คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 567/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สถานที่เกิดเหตุไม่ชัดเจน แต่จำเลยไม่คัดค้าน ศาลลงโทษได้
ฟ้องระบุว่า เหตุเกิดที่ตำบล+อมพระ โจทก์นำสืบได้ความว่าเหตุเกิดที่หนองบ้านขวาวแต่ไม่ได้ความชัดแจ้งว่าหนองบ้านขวาวนี้ขึ้นอยู่ในห้องที่ตำบลและอำเภอใดและจำเลยมิได้คัดค้าน หรือสืบหักล้างว่าเป็นคนละตำบลกับที่โจทก์ฟ้องแล้ว ย่อมฟังลงโทษจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเลิกสัญญาและการเรียกร้องค่าเสียหาย เมื่อคู่สัญญาผิดนัด สิทธิในการบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญาจะไม่มีอีก
สิทธิของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะบังคับเอาแก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งในกรณีที่มีการผิดนัดไม่ชำระหนี้เกิดขึ้นนั้น ย่อมมีอยู่ 2 ประการ คือการบังคับให้คู่สัญญาปฏิบัติการชำระหนี้ตามมูลหนี้นั้นประการหนึ่ง กับการเรียกร้องให้ได้กลับคืนสู่ฐานะเดิมรวมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายอีกประการหนึ่ง และในกรณีที่ฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา สิทธิของอีกฝ่ายหนึ่งมีอีกประการหนึ่ง คือเมื่อไม่ต้องการให้สัญญานั้นผูกพันกันต่อไป ก็คือสิทธิเลิกสัญญาตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 387-388 ซึ่งเมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้วผลก็มีแต่ทางเดียวคือคู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะได้กลับคืนสู่ฐานเดิมแต่หากระทบกระทั่งถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายไม่ตามมาตรา 391 ผู้จะขายที่ดินผิดสัญญาผู้จะซื้อจึงบอกเลิกสัญญาและให้ผู้จะขายคืนมัดจำกับใช้เบี้ยปรับนั้น ผู้จะซื้อก็คงมีแต่สิทธิกลับคืนสู่ฐานะเดิมและเรียกค่าเสียหายเท่านั้น จะขอให้บังคับให้โอนที่ดินแก่ตนอีกไม่ได้ เพราะได้บอกเลิกสัญญาแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเมื่อผิดสัญญา: เลิกสัญญา vs. บังคับชำระหนี้/เรียกค่าเสียหาย
สิทธิของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะบังคับเอาแก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งในกรณีที่มีการผิดนัดไม่ชำระหนี้เกิดขึ้นนั้น ย่อมมีอยู่ 2 ประการ คือการบังคับให้คู่สัญญาปฏิบัติการชำระหนี้ตามมูลหนี้นั้นประการหนึ่ง กับการเรียกร้องให้ได้กลับคืนสู่ฐานะเดิมรวมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายอีกประการหนึ่ง และในกรณีที่ฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา สิทธิของอีกฝ่ายหนึ่งมีอีกประการหนึ่งคือเมื่อไม่ต้องการให้สัญญานั้นผูกพันกันต่อไปก็คือสิทธิเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387-388 ซึ่งเมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้วผลก็มีแต่ทางเดียวคือคู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะได้กลับคืนสู่ฐานะเดิม แต่หากกระทบกระทั่งถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายไม่ตามมาตรา 391 ผู้จะขายที่ดินผิดสัญญาผู้จะซื้อจึงบอกเลิกสัญญาและให้ผู้จะขายคืนมัดจำกับใช้เบี้ยปรับนั้น ผู้จะซื้อก็คงมีแต่สิทธิกลับคืนสู่ฐานะเดิมและเรียกค่าเสียหายเท่านั้น จะขอให้บังคับให้โอนที่ดินแก่ตนอีกไม่ได้ เพราะได้บอกเลิกสัญญาแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเผากอไผ่โดยประมาทเลินเล่อและผลกระทบต่อทรัพย์สินผู้อื่น
จำเลยจุดเผากอไผ่ของจำเลยในขณะที่มีลมแต่เพียงเล็กน้อยตามธรรมดาของฤดูกาลในเวลานั้น ภายหลังเกิดมีลมกล้าขึ้นมา พัดพาเอาลูกไฟปลิวไปไหม้บ้านเรือนผู้อื่น ซึ่งอยู่ห่างออกไปถึง 5 เส้น โดยจำเลยไม่อาจคาดคิดเห็นได้เลยในขณะที่จำเลยจุดเผากอไผ่นั้น จะถือว่าจำเลยจุดเผากอไผ่โดยลักษณะอันน่ากลัวว่าจะเป็นอันตรายแก่ผู้คนหรือทรัพย์ของผู้อื่นอันเป็นผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 187 ยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเผากอไผ่โดยประมาทเลินเล่อ ไม่เข้าข่ายความผิดมาตรา 187 เหตุผลคือลมแรงเกินคาด
จำเลยจุดเผากอไผ่ของจำเลยในขณะที่มีลมแต่เพียงเล็กน้อยตามธรรมดาของฤดูศาลในเวลานั้น ภายหลังเกิดมีลมกล้าขึ้นมา พัดพาเอาลูกไฟปลิวไปไหม้บ้านเรือนอื่นซึ่งอยู่ห่างออกไปถึง 5 เส้น โดยจำเลยไม่อาจคาดคิดเห็นได้ เลยในขณะที่จำเลย+เผากอไผ่นั้น จะถือว่าจำเลยจุดเผากอไผ่โดยลักษณะอันน่ากลัวว่าจะเป็นอันตรายแก่ผู้คนหรือทรัพย์ของผู้อื่นอันเป็นผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 187 ยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีใหม่เพื่อแสดงสิทธิในที่ดินและการขับไล่ เมื่อคดีเดิมยังไม่วินิจฉัยถึงสิทธิในที่ดิน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่านาโจทก์แล้วไม่ชำระค่าเช่าจึงขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเช่า ให้เลิกการเช่าและให้จำเลยออกจากที่ จำเลยต่อสู้ว่าเป็นที่ของจำเลย ศาลพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าการเช่าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จะฟ้องเรียกค่าเช่าไม่ได้ ส่วนคำขอข้ออื่นโจทก์ไม่ได้ขอให้ศาลแสดงว่าที่รายนี้เป็นของโจทก์ปัญหาว่า นารายนี้เป็นของใคร จึงไม่มีประเด็นถึง
โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีใหม่ขอให้ศาลแสดงว่า ที่รายนี้เป็นของโจทก์และให้ขับไล่จำเลย จำเลยคงต่อสู้เช่นคดีเดิม ดังนี้ ตามมูลคดีมีประเด็นว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือมิใช่ ซึ่งประเด็นข้อนี้ตามสำนวนคดีก่อนศาลยังมิได้วินิจฉัยเลย โจทก์ย่อมฟ้องคดีใหม่ดังกล่าวได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีใหม่เมื่อคดีก่อนยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นสำคัญ ไม่ถือเป็นฟ้องซ้ำ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่านาโจทก์แล้วไม่ชำระค่าเช่า จึงขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเช่า ให้เลิกการเช่าและให้จำเลยออกจากที่ จำเลยต่อสู้ว่าเป็นที่ของจำเลย ศาลพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยการเช่าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จะฟ้องเรียกค่าเช่าไม่ได้ ส่วนคำขอข้ออื่น โจทก์ไม่ได้ขอให้ศาลแสดงว่าที่รายนี้เป็นของโจทก์ ปัญหาว่า นารายนี้เป็นของใคร จึงไม่มีประเด็นถึง
โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีใหม่ขอให้ศาลแสดงว่า ที่รายนี้เป็นของโจทก์และให้ขับไล่จำเลย ๆคงต่อสู้เช่นคดีเดิม ดังนี้ตามมูลคดีมีประเด็นว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือมิใช่ ซึ่งประเด็นข้อนี้ตามสำนวนคดีก่อน ศาลยังมิได้วินิจฉัยเลย โจทก์ย่อมฟ้องคดีใหม่ดังกล่าวได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดสมคบกันขู่เข็ญขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา119, 120 โดยบรรยายถึงการกระทำของจำเลยมีใจความว่า 'จำเลยสมคบกันใช้วาจาขู่เข็ญว่าจะทำร้ายนายประทวนปลัดอำเภอ โดยประสงค์จะขัดขวางไม่ให้นายประทวนทำการรังวัดที่ดินตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมาย' แล้วบรรยายข้อเท็จจริงประกอบนั้น การกระทำเช่นนี้ ย่อมเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 120 เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องแล้ว ศาลก็พิพากษาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดต่อเจ้าพนักงาน: การขู่เข็ญขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 119,120 โดยบรรยายถึงการกระทำของจำเลยมีใจความว่า "จำเลยสมคบกันใช้วาจาขู่เข็ญว่าจะทำร้ายนายประทวนปลัดอำเภอ โดยประสงค์จะขัดขวางไม่ให้นายประทวนทำการรังวัดที่ดินตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมาย " แล้วบรรยายข้อเท็จจริงประกอบนั้น การกระทำเช่นนี้ ย่อมเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา120 เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องแล้ว ศาลก็พิพากษาได้ตามป.ม.วิ.อาญามาตรา 176

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 508/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแสดงสุราแม่โขงเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต: ความผิดตาม พ.ร.บ.สุรา แต่ไม่ริบสุรา
นำสุราแม่โขงออกแสดงเพื่อขายโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานสรรพสามิตย่อมเป็นการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติสุรา 2493มาตรา 17 แต่สุราแม่โขงที่นำออกแสดงเพื่อขายนั้นตามมาตรา 45 มิได้บัญญัติให้ริบ
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4/2494)
of 170