คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 446/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าเสียหายจากการบุกรุกทำลายทรัพย์สิน: การคิดค่าเสียหายรายวันและดอกเบี้ยตามกฎหมาย
ทำละเมิดเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นนั้น ผู้ทำละเมิดต้องใช้ค่าเสียหายและดอกเบี้ยในจำนวนเงินค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่ง ฯ มาตรา 440 ด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 390/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลบังคับตามสัญญาประกัน – ผ่อนผันลดหย่อนได้เมื่อมีเหตุสมควร
ในกรณีผิดสัญญาประกันประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา119 บัญญัติไว้ให้ศาลมีคำสั่งบังคับได้ตามสัญญาประกันตามที่เห็นสมควรโดยมิต้องฟ้อง จึงเป็นอำนาจศาลที่จะผ่อนผันลดหย่อนได้ในเวลาใดๆ ที่หนี้นั้นยังมิได้บังคับชำระเสร็จสิ้นได้เมื่อมีเหตุอันสมควร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 390/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการผ่อนผันค่าปรับตามสัญญาประกันตัว และสิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีผิดสัญญาประกัน ป.ม.วิ.อาญามาตรา 119 บัญญัติไว้ให้ศาลมีคำสั่งบังคับได้ตามสัญญาประกัน ตามที่เห็นสมควรโดยมิต้องฟ้อง จึงเป็นอำนาจศาลที่จะผ่อนผันลดหย่อนได้ในเวลาใด ๆ ที่หนี้นั้นยังมิได้บังคับชำระเสร็จสิ้นได้เมื่อมีเหตุอันสมควร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 389/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าฤชาธรรมเนียมค้างชำระ ศาลอุทธรณ์ไม่ยกฟ้อง แต่สั่งให้ชำระเพิ่มได้
ในกรณีที่คู่ความดำเนินคดีในชั้นศาลชั้นต้น มาโดยเสียค่าฤชาธรรมเนียมไม่ถูกต้อง ตามกฎหมาย แต่ทั้งนี้เป็นเพราะศาลชั้นต้นไม่เรียกเก็บเสียให้ถูกเองมิใช่ว่าเรียกแล้ว คู่ความฝ่ายนั้นไม่ยอมปฏิบัติตาม ครั้นเมื่อมีการอุทธรณ์ ก็มิได้เสียค่าฤชาธรรมเนียมมาให้ถูกต้องอีกดังนี้ ศาลอุทธรณ์จะยกเอาเหตุที่มิได้เสียค่าฤชาธรรมเนียมให้ถูกต้องตามกฎหมายมาเป็นเหตุให้ยกคำฟ้อง หรือคำร้องนั้นเสียไม่ได้ เมื่อเห็นว่าผู้อุทธรณ์ควรจะเสียเพิ่มขึ้นประการใดก็ชอบที่จะสั่งให้ผู้อุทธรณ์เสียให้ถูกต้อง เมื่อผู้อุทธรณ์ปฏิบัติตามแล้ว ก็ควรจะได้วินิจฉัยปัญหาในท้องสำนวนต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 389/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าฤชาธรรมเนียมศาล: ศาลอุทธรณ์มิอาจยกฟ้องหากมิได้เรียกเก็บเอง ผู้ร้องปฏิบัติตามคำสั่งได้
ในกรณีที่คู่ความดำเนินคดีในชั้นศาลชั้นต้น มาโดยเสียค่าฤชาธรรมเนียมไม่ถูกต้อง ตามกฎหมาย แต่ทั้งนี้เป็นเพราะศาลชั้นต้นไม่เรียกเก็บเสียให้ถูกเอง มิใช่ว่าเรียกแล้ว คู่ความฝ่ายนั้นไม่ยอมปฏิบัติตามครั้นเมื่อมีการอุทธรณ์ ก็มิได้เสียค่าฤชาธรรมเนียมมาให้ถูกต้องอีก ดังนี้ ศาลอุทธรณ์จะยกเอาเหตุที่มิได้เสียค่าฤชาธรรมเนียมให้ถูกต้องตาม ก.ม.มาเป็นเหตุให้ยกคำฟ้อง หรือคำร้องนั้นเสียไม่ได้ เมื่อเห็นว่าผู้อุทธรณ์ควรจะเสียเพิ่มขึ้นประการใดก็ชอบที่จะสั่งให้ผู้อุทธรณ์เสียให้ถูกต้อง เมื่อผู้อุทธรณ์ปฏิบัติตามแล้ว ก็ควรจะได้วินิจฉัยปัญหาในท้องสำนวนต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจสั่งการปากเปล่าของประธานกรรมการผูกพันบริษัท แม้ไม่มีลายลักษณ์อักษร
แม้ข้อบังคับของบริษัทจะมีความว่า 'ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้จัดการคนใดคนหนึ่งหรือกรรมการอื่นร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทในเอกสาร ตราสาร หรือหนังสือสำคัญได้'ประธานกรรมการก็มีอำนาจสั่งปากเปล่า (ไม่ใช่การเซ็นชื่อ) ให้ทำกิจการของบริษัทโดยตรงได้ เมื่อไม่ปรากฏว่าการสั่งในกรณีเช่นนั้นอยู่ในอำนาจของผู้ใดเป็นพิเศษ และต้องถือว่ามีผลผูกพันบริษัท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจประธานกรรมการสั่งการและผลผูกพันบริษัท แม้เป็นการสั่งปากเปล่า
แม้ข้อบังคับของบริษัทจะมีความว่า "ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้จัดการคนใดคนหนึ่งหรือกรรมการอื่นร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทในเอกสาร ตราสาร หรือหนังสือสำคัญได้ " ประธานกรรมการก็มีอำนาจสั่งปากเปล่า (ไม่ใช่การเซ็นชื่อ) ให้ทำกิจการของบริษัทโดยตรงได้เมื่อไม่ปรากฎว่าการสั่งในกรณีเช่นนั้นอยู่ในอำนาจของผู้ใดเป็นพิเศษ และต้องถือว่ามีผลผูกพันบริษัท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในสินสอดและค่าใช้จ่ายแต่งงานเมื่อไม่ได้จดทะเบียนสมรส
ชายหญิงสมรสกันโดยไม่สนใจเรื่องจดทะเบียนสมรสชายจะฟ้องเรียกสินสอดของหมั้นคืนไม่ได้ เพราะฝ่ายชายสืบไม่สมฟ้องว่า หญิงผิดสัญญาไม่ยอมจดทะเบียนสมรสด้วย (ฎีกาที่ 659/2487) และจะเรียกค่าใช้จ่ายในการเตรียมการสมรสตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1439(2)ก็ไม่ได้ เพราะหญิงมิได้กระทำผิดสัญญาหมั้น
ส่วนเงินกองทุนที่ชายเอามากองทุนในการแต่งงานนั้นยังคงเป็นทรัพย์สินของชาย เมื่อไม่มีข้อสัญญาผูกพันให้หญิงยึดเอาไว้ได้ ชายก็มีสิทธิเรียกคืนได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การหมั้นและการแต่งงานไม่จดทะเบียน: สิทธิในการเรียกคืนสินสอดและเงินกองทุน
ชายหญิงสมรสกันโดยไม่สนใจเรื่องจดทะเบียนสมรสชายจะฟ้องเรียกสินสอดของหมั้นคืนไม่ได้ เพราะฝ่ายชายสืบไม่สมฟ้องว่า หญิงผิดสัญญาไม่ยอมจดทะเบียนสมรสด้วย (ฎีกาที่ 659/2487) และจะเรียกค่าใช้จ่ายในการเตรียมการสมรสตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 1439 (2) ก็ไม่ได้ เพราะหญิงมิได้กระทำผิดสัญญาหมั้น
ส่วนเงินกองทุนที่ชายเอามากองทุนในการแต่งงานนั้น ยังคงเป็นทรัพย์สินของชาย เมื่อไม่ข้อสัญญาผูกพันให้หญิงยึดเอาไว้ได้ ชายก็มีสิทธิเรียกคืนได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยักย้ายข้าวสารออกจากสถานที่เก็บตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว ถือเป็นความผิดสำเร็จและต้องริบข้าว
ทำสัญญาซื้อข้าวกัน 1000 กระสอบ แล้วส่งคนเอาเรือเอี้ยมจัดการขนข้าวจากโกดังที่บรรทุกลงเรือพอบรรทุกลงได้ 716 กระสอบ ก็ถูกจับต้องฟังว่า จำเลยได้ยักข้าว 716 กระสอบจากที่เก็บ ฝ่าฝินประกาศคณะการปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว 2489 ซึ่งห้ามมิให้ผู้ใดยักย้ายข้าวจากสถาน ฯลฯ เป็นความผิดสำเร็จตาม พ.ร.บ.การค้าข้าวตามมาตรา 17 ซึ่งได้แก้ไขเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ.2489 ว่า 10 ข้าว 716 กระสอบซ้ายแล้ว ก็ตกเป็นข้าวที่ซึ่งต่อเนื่องกับความผิด ซึ่งตามมาตรา 21 ทวิ บัญญัติให้ริบเสีย.
of 170