คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,694 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1657/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยึดถือทรัพย์ยังไม่ขาดพ้น การเก็บทรัพย์ที่ตกหล่นถือเป็นลักทรัพย์
เก็บสร้อยคอซึ่งจำเลยก็น่าจะรู้ว่าเป็นของที่เจ้าของเพิ่งทำตกที่ถนน และเจ้าของก็ยังอยู่ในบริเวณนั้น ถ้าไม่หยิบเอาไปเสียเจ้าของก็คงหาพบ เช่นนี้ถือว่าความยึดถือของเจ้าของทรัพย์ยังไม่ขาดพ้นไป ผู้เก็บเอาไปต้องผิดฐานลักทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1656/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอยู่อาศัยเกินสิทธิในทรัพย์ของผู้อื่น แม้เริ่มแรกไม่ผิด แต่เมื่อเจ้าของไม่ยินยอมแล้วถือเป็นการละเมิด
การเข้าไปอยู่ในห้องของเขา แม้ในชั้นต้นจะมิใช่เป็นการละเมิด แต่เมื่อเจ้าของเขาไม่ประสงค์จะให้อาศัยอยู่ต่อไป และบอกให้ออกไปแล้ว ยังขืนอยู่ดังนี้ ย่อมเป็นการละเมิดต่อเจ้าของ
เจ้าของห้องทำสัญญาให้ผู้เช่า เช่าห้องไปแล้ว แต่ปรากฎว่ามีคนอื่นเข้าอาศัยอยู่ในห้องนั้น เจ้าของบอกให้ออกไปจากห้อง ผู้นั้นก็ไม่ยอมออก ดังนี้ย่อมถือว่าผู้นั้นละเมิด และเป็นเหตุให้เจ้าของส่งมอบห้องให้ผู้เช่าไม่ได้ เจ้าของห้องมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้นั้นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1656/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบุกรุกเคหะสถาน แม้ได้รับอนุญาตเบื้องต้น หากเจ้าของไม่อนุญาตต่อ ย่อมเป็นการละเมิด
การเข้าไปอยู่ในห้องของเขา แม้ในชั้นต้นจะมิใช่เป็นการละเมิด แต่เมื่อเจ้าของเขาไม่ประสงค์จะให้อาศัยอยู่ต่อไป และบอกให้ออกไปแล้ว ยังขืนอยู่ดังนี้ ย่อมเป็นการละเมิดต่อเจ้าของ
เจ้าของห้องทำสัญญาให้ผู้เช่า เช่าห้องไปแล้ว แต่ปรากฏว่ามีคนอื่นเข้าอาศัยอยู่ในห้องนั้น เจ้าของบอกให้ออกไปจากห้อง ผู้นั้นก็ไม่ยอมออก ดังนี้ ย่อมถือว่าผู้นั้นละเมิด และเป็นเหตุให้เจ้าของส่งมอบห้องให้ผู้เช่าไม่ได้ เจ้าของห้องมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้นั้นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1618-1619/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาที่ไม่รับฟังข้อโต้แย้งเรื่องข้อเท็จจริง เนื่องจากศาลชั้นต้นและอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงเดิม
แม้ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์จะฟังข้อเท็จจริงต่างกัน แต่ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์ก็คงพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงนั่นเองนั้น โจทก์จะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องห้ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 และจำเลยจะฎีกาขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงอีกก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1618-1619/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อจำกัดการฎีกาในคดีอาญาเมื่อศาลชั้นต้นและอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงเดียวกัน
แม้ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์จะฟังข้อเท็จจริงต่างกัน แต่ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์ก็คงพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงนั่นเองนั้นโจทก์จะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องห้าม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 219 และจำเลยจะฎีกาขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงอีกก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1572/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันทรัพย์สิน: การใช้กำลังพอสมควรแก่เหตุในการเผชิญหน้ากับผู้ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
คนร้ายเข้าไปลักแตงในไร่จำเลยถึง 3 คน ในเวลาค่ำมืดแล้ว คนร้ายคนหนึ่งก็มีมีดติดตัวอยู่ด้วย จำเลยได้ใช้มีดฟันคนร้ายไปโดยหาได้รู้ว่าผู้ร้ายเป็นใครไม่ ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำลงไปในขณะเผชิญภัยโดยประจันหน้ากับผู้ร้ายถึง 3 คน ซึ่งกำลังลักทรัพย์ของจำเลยอยู่ในที่มืดเช่นนี้ เป็นการกระทำพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1572/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันทรัพย์สิน: การใช้กำลังสกัดผู้ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและเผชิญหน้ากับผู้กระทำผิดหลายคน ถือเป็นการกระทำพอสมควรแก่เหตุ
คนร้ายเข้าไปลักแตงในไร่จำเลยถึง 3 คน ในเวลาค่ำมืดแล้ว คนร้ายคนหนึ่งมีมีดติดตัวอยู่ด้วยจำเลยได้ใช้มีฟันคนร้ายไปโดยหาได้รู้ว่าผู้ร้ายเป็นใครไม่ ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำลงไปในขณะเผชิญภัยโดยประจันหน้ากับผู้ร้ายถึง 3 คน ซึ่งกำลังลักทรัพย์ของจำเลยอยู่ในที่มืดเช่นนี้ เป็นการกระทำพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1571/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ วิวาททำร้ายร่างกายถึงแก่ความตาย: ลงโทษฐานทำร้ายได้ แม้ไม่สามารถระบุตัวผู้ลงมือ
อัยการโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยฆ่าคนตายโดยเจตนา ถ้าทางพิจารณาได้ความว่าเป็นเรื่องวิวาทที่ไม่รู้ว่าใครทำใครแล้ว ศาลก็ต้องยกฟ้อง แต่ถ้าปรากฏว่าในกรณีวิวาทนั้น จำเลยเป็นผู้ทำร้ายผู้ตายมีบาดเจ็บ อันเป็นความผิดส่วนหนึ่งในข้อหาแล้ว ศาลก็ย่อมลงโทษจำเลยฐานทำร้ายผู้ตายถึงบาดเจ็บตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254 ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1571/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ วิวาททำให้ถึงแก่ความตาย: ศาลลงโทษฐานทำร้ายร่างกายได้ แม้ฟ้องฆ่า
อัยการโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยฆ่าคนตายโดยเจตนาถ้าทางพิจารณาได้ความว่าเป็นเรื่องวิวาทที่ไม่รู้ว่าใครทำใครแล้ว ศาลก็ต้องยกฟ้องแต่ถ้าปรากฎว่าในกรณีวิวาทนั้นจำเลยเป็นผู้ทำร้ายผู้ตายมีบาดเจ็บ อันเป็นความผิดส่วนหนึ่งในข้อหาแล้ว ศาลก็ย่อมลงโทษจำเลยฐานทำร้ายผู้ตายถึงบาดเจ็บตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 254 ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1565/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายที่ดินโดยเจตนาฉ้อโกง ผู้ซื้อรายแรกมีสิทธิฟ้องเพิกถอนนิติกรรมและการเรียกร้องค่าเสียหาย
สัญญาจะขายที่ดินแก่เขาแล้ว กลับเอาไปขายแก่คนอื่นเสีย เมื่อปรากฏว่า คนซื้อภายหลังนี้ทราบอยู่ก่อนแล้วว่าผู้ขายได้ตกลงจะขายที่นี้แก่ผู้ซื้อคนแรก ทั้งตนเองก็ยังได้เคยขอซื้อต่อจากเขา แต่เขาไม่ขายให้เช่นนี้ ดังนี้ย่อมฟังได้ว่าการซื้อขายรายหลังนี้ เป็นการสมยอมเพื่อฉ้อโกงผู้ซื้อ ผู้ซื้อย่อมฟ้องให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนนี้ และบังคับให้ผู้ขายโอนขายที่นี้แก่เขา กับให้ผู้ซื้อรายหลังใช้ค่าเสียหายแก่เขาอีกได้
of 170