พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,606 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวและการเกินสมควรแก่เหตุในคดีทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย
มีคนขว้างบ้านจำเลยในเวลาค่ำคืน จำเลยจึงถือไฟฉายและขวานออกไปดูพบผู้ตาย ๆใช้มีดไล่แทงจำเลย ๆวิ่งหนีขึ้นเรือนผู้อื่น ไปจนมุมที่หัวบันได ผู้ตายยังตามขึ้นไปจะแทงจำเลยอีก จำเลยจึงใช้ขวานฟันผู้ตายไป 1 ที แล้วฟันต่อไปอีก 2 ที ผู้ตายถึงแก่ความตายณทีนั้นเอง ,ดังนี้ ถือได้ว่าผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุและไล่แทงจำเลยก่อน จำเลยหนีไปจนมุมแล้ว ก็ยังตามจะแทงจำเลยอีก การที่จำเลยฟันครั้งแรกแล้วยังฟันต่อไปอีกนั้น ก็เป็นเวลาฉุกละหุกและค่ำคืน ผู้ตายก็ถือมีดอยู่ในมืออาจจะแทงเอาขณะใดก็ได้ จึงถือได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 644/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมอบอำนาจตกลงราคาค่าจ้าง: ตัวการต้องรับผิดในราคาที่ตัวแทนตกลง หากราคาไม่เกินสมควร
การตั้งตัวแทนมอบให้ไปหาช่างมาสร้างโรงเรียนนั้นต้องรวมถึงการตกลงราคาค่าจ้างนั้นด้วย แม้ตัวการจะมิได้สั่งในเรื่องตกลงราคาค่าจ้างไว้แต่ตัวแทนไปตกลงราคาค่าจ้างกับช่างในราคาที่ไม่เกินสมควรแล้วและช่างได้ทำกิจการของตัวการเสร็จสมตามความประสงค์แล้วเช่นนี้ตัวการต้องรับผิดชำระค่าจ้างให้แก่ช่างตามราคาที่ตัวแทนได้ตกลงไว้
ส่วนตัวแทนนั้น เมื่อมีตัวการต้องรับผิดแล้ว ตัวแทนก็ไม่ต้องรับผิดต่อช่างที่จ้างมานั้น
ส่วนตัวแทนนั้น เมื่อมีตัวการต้องรับผิดแล้ว ตัวแทนก็ไม่ต้องรับผิดต่อช่างที่จ้างมานั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 644/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตความรับผิดของตัวการต่อสัญญาที่ตัวแทนทำ แม้ฝ่าฝืนคำสั่ง
การตั้งตัวแทนมอบให้ไปหาช่างมาสร้างโรงเรียนนั้นต้องรวมถึงการตกลงราคาค่าจ้างนั้นด้วย แม้ตัวการจะมิได้สั่งในเรื่องตกลงราคาค่าจ้างไว้แต่ตัวแทนไปตกลงราคาค่าจ้างกับช่างในราคาที่ไม่เกินสมควรแล้วและช่างได้ทำกิจการของตัวการเสร็จสมตามความประสงค์แล้วเช่นนี้ ตัวการต้องรับผิดชำระค่าจ้างให้แก่ช่างตามราคาที่ตัวแทนได้ตกลงไว้
ส่วนตัวแทนนั้น เมื่อมีตัวการต้องรับผิดชอบแล้ว ตัวแทนก็ไม่ต้องรับผิดต่อช่างที่จ้างมานั้น
ส่วนตัวแทนนั้น เมื่อมีตัวการต้องรับผิดชอบแล้ว ตัวแทนก็ไม่ต้องรับผิดต่อช่างที่จ้างมานั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ป้องกันเกียรติยศเกินสมควร: การทำร้ายร่างกายชู้รักจนถึงแก่ความตาย
ใช้มีดฟันชายที่กำลังทำชู้กับภริยาตน แล้วยังไล่ติดตามฟันชายนั้นอีกจนชายนั้นถึงแก่ความตายดังนี้ ถือว่าเป็นการป้องกันเกียรติยศ แต่ได้ทำไปเกินสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ป้องกันเกียรติยศเกินเหตุ: การทำร้ายร่างกายผู้ชู้
ใช้มีดฟันชายที่กำลังทำชู้กับภริยาตน แล้วยังไล่ติดตามฟันชายนั้นอีกจนชายนั้นถึงแก่ความตาย ดังนี้ ถือว่าเป็นการป้องกันเกียรติยศแต่ได้ทำไปเกินสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจัดการมรดก: ผู้จัดการมรดกรายเดียว vs. ผู้จัดการมรดกหลายคน
ยายร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของหลาน มีย่าร้องคัดค้านเข้ามา เป็นกรณีพิพาทระหว่างยายกับย่าว่า ใครจะเป็นผู้สมควรจัดการมรดกของหลานนั้น เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาตั้งยายเป็นผู้จัดการคนเดียว แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ตั้งย่าเป็นผู้จัดการร่วมกับยายอีกคนหนึ่งด้วย ดังนี้ ผู้ร้องฎีกาในข้อเท็จจริงขอให้ศาลฎีกาตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการแต่คนเดียวได้ ไม่ต้องห้าม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจัดการมรดก: ข้อพิพาทระหว่างยายและย่า ผู้มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก
ยายร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของหลาน มีย่าร้องคัดค้านเข้ามาเป็นกรณีพิพาทระหว่างยายกับย่าว่า ใครจะเป็นผู้สมควรจัดการมรดกของหลานนั้น เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาตั้งยายเป็นผู้จัดการคนเดียว แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ตั้งย่าเป็นผู้จัดการร่วมกับยายอีกคนหนึ่งด้วย ดังนี้ ผู้ร้องฎีกาในข้อเท็จจริงขอให้ศาลฎีกาตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการแต่คนเดียว ได้ไม่ต้องห้าม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยานพินัยกรรม: การสงเคราะห์ผู้เขียนเป็นพยานลุกนั่งได้ แม้พิมพ์นิ้วมือ
พินัยกรรมทำก่อนใช้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการทำพินัยกรรม พ.ศ.2475และก่อนใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ต้องบังคับตามกฎหมายลักษณะมรดก บทที่ 49 ซึ่งกำหนดให้มีพยานผู้ลุกนั่งอย่างน้อย 3 คน
ในพินัยกรรมมีพยานลงลายมือชื่อ 2 คน อีกคนหนึ่งพิมพ์นิ้วมือแต่ไม่มีพยานรับรอง พยานที่พิมพ์นิ้วมือย่อมไม่อยู่ในฐานะเป็นพยานลุกนั่งตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9 แต่เมื่อปรากฏว่ามีผู้เขียนลงชื่ออีกคนหนึ่งและเป็นผู้เขียนตามคำบอกของผู้ทำพินัยกรรมและรู้เห็นขณะนั้นโดยตลอดเช่นนี้ ย่อมสงเคราะห์ผู้เขียนเป็นพยานผู้ลุกนั่งด้วยอีกคนหนึ่งได้พินัยกรรมจึงมีพยาน 3 คนตามที่กฎหมายกำหนดไว้และย่อมสมบูรณ์
(อ้างฎีกาที่ 208/2487 ที่ 45/2465)
ในพินัยกรรมมีพยานลงลายมือชื่อ 2 คน อีกคนหนึ่งพิมพ์นิ้วมือแต่ไม่มีพยานรับรอง พยานที่พิมพ์นิ้วมือย่อมไม่อยู่ในฐานะเป็นพยานลุกนั่งตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9 แต่เมื่อปรากฏว่ามีผู้เขียนลงชื่ออีกคนหนึ่งและเป็นผู้เขียนตามคำบอกของผู้ทำพินัยกรรมและรู้เห็นขณะนั้นโดยตลอดเช่นนี้ ย่อมสงเคราะห์ผู้เขียนเป็นพยานผู้ลุกนั่งด้วยอีกคนหนึ่งได้พินัยกรรมจึงมีพยาน 3 คนตามที่กฎหมายกำหนดไว้และย่อมสมบูรณ์
(อ้างฎีกาที่ 208/2487 ที่ 45/2465)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของพินัยกรรมตามกฎหมายลักษณะมรดกและการสงเคราะห์ผู้เขียนเป็นพยาน
พินัยกรรม์ทำก่อนใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำพินัยกรรม์พ.ศ.2475 และก่อนใช้ ป.ม.กฎหมายแพ่ง ฯ บรรพ 6 ต้องบังคับตาม ก.ม.ลักษณะมรดกบทที่ 49 ซึ่งกำหนดให้มีพยายผู้ลุกนั่งอย่างน้อย 3 คน
ในพินัยกรรม์มีพยานลงลายมือชื่อ 2 คน อีกคนหนึ่งพิมพ์นิ้วมือ แต่ไม่มีพยานรับรอง พยานที่พิมพ์นิ้วมือย่อมไม่อยู่ในฐานะเป็นพยานลุกนั่งตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 9 แต่เมื่อปรากฎว่ามีผู้เขียนลงชื่ออีกคนหนึ่งและเป็นผู้เขียนตามคำบอกของผู้ทำพินัยกรรม์และรู้เห็นขณะนั้นโดยตลอดเช่นนี้ ย่อมสงเคราะห์ผู้เขียนเป็นพยานผู้ลุกนั่งด้วยอีกคนหนึ่งได้พินัยกรรม์จึงมีพยาน 3 คนตามที่กฎหมายกำหนดไว้และย่อมสมบูรณ์
ในพินัยกรรม์มีพยานลงลายมือชื่อ 2 คน อีกคนหนึ่งพิมพ์นิ้วมือ แต่ไม่มีพยานรับรอง พยานที่พิมพ์นิ้วมือย่อมไม่อยู่ในฐานะเป็นพยานลุกนั่งตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 9 แต่เมื่อปรากฎว่ามีผู้เขียนลงชื่ออีกคนหนึ่งและเป็นผู้เขียนตามคำบอกของผู้ทำพินัยกรรม์และรู้เห็นขณะนั้นโดยตลอดเช่นนี้ ย่อมสงเคราะห์ผู้เขียนเป็นพยานผู้ลุกนั่งด้วยอีกคนหนึ่งได้พินัยกรรม์จึงมีพยาน 3 คนตามที่กฎหมายกำหนดไว้และย่อมสมบูรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 595/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยื่นบัญชีระบุพยานเกินกำหนด: เหตุผลสมควรและความยุติธรรมในการสืบพยาน
ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานครั้งแรกหนึ่งวัน จำเลยยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยาน อ้างเหตุที่ไม่ยื่นภายในกำหนดแห่งกฎหมายว่าเนื่องจากการติดต่อกับพยานให้ครบตามความจำเป็นเพื่อความยุติธรรมไม่ได้และก็เพิ่งได้ครบ ดังนี้ ถ้าศาลเห็นว่ามีเหตุผลอันสมควรตามกฎหมายแล้วก็อาศัยอำนาจตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมให้สืบพยานจำเลยตามที่ระบุไว้นั้นได้
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้ออ้างของจำเลยที่ไม่ยื่นบัญชีระบุพยานภายในกำหนดนั้น ไม่เป็นเหตุอันสมควร จึงไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยาน ดังนี้ จำเลยย่อมฎีกาว่าข้ออ้างของจำเลยมีเหตุผลอันสมควรตามกฎหมายได้
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้ออ้างของจำเลยที่ไม่ยื่นบัญชีระบุพยานภายในกำหนดนั้น ไม่เป็นเหตุอันสมควร จึงไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยาน ดังนี้ จำเลยย่อมฎีกาว่าข้ออ้างของจำเลยมีเหตุผลอันสมควรตามกฎหมายได้