คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1902/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับชำระหนี้จากสินบริคณห์ของภริยา: สิทธิของเจ้าหนี้และขอบเขตการบังคับ
ตามมาตรา 41 หญิงมีสามีจะทำการผูกพันถึงสินบริคณห์ได้ก็แต่เฉพาะที่เป็นส่วนของตนเท่านั้น ฉะนั้นถ้าหนี้ที่หญิงมีสามีก่อขึ้น ไม่เป็นหนี้ร่วมตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482 แล้ว เจ้าหนี้ของหญิงมีสามีจะยึดสินบริคณห์มาชำระหนี้ตนไม่ได้ จำต้องร้องขอแยกสินบริคณห์ออกเป็นส่วนของหญิงมีสามีก่อน เพื่อเอาชำระหนี้แก่ตน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1868-1869/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับรองสำเนาเอกสารโดยกงสุลใหญ่ และการใช้เป็นพยานหลักฐานได้
สำเนารายงานของสารวัตรตรวจท่าเรือในต่างประเทศซึ่งรายงานว่ามีเรือลำใดเข้าออกท่าเมื่อใดบ้างนั้น เมื่อปรากฎว่าสำเนารายงานนั้นมีผู้รับรองว่าเป็นสำเนาอันถูกต้องทั้งกงศุลใหญ่ของไทยในเมืองต่างประเทศนั้น เป็นผู้นำส่งสำเนานั้นมาในทางราชการอันเป็นการรับรองอยู่ในตัวว่าเป็นสำเนาอันถูกต้องเช่นนั้ ย่อมฟังเป็นพยานหลักฐานได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 238

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1868-1869/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับรองสำเนาเอกสารโดยกงสุลใหญ่เป็นหลักฐานได้
สำเนารายงานของสารวัตรตรวจท่าเรือในต่างประเทศซึ่งรายงานว่ามีเรือลำใดเข้าออกท่าเมื่อใดบ้างนั้น เมื่อปรากฏว่าสำเนารายงานนั้นมีผู้รับรองว่าเป็นสำเนาอันถูกต้องทั้งกงสุลใหญ่ของไทยในเมืองต่างประเทศนั้น เป็นผู้นำส่งสำเนานั้นมาในทางราชการอันเป็นการรับรองอยู่ในตัวว่าเป็นสำเนาอันถูกต้องเช่นนี้ ย่อมฟังเป็นพยานหลักฐานได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 238

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1859/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษคดีหลังเมื่อมีโทษคดีก่อนรอการลงอาญา: มาตรา 72 และ 42 แก้ไขเพิ่มเติม
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา(ฉบับที่ 14)2494ซึ่งมีความตอนหนึ่งว่า "ให้....บวกโทษที่รอการลงอาญาไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง" นั้น ความตอนนี้ย่อมมีความมุ่งหมายเช่นเดียวกับมาตรา 42 ของเดิมนั้นเอง คือให้ลงโทษที่รอการลงอาญาไว้ในคดีก่อนเป็นโสดหนึ่งต่างหากจากโทษที่จำเลยจะต้องรับสำหรับความผิดครั้งหลัง
แต่ในเรื่องเพิ่มโทษตามมาตรา 72 นั้น ในกรณีรอการลงอาญา มาตรา 42 ที่แก้ไขใหม่ หาได้บัญญัติไว้เป็นพิเศษให้เพิ่มโทษได้ดุจมาตรา 42 ของเดิมไม่ฉะนั้นเมื่อโทษในคดีเดิมถูกรอการลงอาญาไว้ จำเลยจึงหาได้ถูกจำคุกและพ้นโทษจำคุกในคดีก่อนแล้วมากระทำผิดในคดีใหม่นี้อีกไม่ จึงจะเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 72 ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1816/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสละสิทธิในที่ดินจากการกู้ยืมเงิน: ประเด็นการยกนาพิพาทให้เป็นกรรมสิทธิ์และการไม่ขอไถ่คืน
โจทก์ฟ้องขอชำระหนี้ยึดถือทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้คืน จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ขึ้นเงินกู้แล้ว ทำสัญญายกนาพิพาทให้เป็นกรรมสิทธิของจำเลยแล้วไม่ขอไถ่ ดังนี้ประเด็นคงมีว่าโจทก์ให้จำเลยยึดถือนาพิพาทไว้แทนเป็นประกันเงินกู้ดังฟ้อง หรือว่าโจทก์ได้สละสิทธินาพิพาทให้จำเลยแล้วตามจำเลยต่อสู้เท่านั้น เมื่อคดีได้ความตามที่จำเลยต่อสู้ ศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้อง โดยถือว่าโจทก์นำสืบไม่ได้ตามประเด็นข้ออ้างที่ถือว่าเป็นสิทธิเรียกนาพิพาทคืนจากจำเลย ส่วนนาพิพาทจะเป็นของบิดาโจทก์หรือของใคร ไม่เป็นประเด็นสำคัญในคดีนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1816/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยึดนาเป็นประกันหนี้: สิทธิเรียกร้องคืนเมื่อสละสิทธิ
โจทก์ฟ้องขอชำระหนี้เงินกู้และขอนาที่ให้เจ้าหนี้ยึดถือทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้คืน จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ขึ้นเงินกู้แล้ว ทำสัญญายกนาพิพาทให้เป็นกรรมสิทธิของจำเลยแล้วไม่ขอไถ่ ดังนี้ประเด็นคงมีว่าโจทก์ให้จำเลยยึดถือนาพิพาทไว้แทนเป็นประกันเงินกู้ดังฟ้อง หรือว่าโจทก์ได้สละสิทธินาพิพาทให้จำเลยแล้วตามจำเลยต่อสู้เท่านั้นเมื่อคดีได้ความตามที่จำเลยต่อสู้ ศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้อง โดยถือว่าโจทก์นำสืบไม่ได้ตามประเด็นข้ออ้างที่ถือว่าเป็นสิทธิเรียกนาพิพาทคืนจากจำเลย ส่วนนาพิพาทจะเป็นของบิดาโจทก์หรือของใคร ไม่เป็นประเด็นสำคัญในคดีนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1808/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจกรรมการฟ้องคดี: ผู้แทนตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 75 ไม่ใช่ตัวแทนตามมาตรา 801
เมื่อข้อบังคับของบริษัทระบุให้อำนาจกรรมการ 2 คนทำนิติกรรมแทนบริษัทได้ ฉะนั้นกรรมการของบริษัท 2 คนจึงมีอำนาจเป็นผู้แทนบริษัทในการฟ้องคดีได้ และในกรณีเช่นนี้กรรมการ 2 คนนั้นได้ชื่อว่า ผู้แทนของบริษัทตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 75 หาใช่ตัวแทน ตามมาตรา 801 ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1808/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจกรรมการฟ้องคดี: ผู้แทน vs. ตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
เมื่อข้อบังคับของบริษัทระบุให้อำนาจกรรมการ 2 คนทำนิติกรรมแทนบริษัทได้ ฉะนั้นกรรมการของบริษัท 2 คนจึงมีอำนาจเป็นผู้แทนบริษัทในการฟ้องคดีได้ และในกรณีเช่นนี้กรรมการ2 คนนั้นได้ชื่อว่า ผู้แทน(REPRESENTATIVE)ของบริษัทตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 75 หาใช่ตัวแทน(AGENT)ตามมาตรา 801 ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1803/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวิวาททำร้ายร่างกายและการป้องกันตัวที่ไม่สมเหตุสมผล การใช้เงี่ยงปลากะเบนแทงจนถึงแก่ความตาย
ลูกจ้างกับนายจ้างวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันลูกจ้างตบตีนายจ้างลงไปนอนและขึ้นนั่งคร่อมทับไว้ บุตรชายและบุตรสาวของนายจ้างเข้าช่วยมารดา ลูกจ้างจึงได้หันเข้าทำร้ายบุตรสาวนายจ้างบาดเจ็บและชักเงี่ยงปลากะเบนที่ตนพกไว้ออกแทงบุตรชายนายจ้าง 1 ทีถึงแก่ความตายแม้ก่อนแทง บุตรชายนายจ้างจะได้บีบคอลูกจ้างจนติดกำแพงลูกจ้างจึงได้ชักเงี่ยงปลาที่พกไว้ออกมาแทงก็ดี ก็เป็นเรื่องการกระทำต่อสู้กันในการวิวาทลูกจ้างจะอ้างว่ากระทำไปโดยจำเป็นเพื่อป้องกันตัว ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1803/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อสู้ทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย จำเลยอ้างป้องกันตัวไม่ได้
ลูกจ้างกับนายจ้างวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ลูกจ้างตบตีนายจ้างลงไปนอนและขึ้นนั่งคร่อมทับไว้ บุตรชายและบุตรสาวของนายจ้างเข้าช่วยมารดา ลูกจ้างจึงได้หันเข้าทำร้ายบุตรสาวนายจ้างบาดเจ็บและชักเงี่ยงปลากะเบนที่ตนพกไว้ออกแทงบุตรชายนายจ้าง 1 ทีถึงแก่ความตาย แม้ก่อนแทง บุตรชายนายจ้างจะได้บีบคอลูกจ้างจนติดกำแพงลูกจ้างจึงได้ชักเงี่ยงปลาที่พกไว้ออกมาแทงก็ดี ก็เป็นเรื่องการกระทำต่อสู้กันในการวิวาท ลูกจ้างจะอ้างว่ากระทำไปโดยจำเป็นเพื่อป้องกันตัว ไม่ได้
of 170