พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 741/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องฉ้อโกงและเบิกความเท็จ: การบรรยายฟ้องต้องชัดเจนถึงเจตนาทุจริตและข้อเท็จจริงที่สำคัญ
ฟ้องบรรยายมีใจความว่าโจทก์ได้ทำหนังสือสัญญาจะขายนาให้จำเลย โดยโจทก์จำเลยคบคิดกันจะกันไม่ให้ทายาทอื่นฟ้องแบ่งเอานารายนี้จากโจทก์ต่อมาจำเลยกลับฟ้องโจทก์ ให้โอนนาให้จำเลยตามสัญญาที่ทำขึ้น แล้วจำเลยอ้างหนังสือนั้นเป็นพยานและเบิกความเท็จว่าได้จ่ายเงินให้โจทก์หมดแล้ว ไม่ได้หักไว้ 2000 บาทตามที่เป็นจริง ดังนี้ ยังไม่เป็นฟ้องอันจะเป็นผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 155 หรือ 304
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าโดยไม่ชอบ และการรบกวนสิทธิของผู้เช่าเดิม
จำเลยอยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ ภายหลังจำเลยไปบอกเจ้าของห้องเช่าว่า โจทก์โอนการเช่าห้องรายนี้ให้จำเลยแล้ว ซึ่งไม่ใช่ความจริง เจ้าของห้องจึงบอกเลิกการเช่ากับโจทก์ แล้วทำสัญญาให้จำเลยเช่าห้องนั้นต่อไป ดังนี้ ถือว่าเจ้าของห้องเช่าปฏิบัติผิดสัญญาเช่าที่ทำไว้กับโจทก์และการกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนรอนสิทธิของโจทก์ ๆจึงมีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับให้เจ้าของห้องปฏิบัติตามสัญญาต่อไปเสมือนว่าเจ้าของห้องไม่ได้บอกเลิกสัญญา และฟ้องจำเลยห้ามมิให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับห้องพิพาท ส่วนสัญญาเช่าห้องระหว่างจำเลยกับเจ้าของห้องนั้น ไม่มีผลกระทบกระเทือนสัญญเช่าของโจทก์กับเจ้าของห้อง จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องให้เพิกถอน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรบกวนสิทธิสัญญาเช่า: สิทธิของโจทก์ผู้เช่ายังคงอยู่ แม้มีการทำสัญญาเช่าใหม่กับผู้อื่น
จำเลยอยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ ภายหลังจำเลยไปบอกเจ้าของห้องเช่าว่า โจทก์โอนการเช่าห้องรายนี้ให้จำเลยแล้วซึ่งไม่ใช่ความจริง เจ้าของห้องจึงบอกเลิกการเช่ากับโจทก์แล้วทำสัญญาให้จำเลยเช่าห้องนั้นต่อไป ดังนี้ ถือว่าเจ้าของห้องเช่าปฏิบัติผิดสัญญาเช่าที่ทำไว้กับโจทก์และการกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนรอนสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับให้เจ้าของห้องปฏิบัติตามสัญญาต่อไปเสมือนว่าเจ้าของห้องไม่ได้บอกเลิกสัญญาและฟ้องจำเลยห้ามมิให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับห้องพิพาท ส่วนสัญญาเช่าห้องระหว่างจำเลยกับเจ้าของห้องนั้น ไม่มีผลกระทบกระเทือนสัญญาเช่าของโจทก์กับเจ้าของห้องจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องให้เพิกถอน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 661/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการครอบครองห้องเช่า: เกิดขึ้นเมื่อทำสัญญาเช่าเท่านั้น
ผู้เช่าไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ที่อยู่ในห้องเช่านั้นมาก่อนและไม่ยอมออก เมื่อผู้เช่าได้ทำสัญญาเช่าแล้ว
โจทก์อยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของพี่ชายจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ก่อนโจทก์ ภายหลังจำเลยเข้ามาอยู่ในห้องรายเดียวกันนี้แล้ว โจทก์จึงไปขอทำสัญญาเช่ากับเจ้าของห้องในนามของโจทก์เองดังนี้ สิทธิของโจทก์เพิ่งจะเกิดมีขึ้นได้ก็แต่สัญญาเช่านี้ ฉะนั้นโจทก์จะอ้างว่าได้ครอบครองห้องพิพาทมาก่อนจำเลยไม่ได้
โจทก์อยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของพี่ชายจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ก่อนโจทก์ ภายหลังจำเลยเข้ามาอยู่ในห้องรายเดียวกันนี้แล้ว โจทก์จึงไปขอทำสัญญาเช่ากับเจ้าของห้องในนามของโจทก์เองดังนี้ สิทธิของโจทก์เพิ่งจะเกิดมีขึ้นได้ก็แต่สัญญาเช่านี้ ฉะนั้นโจทก์จะอ้างว่าได้ครอบครองห้องพิพาทมาก่อนจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 661/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการฟ้องขับไล่ของผู้เช่าช่วง: สิทธิเกิดจากการทำสัญญาเช่าเท่านั้น ไม่ได้เกิดจากการครอบครองก่อน
ผู้เช่าไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ที่อยู่ในห้องเช่านั้นมาก่อนและไม่ยอมออก เมื่อผู้เช่าได้ทำสัญญาเช่าแล้ว
โจทก์อยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของพี่ชายจำเลย ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ก่อนโจทก์ ภายหลังจำเลยเข้ามาอยู่ในห้องรายเดียวกันนี้ แล้ว โจทก์จึงไปขอทำสัญญาเช่ากับเจ้าของห้องในนาทของโจทก์เองดังนี้ สิทธิของโจทก์เพิ่งจะเกิดมีขึ้นได้ก็แต่สัญญาเช่านี้ฉะนั้นโจทก์จะอ้างว่าได้ครอบครองห้องพิพาทมาก่อนจำเลยไม่ได้
โจทก์อยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของพี่ชายจำเลย ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ก่อนโจทก์ ภายหลังจำเลยเข้ามาอยู่ในห้องรายเดียวกันนี้ แล้ว โจทก์จึงไปขอทำสัญญาเช่ากับเจ้าของห้องในนาทของโจทก์เองดังนี้ สิทธิของโจทก์เพิ่งจะเกิดมีขึ้นได้ก็แต่สัญญาเช่านี้ฉะนั้นโจทก์จะอ้างว่าได้ครอบครองห้องพิพาทมาก่อนจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ป้องกันเกียรติยศเกินเหตุ: การทำร้ายร่างกายผู้ชู้
ใช้มีดฟันชายที่กำลังทำชู้กับภริยาตน แล้วยังไล่ติดตามฟันชายนั้นอีกจนชายนั้นถึงแก่ความตาย ดังนี้ ถือว่าเป็นการป้องกันเกียรติยศแต่ได้ทำไปเกินสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ป้องกันเกียรติยศเกินสมควร: การทำร้ายร่างกายชู้รักจนถึงแก่ความตาย
ใช้มีดฟันชายที่กำลังทำชู้กับภริยาตน แล้วยังไล่ติดตามฟันชายนั้นอีกจนชายนั้นถึงแก่ความตายดังนี้ ถือว่าเป็นการป้องกันเกียรติยศ แต่ได้ทำไปเกินสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจัดการมรดก: ผู้จัดการมรดกรายเดียว vs. ผู้จัดการมรดกหลายคน
ยายร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของหลาน มีย่าร้องคัดค้านเข้ามา เป็นกรณีพิพาทระหว่างยายกับย่าว่า ใครจะเป็นผู้สมควรจัดการมรดกของหลานนั้น เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาตั้งยายเป็นผู้จัดการคนเดียว แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ตั้งย่าเป็นผู้จัดการร่วมกับยายอีกคนหนึ่งด้วย ดังนี้ ผู้ร้องฎีกาในข้อเท็จจริงขอให้ศาลฎีกาตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการแต่คนเดียวได้ ไม่ต้องห้าม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจัดการมรดก: ข้อพิพาทระหว่างยายและย่า ผู้มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก
ยายร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของหลาน มีย่าร้องคัดค้านเข้ามาเป็นกรณีพิพาทระหว่างยายกับย่าว่า ใครจะเป็นผู้สมควรจัดการมรดกของหลานนั้น เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาตั้งยายเป็นผู้จัดการคนเดียว แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ตั้งย่าเป็นผู้จัดการร่วมกับยายอีกคนหนึ่งด้วย ดังนี้ ผู้ร้องฎีกาในข้อเท็จจริงขอให้ศาลฎีกาตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการแต่คนเดียว ได้ไม่ต้องห้าม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของพินัยกรรมตามกฎหมายลักษณะมรดกและการสงเคราะห์ผู้เขียนเป็นพยาน
พินัยกรรม์ทำก่อนใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำพินัยกรรม์พ.ศ.2475 และก่อนใช้ ป.ม.กฎหมายแพ่ง ฯ บรรพ 6 ต้องบังคับตาม ก.ม.ลักษณะมรดกบทที่ 49 ซึ่งกำหนดให้มีพยายผู้ลุกนั่งอย่างน้อย 3 คน
ในพินัยกรรม์มีพยานลงลายมือชื่อ 2 คน อีกคนหนึ่งพิมพ์นิ้วมือ แต่ไม่มีพยานรับรอง พยานที่พิมพ์นิ้วมือย่อมไม่อยู่ในฐานะเป็นพยานลุกนั่งตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 9 แต่เมื่อปรากฎว่ามีผู้เขียนลงชื่ออีกคนหนึ่งและเป็นผู้เขียนตามคำบอกของผู้ทำพินัยกรรม์และรู้เห็นขณะนั้นโดยตลอดเช่นนี้ ย่อมสงเคราะห์ผู้เขียนเป็นพยานผู้ลุกนั่งด้วยอีกคนหนึ่งได้พินัยกรรม์จึงมีพยาน 3 คนตามที่กฎหมายกำหนดไว้และย่อมสมบูรณ์
ในพินัยกรรม์มีพยานลงลายมือชื่อ 2 คน อีกคนหนึ่งพิมพ์นิ้วมือ แต่ไม่มีพยานรับรอง พยานที่พิมพ์นิ้วมือย่อมไม่อยู่ในฐานะเป็นพยานลุกนั่งตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 9 แต่เมื่อปรากฎว่ามีผู้เขียนลงชื่ออีกคนหนึ่งและเป็นผู้เขียนตามคำบอกของผู้ทำพินัยกรรม์และรู้เห็นขณะนั้นโดยตลอดเช่นนี้ ย่อมสงเคราะห์ผู้เขียนเป็นพยานผู้ลุกนั่งด้วยอีกคนหนึ่งได้พินัยกรรม์จึงมีพยาน 3 คนตามที่กฎหมายกำหนดไว้และย่อมสมบูรณ์