พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,606 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 741/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเบิกความเท็จในสัญญาซื้อขายและการกันไม่ให้ทายาทฟ้องแบ่งมรดก
ฟ้องบรรยายมีใจความว่าโจทก์ได้ทำหนังสือสัญญาจะขายนาให้จำเลยโดยโจทก์จำเลยคบคิดกันจะกันไม่ให้ทายาทอื่นฟ้องแบ่งเอานารายนี้จากโจทก์ต่อมาจำเลยกลับฟ้องโจทก์ ให้โอนนาให้จำเลยตามสัญญาที่ทำขึ้นแล้วจำเลยอ้างหนังสือนั้นเป็นพยานและเบิกความเท็จว่าได้จ่ายเงินให้โจทก์หมดแล้วไม่ได้หักไว้ 2,000 บาทตามที่เป็นจริง ดังนี้ยังไม่เป็นฟ้องอันจะเป็นผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 155 หรือ 304
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 741/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องฉ้อโกงและเบิกความเท็จ: การบรรยายฟ้องต้องชัดเจนถึงเจตนาทุจริตและข้อเท็จจริงที่สำคัญ
ฟ้องบรรยายมีใจความว่าโจทก์ได้ทำหนังสือสัญญาจะขายนาให้จำเลย โดยโจทก์จำเลยคบคิดกันจะกันไม่ให้ทายาทอื่นฟ้องแบ่งเอานารายนี้จากโจทก์ต่อมาจำเลยกลับฟ้องโจทก์ ให้โอนนาให้จำเลยตามสัญญาที่ทำขึ้น แล้วจำเลยอ้างหนังสือนั้นเป็นพยานและเบิกความเท็จว่าได้จ่ายเงินให้โจทก์หมดแล้ว ไม่ได้หักไว้ 2000 บาทตามที่เป็นจริง ดังนี้ ยังไม่เป็นฟ้องอันจะเป็นผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 155 หรือ 304
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 739/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบุกรุกที่ดินและการห้ามเกี่ยวข้อง: ศาลพิพากษาตามประเด็นฟ้องเรื่องการบุกรุกและผลกระทบต่อเจ้าของที่ดิน
โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยที่ 1 เช่านาของโจทก์ทำภายหลังโจทก์ไม่ให้เช่า จำเลยที่ 1 กลับบุกรุกเข้าทำนาของโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและว่าจำเลยที่ 2 ขอประกาศขายนาพิพาทของโจทก์นี้แก่จำเลยที่ 1 ขอให้ห้ามมิให้เกี่ยวข้อง
จำเลยให้การต่อสู้ว่าเป็นนาของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ทำต่างดอกเบี้ยกับต่อสู้ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ ดังนี้ เมื่อศาลวินิจฉัยว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ ไม่ใช่ของจำเลยที่ 2 แต่จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ทำนาพิพาทต่างดอกเบี้ย จำเลยที่ 1ไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหาย จึงพิพากษาห้ามมิให้จำเลยทั้งสองเข้าเกี่ยวข้องนั้น ถือว่า ได้วินิจฉัยไปตามประเด็นในฟ้องแล้ว
จำเลยให้การต่อสู้ว่าเป็นนาของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ทำต่างดอกเบี้ยกับต่อสู้ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ ดังนี้ เมื่อศาลวินิจฉัยว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ ไม่ใช่ของจำเลยที่ 2 แต่จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ทำนาพิพาทต่างดอกเบี้ย จำเลยที่ 1ไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหาย จึงพิพากษาห้ามมิให้จำเลยทั้งสองเข้าเกี่ยวข้องนั้น ถือว่า ได้วินิจฉัยไปตามประเด็นในฟ้องแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 738/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอุทธรณ์ใหม่ต้องทำเป็นคำฟ้องตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนด แม้จะเคยชำระค่าธรรมเนียมแล้ว
ฝ่ายที่แพ้คดี อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นครั้งหนึ่งแล้ว ศาลอุทธรณ์กลับพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้ฝ่ายนั้นแพ้คดีอีก ฝ่ายนั้นยื่นคำแถลงการณ์ขออุทธรณ์คดี ขอให้ถือฟ้องอุทธรณ์ฉะบับเดิมเป็นฟ้องอุทธรณ์ในชั้นนี้ดังนี้ ย่อมไม่เป็นการฟ้องอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 738/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอุทธรณ์ซ้ำ: การยื่นอุทธรณ์ฉบับเดิมหลังศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ ไม่เป็นฟ้องอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย
ฝ่ายที่แพ้คดี อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นครั้งหนึ่งแล้ว ศาลอุทธรณ์กลับพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้ฝ่ายนั้นแพ้คดีอีกฝ่ายนั้นยื่นคำแถลงการณ์ขออุทธรณ์คดีขอให้ถือฟ้องอุทธรณ์ฉบับเดิมเป็นฟ้องอุทธรณ์ในชั้นนี้ดังนี้ ย่อมไม่เป็นฟ้องอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าช่วง & การบอกล้างนิติกรรม: ผู้เช่าช่วงทราบข้อเท็จจริงแต่ยังรับประโยชน์ ไม่อาจอ้างเหตุบอกล้างสัญญาได้
ผู้เช่าเอาโรงแรมมาให้เช่าช่วงโดยไม่รับความยินยอมจากผู้เช่าเดิมทั้งมิได้บอกผู้เช่าช่วงให้รู้ว่าเป็นการเช่าช่วงนั้น เมื่อผู้เช่าช่วงรู้ความจริงภายหลัง แต่ก็มิได้โต้แย้ง หรือบอกล้างแต่อย่างใด คงใช้และรับประโยชน์จากโรงแรมที่เช่านั้นตลอดมา ดังนี้ผู้เช่าช่วงจะไม่ยอมใช้ค่าเช่าแก่ผู้เช่าโดยอ้างเหตุดังกล่าวหาได้ไม่
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ 1500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกัน จะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ย่อมไม่ได้
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ 1500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกัน จะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ย่อมไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าช่วงที่มิได้รับอนุญาตและข้อตกลงลดค่าเช่าที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้เช่าเอาโรงแรมมาให้เช่าช่วงโดยไม่รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าเดิมทั้งมิได้บอกผู้เช่าช่วงให้รู้ว่าเป็นการเช่าช่วงนั้น เมื่อผู้เช่าช่วงรู้ความจริงภายหลัง แต่ก็มิได้โต้แย้ง หรือบอกล้างแต่อย่างใด คงใช้และรับประโยชน์จากโรงแรมที่เช่านั้นตลอดมา ดังนี้ ผู้เช่าช่วงจะไม่ยอมใช้ค่าเช่าแก่ผู้เช่าโดยอ้างเหตุดังกล่าวหาได้ไม่
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ1,500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกันจะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ ย่อมไม่ได้
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ1,500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกันจะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ ย่อมไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประเด็นฎีกาต้องตั้งในศาลชั้นต้น
ข้อกฎหมายที่ยกขึ้นฎีกาต่อศาลฎีกาได้นั้น จะต้องเป็นข้อที่ได้ตั้งประเด็นว่ากันมาแล้วตั้งแต่ในศาลชั้นต้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประเด็นฎีกาต้องยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น การจับกุมและการกักขังโดยไม่มีอำนาจ
ข้อกฎหมายที่ยกขึ้นฎีกาต่อศาลฎีกาได้นั้น จะต้องเป็นข้อที่ได้ตั้งประเด็นว่ากันมาแล้วตั้งแต่ในศาลชั้นต้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัว: การกระทำเมื่อถูกทำร้ายและไล่แทงจนมุม
มีคนขว้างบ้านจำเลยในเวลาค่ำคืน จำเลยจึงถือไฟฉายและขวานออกไปดูพบผู้ตาย ผู้ตายใช้มีดไล่แทงจำเลย จำเลยวิ่งหนีขึ้นเรือนผู้อื่น ไปจนมุมที่หัวบันได ผู้ตายยังตามขึ้นไปจะแทงจำเลยอีก จำเลยจึงใช้ขวานฟันผู้ตายไป 1 ทีแล้วฟันต่อไปอีก 2 ที ผู้ตายถึงแก่ความตายณที่นั้นเอง ดังนี้ ถือได้ว่าผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุและไล่แทงจำเลยก่อน จำเลยหนีไปจนมุมแล้วก็ยังตามจะแทงจำเลยอีก การที่จำเลยฟันครั้งแรกแล้วยังฟันต่อไปอีกนั้นก็เป็นเวลาฉุกละหุกและค่ำคืน ผู้ตายก็ถือมีดอยู่ในมืออาจจะแทงเอาขณะใดก็ได้ จึงถือได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ