คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานพินัยกรรม: การสงเคราะห์ผู้เขียนเป็นพยานลุกนั่งได้ แม้พิมพ์นิ้วมือ
พินัยกรรมทำก่อนใช้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการทำพินัยกรรม พ.ศ.2475และก่อนใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ต้องบังคับตามกฎหมายลักษณะมรดก บทที่ 49 ซึ่งกำหนดให้มีพยานผู้ลุกนั่งอย่างน้อย 3 คน
ในพินัยกรรมมีพยานลงลายมือชื่อ 2 คน อีกคนหนึ่งพิมพ์นิ้วมือแต่ไม่มีพยานรับรอง พยานที่พิมพ์นิ้วมือย่อมไม่อยู่ในฐานะเป็นพยานลุกนั่งตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9 แต่เมื่อปรากฏว่ามีผู้เขียนลงชื่ออีกคนหนึ่งและเป็นผู้เขียนตามคำบอกของผู้ทำพินัยกรรมและรู้เห็นขณะนั้นโดยตลอดเช่นนี้ ย่อมสงเคราะห์ผู้เขียนเป็นพยานผู้ลุกนั่งด้วยอีกคนหนึ่งได้พินัยกรรมจึงมีพยาน 3 คนตามที่กฎหมายกำหนดไว้และย่อมสมบูรณ์
(อ้างฎีกาที่ 208/2487 ที่ 45/2465)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 595/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยื่นบัญชีระบุพยานเกินกำหนด: เหตุผลสมควรและความยุติธรรมในการสืบพยาน
ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานครั้งแรกหนึ่งวัน จำเลยยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยาน อ้างเหตุที่ไม่ยื่นภายในกำหนดแห่งกฎหมายว่าเนื่องจากการติดต่อกับพยานให้ครบตามความจำเป็นเพื่อความยุติธรรมไม่ได้และก็เพิ่งได้ครบ ดังนี้ ถ้าศาลเห็นว่ามีเหตุผลอันสมควรตามกฎหมายแล้วก็อาศัยอำนาจตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมให้สืบพยานจำเลยตามที่ระบุไว้นั้นได้
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้ออ้างของจำเลยที่ไม่ยื่นบัญชีระบุพยานภายในกำหนดนั้น ไม่เป็นเหตุอันสมควร จึงไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยาน ดังนี้ จำเลยย่อมฎีกาว่าข้ออ้างของจำเลยมีเหตุผลอันสมควรตามกฎหมายได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 595/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยื่นบัญชีระบุพยานล่าช้า: ศาลมีอำนาจสั่งสืบพยานเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม แม้ไม่ยื่นตามกำหนด
ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานครั้งแรกหนึ่งวัน จำเลยยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยาน อ้างเหตุที่ไม่ยื่นภายในกำหนดแห่ง ก.ม.ว่าเนื่องจากการติดต่อกับพยานให้ครบตามความจำเป็นเพื่อความยุติธรรมไม่ได้และก็เพิ่งได้ครบ ดังนี้ ถ้าศาลเห็นว่ามีเหตุผลอันสมควรตาม ก.ม.แล้วก็อาศัยอำนาจตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 87 เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมให้สืบพยานจำเลยตามที่ระบุไว้นั้นได้
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้ออ้างของจำเลยที่ไม่ยื่นบัญชีระบุพยานภายในกำหนดนั้น ไม่เป็นเหตุอันสมควร จึงไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยาน ดังนี้ จำเลยย่อมฎีกาว่าข้ออ้างของจำเลยมีเหตุผลอันสมควรตาม ก.ม.ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ บาดเจ็บสาหัสจากการถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีคม ส่งผลให้กล้ามเนื้อคอตึงและพิการถาวร
บาดแผลถูกฟันที่ก้านคอหลังแถบซ้ายลึกตัดเนื้อกล้ามในการเย็บแผลต้องตัดเนื้อกล้ามที่กะรุ่งกะริ่งทิ้งเสียบ้าง เมื่อหายแล้วจึงทำให้กล้ามเนื้อส่วนนี้ตึง จะเอี้ยวคอไปทางซ้ายไม่ได้ต้องหันทั้งตัว ส่วนทางขวาเอี้ยวไปได้นิดหน่อยการเอี้ยวไม่ได้นี้ จะพิการไปตลอดชีวิต ดังนี้ ได้ชื่อว่าบาดเจ็บสาหัสตามมาตรา 256 ข้อ 7
ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 8 เดือน ตาม มาตรา254 ศาลอุทธรณ์แก้เป็นโทษจำคุก 3 ปี ตามมาตรา 256 เป็นแก้มากฎีกาข้อเท็จจริงได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ บาดเจ็บสาหัสจากการถูกฟันคอ ทำให้พิการตลอดชีวิต ถือเป็นความผิดตามมาตรา 256
บาดแผลถูกฟันที่ก้านคอหลังแถบซ้ายลึกตัดเนื้อกล้ามในการเย็บแผลต้องตัดเนื้อกล้ามที่กะรุ่งกะริ่งทิ้งเสียบ้าง เมื่อหายแล้วจึงทำให้กล้ามเนื้อส่วนนี้ดึ จะเอี้ยวคอไปทางซ้ายไม่ได้ต้องหันทั้งตัว ส่วนทางขวาเอี้ยไปได้นิดหน่อย การเอี้ยวไม่ได้นี้ จะพิการไปตลอดชีวิต ดังนี้ ได้ชื่อว่าบาดเจ็บสาหัสตามมาตรา 256 ข้อ 7
ศาลชั้นต้นลงโทษ+ ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุก 3 ปี ตามมาตรา 256 เป็นแก้มาก +ข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทิ้งฟ้องอุทธรณ์: ผลคือศาลสั่งจำหน่ายคดี
จำเลยยื่นอุทธรณ์คัดค้านสั่งของศาลชั้นต้นในท้ายอุทธรณ์ จำเลยแถลงว่าจำเลยฟังคำสั่งศาลอยู่แล้วในวันที่ก็ไม่ฟังก็ให้ถือว่าจำเลยได้ตามคำสั่งศาลแล้ว ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของจำเลย และให้จัดการส่งสำเนาให้โจทก์กำหนด 15 วัน ครั้นพ้นกำหนด 15 วันแล้วจำเลยก็หาได้จัดการนำส่งสำเนาแต่ประการใดไม่ ดังนี้ต้องถือว่าผู้อุทธรณ์ยังฟ้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมสั่งจำหน่ายฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยได้+

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทิ้งฟ้องอุทธรณ์เนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล การจำหน่ายคดี
จำเลยยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นในท้ายอุทธรณ์
จำเลยแถลงว่าจำเลยรอฟังคำสั่งศาลอยู่แล้วในวันนี้ถ้าไม่ฟังก็ให้ถือว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งศาลแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยและสั่งให้จัดการส่งสำเนาให้โจทก์ในกำหนด 15 วัน ครั้นพ้นกำหนด 15 วันแล้วจำเลยก็หาได้จัดการนำส่งสำเนาแต่ประการใดไม่ ดังนี้ ต้องถือว่าผู้อุทธรณ์ทิ้งฟ้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมสั่งจำหน่ายฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยได้
ศาลอุทธรณ์สั่งจำหน่ายคดีของจำเลยโดยถือว่าจำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ จำเลยฎีกาได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาไม่ครบ คดีถูกยก เหตุจำเลยเพิกเฉย
ในกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา แต่ปรากฎว่า ผู้ฎีกาเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาขาด ศาลฎีกาจึงสั่งให้เรียกค่าขึ้นศาลให้ครบนั้น เมื่อจำเลยไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียมที่ขาดโดยเพิกเฉยเสีย ศาลฎีกาก็พิพากษาให้ยกฎีกานั้นเสียและให้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาเป็นพับไปได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สถานที่เกิดเหตุไม่ชัดเจน แต่จำเลยไม่คัดค้าน ฟังได้ว่าเกิดในเขตอำนาจศาล
ฟ้องระบุว่า เหตุเกิดที่ตำบลจอมพระ โจทก์นำสืบได้ความว่าเหตุเกิดที่หนองบ้านขวาวแต่ไม่ได้ความชัดแจ้งว่าหนองบ้านขวาวนี้ขึ้นอยู่ในท้องที่ตำบลและอำเภอใดและจำเลยมิได้คัดค้าน หรือสืบหักล้างว่าเป็นคนละตำบลกับที่โจทก์ฟ้องแล้ว ย่อมฟังลงโทษจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 567/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเป็นเหตุให้ยกฎีกา
ในกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา แต่ปรากฏว่า ผู้ฎีกาเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาขาด ศาลฎีกาจึงสั่งให้เรียกค่าขึ้นศาลให้ครบนั้น เมื่อจำเลยไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียมที่ขาดโดยเพิกเฉยเสีย ศาลฎีกาก็พิพากษาให้ยกฎีกานั้นเสียและให้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาเป็นพับไปได้
of 170