเลยไป 1 กระบอกเป็นจำนวนเงินแน่นอน และว่าได้ตกลงกันหักกลบลบหนี้กันแล้ว ดังนี้ ได้ชื่อว่าเป็นการหักกลบลบหนี้กัน ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 341 หาใช่เป็นการใช้ทรัพย์แทนเงินกู้ตามมาตรา 321 ไม่ ฉะนั้นจำเลยจึงนำพยานมาสืบตามข้อต่อสู้ได้ ไม่ใช่กรณีตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 653 วรรค 2.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 119/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การหักกลบลบหนี้กับการนำสืบพยาน: ปืนแลกเงินกู้
โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินกู้ ตามสัญญากู้เงินจำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ซื้อปืนพกจำเลยไป 1 กระบอกเป็นจำนวนเงินแน่นอนและว่าได้ตกลงกันหักกลบลบหนี้กันแล้วดังนี้ได้ชื่อว่าเป็นการหักกลบลบหนี้กัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 341 หาใช่เป็นการใช้ทรัพย์แทนเงินกู้ตามมาตรา 321 ไม่ฉะนั้นจำเลยจึงนำพยานมาสืบตามข้อต่อสู้ได้ ไม่ใช่กรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 653 วรรค 2
of 170