คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ดุลยการณ์โกวิท

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,606 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1409/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำสั่งห้ามทำประโยชน์ในที่สาธารณะ: ความชอบด้วยกฎหมายและการฝ่าฝืน
นายอำเภอได้ประกาศและมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดทำนาหรือทำประโยชน์ใดรุกล้ำเข้าไปในเขตบึงแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่สาธารณะประโยชน์และหวงห้ามรักษาพืชพันธุ์สัตว์น้ำนั้น ถือว่าเป็นคำสั่ง อันชอบด้วยกฎหมายตามความในพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 122 ผู้ใดฝ่าฝืนย่อมเป็นผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 334(2)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1409/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจเจ้าพนักงานในการห้ามใช้ประโยชน์ที่สาธารณะประโยชน์ และความผิดฐานขัดคำสั่ง
นายอำเภอได้ประกาศและมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดทำนาหรือทำประโยชน์ใดรุกล้ำเข้าไปในเขตบึงแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่สาธารณะประโยชน์และหวงห้ามรักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำนั้น ถือว่าเป็นคำสั่ง อันชอบด้วยกฎหมายตามความใน พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ 2457 มาตรา 122 ผู้ใดฝ่าฝืนย่อมเป็นผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 334 (2)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1407/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผลของคำพิพากษาต่อบุคคลภายนอก: สิทธิในที่ดินที่พิพาทจากการสมยอมทำสัญญา
จำเลย 2 คนสมคบกันเอาที่ดินของโจทก์ไปทำสัญญาปรานีประนอมยอมความกันในศาล จนศาลพิพากษาไปตามยอมแล้วนั้น
โจทก์ผู้เป็นเจ้าของ ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้ง 2 ขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินพิพาทนั้นเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ได้ แต่จะให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งในคดีเดิมสัญญาปรานีประนอมยอมความตลอดจนคำพิพากษาท้ายยอมในคดีเดิมที่จำเลยทั้งสองสมคบกันสมยอมไว้นั้น ศาลย่อมไม่เพิกถอนให้ เพราะเห็นว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลตามธรรมดา ย่อมผูกพันคู่ความในคดีนั้น บุคคลภายนอกย่อมไม่มีความจำเป็นจะต้องให้เพิกถอน เมื่อโจทก์พิศูจน์ได้ว่ามีสิทธิดีกว่าจำเลย ศาลก็พิพากษาให้ที่ดินนั้นเป็นของโจทก์และพิพากษาให้คำสั่งในคดีก่อนสัญญาปรานีประนอมยอมความและคำพิพากษาท้ายยอมในคดีก่อนไม่ผูกพันโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1407/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเจ้าของที่ดินถูกสมคบกันเอาไปทำสัญญาประนีประนอม ศาลพิพากษาให้กรรมสิทธิ์คืนได้ แต่ไม่เพิกถอนคำพิพากษาเดิม
จำเลย 2 คนสมคบกันเอาที่ดินของโจทก์ไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาล จนศาลพิพากษาไปตามยอมแล้วนั้น
โจทก์ผู้เป็นเจ้าของ ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้ง 2 ขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินพิพาทนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ได้ แต่จะให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งในคดีเดิมสัญญาประนีประนอมยอมความตลอดจนคำพิพากษาท้ายยอมในคดีเดิมที่จำเลยทั้งสองสมคบกันสมยอมไว้นั้น ศาลย่อมไม่เพิกถอนให้ เพราะเห็นว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลตามธรรมดา ย่อมผูกพันคู่ความในคดีนั้น บุคคลภายนอกย่อมไม่มีความจำเป็นจะต้องให้เพิกถอน เมื่อโจทก์พิสูจน์ได้ว่ามีสิทธิดีกว่าจำเลย ศาลก็พิพากษาให้ที่ดินนั้นเป็นของโจทก์และพิพากษาให้คำสั่งในคดีก่อนสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาท้ายยอมในคดีก่อนไม่ผูกพันโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องเคลือบคลุม - การระบุรายละเอียดสินค้าที่ขาดหายไป
โจทก์ฟ้องบรรยายเพียงว่าสินค้าในร้านสหกรณ์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย ซึ่งเป็นผู้จัดการได้ขาดหายไปเป็นราคาเงินจำนวนหนึ่ง โดยมิได้แสดงรายละเอียดว่า สิ่งของอะไรบ้าง อย่างไหนราคาเท่าใด ย่อมเป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องเคลือบคลุม: รายละเอียดสินค้าขาดหายต้องชัดเจน
โจทก์ฟ้องบรรยายเพียงว่า สินค้าในร้านสหกรณ์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย ซึ่งเป็นผู้จัดการได้ขาดหายไปเป็นราคาเงินจำนวนหนึ่ง โดยมิได้แสดงรายละเอียดว่าสิ่งของอะไรบ้าง อย่างไหนราคาเท่าใด ย่อมเป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1380/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดพยายามลักลอบขนของออกนอกราชอาณาจักร แม้ยังไม่ถึงชายแดน
ขนสิ่งของจากในราชอาณาจักรเพื่อจะนำออกไปนอกราชอาณาจักรไปตามทางนอกเส้นทางอนุมัติและนอกเวลาที่อธิบดีศุลกากรประกาศกำหนดไว้ แม้จะยังไม่ทันข้ามแดนไปโดยถูกจับเสียก่อน คดีเข้าคั่นพยายามแล้ว ก็ย่อมมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ( ฉะบับที่ 7 ) พ.ศ.2480 มาตรา 5,10 ประกอบด้วย ฉะบับที่ 11 พ.ศ.2490 มาตรา 3

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1380/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยายามลักลอบนำสิ่งของออกนอกราชอาณาจักร แม้ยังไม่ข้ามแดน มีความผิดตามกฎหมายศุลกากร
ขนสิ่งของจากในราชอาณาจักรเพื่อจะนำออกไปนอกราชอาณาจักรไปตามทางนอกเส้นทางอนุมัติและนอกเวลาที่อธิบดีศุลกากรประกาศกำหนดไว้ แม้จะยังไม่ทันข้ามแดนไปโดยถูกจับเสียก่อน คดีเข้าขั้นพยายามแล้ว ก็ย่อมมีความผิดตาม พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 มาตรา 5,10 ประกอบด้วยฉบับที่ 11 พ.ศ.2490 มาตรา 3

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1309/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ไม่ใช่การดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ แม้คำร้องแรกถูกยกไปแล้ว ศาลต้องไต่สวนคำร้องใหม่
จำเลยผู้ขาดนัดพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ แต่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องเสียโดยอ้างว่า มิได้บรรยายครบองค์ตาม มาตรา 208 แห่ง ป.ม.วิ.แพ่ง ในวันเดียวกันนั้น จำเลยยื่นคำร้องใหม่ ดังนี้ ศาลต้องไต่สวนและมีคำสั่งไปตามรูปคดี จะถือว่าเป็นเรื่องดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามความหมายแพ่งมาตรา 144 ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1309/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่หลังขาดนัด และการไม่ถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ
จำเลยผู้ขาดนัดพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่แต่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องเสียโดยอ้างว่า มิได้บรรยายครบองค์ตาม มาตรา 208 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ในวันเดียวกันนั้น จำเลยยื่นคำร้องใหม่ ดังนี้ ศาลต้องไต่สวนและมีคำสั่งไปตามรูปคดี จะถือว่าเป็นเรื่องดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามความหมายแห่งมาตรา 144 ไม่ได้
of 161