พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,606 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 733/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฝ่าฝืนประกาศควบคุมราคาน้ำมัน แม้ขายไม่ถึงปริมาณที่กำหนด
ประกาศของคณะกรรมการฯ กำหนดไม่ให้ขายน้ำมันเบ็นซินเกินกว่าถังละ 32 บาท(ถังหนึ่งมี 20 ลิตร) แม้จำเลยขายน้ำมันเบ็นซินไม่ถึง 20 ลิตรก็ตาม แต่จำเลยขายไปเป็นปีบมีจำนวนน้ำมัน 19 ลิตรและขายไปในราคา 34 บาทดังนี้ ย่อมแสดงให้เห็นชัดว่าจำเลยมีเจตนาฝ่าฝืนประกาศของคณะกรรมการฯลฯ จึงต้องมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร 2490 มาตรา 17
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 686/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เอกสารสัญญาเช่าที่ยังมิได้ปิดอากรแสตมป์แต่แรก สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานได้หากมีการปิดอากรแสตมป์และชำระค่าอากรเพิ่มเติม
เอกสารที่จำเลยอ้างเป็นพยานมิได้ปิดอากรแสมป์มาแต่แรก เมื่อสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้ว แต่ก่อนศาลพิพากษาจำเลยขอให้ศาลส่งไปให้เจ้าหน้าที่สรรพากรจัดการให้ถูกต้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปิดอากรแสตมป์และเรียกอากรเพิ่มแล้ว ดังนี้ ย่อมถือเป็นเอกสารที่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์แล้วตามประมวลรัษฎากรมาตรา 117 จึงยอมรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 686/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เอกสารที่มิได้ปิดอากรแสตมป์แต่แรก หากปิดภายหลังก่อนศาลพิพากษา ย่อมรับฟังเป็นพยานได้
เอกสารที่จำเลยอ้างเป็นพยานมิได้ปิดอากรแสตมป์มาแต่แรก เมื่อสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้ว แต่ก่อนศาลพิพากษาจำเลยขอให้ศาลส่งไปให้เจ้าหน้าที่สรรพากรจัดการให้ถูกต้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปิดอากรแสตมป์และเรียกอากรเพิ่มแล้วดังนี้ ย่อมถือว่าเป็นเอกสารที่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์แล้วตามประมวลรัษฎากร มาตรา 117 จึงย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 684/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กำหนดระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียม – การคำนวณระยะเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2493 ว่า จำเลยไม่ใช่คนอนาถาให้ยกคำร้องถ้าประสงค์จะอุทธรณ์ ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางภายใน 3 วันนับแต่วันนี้ ดังนี้ จำเลยย่อมมีสิทธินำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลในวันที่ 1 กรกฎาคม 2493 ได้เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 158 มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลารวมคำนวณเข้าด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 684/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ระยะเวลาการวางค่าธรรมเนียมอุทธรณ์และการนับวันตามกฎหมาย
ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2493 ว่าจำเลยไม่ใช่คนอนาถา ให้ยกคำร้อง ถ้าประสงค์จะอุทธรณ์ ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางภายใน 3 วันนับแต่วันนี้ ดังนี้จำเลยย่อมมีสิทธินำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลในวันที่ 1 กรกฎาคม 2493 ได้ เพราะ ป.ม.แพ่งฯมาตรา 158 มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลา รวมคำนวณเข้าด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สินสมรสจากทรัพย์มรดกและหลักการแบ่งสินสมรสเมื่อไม่มีสินเดิม
ภริยาได้รับทรัพย์มรดกจากบิดามารดาของตนมาในระหว่างที่อยู่กินเป็นสามีภริยากับสามี ย่อมถือว่าทรัพย์มรดกที่ได้มานั้น เป็นสินสมรสระหว่างตนกับสามี เมื่อเอาทรัพย์นั้นไปขายได้เงินมา แล้วซื้อที่ดินและบ้านเรือนก็ย่อมถือว่าที่ดินและบ้านเรือนนั้นเป็นสินสมรสอยู่นั่นเอง
การแบ่งสินสมรสระหว่างสามีภริยาเมื่อก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 นั้น ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่มีสินเดิมด้วยกัน ก็ให้แบ่งสินสมรสเป็น 3 ส่วนให้ชายได้ 2 ส่วน หญิงได้ 1 ส่วน
และในกรณีที่ชายถึงแก่กรรมส่วนของชายย่อมตกเป็นมรดกตกได้แก่บุตรและภรรยาคนละส่วนเท่าๆกัน ถ้ามีภรรยา 2คน ก็คงได้รับส่วนแบ่งร่วมกันเพียงส่วนเดียวและในส่วนเดียวนี้ ยังแบ่งออกเป็น 3 ส่วนภริยาหลวงได้ 2ส่วน ภริยาน้อยได้ 1 ส่วน
การแบ่งสินสมรสระหว่างสามีภริยาเมื่อก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 นั้น ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่มีสินเดิมด้วยกัน ก็ให้แบ่งสินสมรสเป็น 3 ส่วนให้ชายได้ 2 ส่วน หญิงได้ 1 ส่วน
และในกรณีที่ชายถึงแก่กรรมส่วนของชายย่อมตกเป็นมรดกตกได้แก่บุตรและภรรยาคนละส่วนเท่าๆกัน ถ้ามีภรรยา 2คน ก็คงได้รับส่วนแบ่งร่วมกันเพียงส่วนเดียวและในส่วนเดียวนี้ ยังแบ่งออกเป็น 3 ส่วนภริยาหลวงได้ 2ส่วน ภริยาน้อยได้ 1 ส่วน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สินสมรสจากมรดกและการแบ่งสินสมรสเมื่อสามีเสียชีวิต
ภริยาได้รับทรัพย์มรดกจากบิดามารดาของตนมาในระหว่างที่อยู่กินเป็นสามีภริยากับสามี ย่อมถือว่าทรัพย์มรดกที่ได้มานั้น เป็นสินสมรสระหว่างตนกับสามี เมื่อเอาทรัพย์นั้นไปขายได้เงินมา แล้วซื้อที่ดินและบ้านเรือน ก็ย่อมถือว่าที่ดินและบ้านเรือนนั้นเป็นสินสมรสอยุ่นั่นเอง
การแบ่งสินสมรสระหว่างสามีภริยาเมื่อก่อนใช้ป.ม.แพ่งฯบรรพ 5 นั้น ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่มีสินเดิมด้วยกัน ก็ให้แบ่งสินสมรสเป็น 3 ส่วน ให้ชายได้ 2 ส่วน หญิงได้ 1 ส่วน
และในกรณีที่ชายถึงแก่กรรมส่วนของชายย่อมตกเป็นมรดกตกได้แก่บุตรและภรรยาคนละส่วนเท่า ๆกัน ถ้ามีภรรยา 2 คน ก็คงได้รับส่วนแบ่งร่วมกันเพียงส่วนเดียว และในส่วนเดียวนี้ ยังแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ภริยาหลวงได้ 2 ส่วน ภริยาน้อยได้1 ส่วน
การแบ่งสินสมรสระหว่างสามีภริยาเมื่อก่อนใช้ป.ม.แพ่งฯบรรพ 5 นั้น ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่มีสินเดิมด้วยกัน ก็ให้แบ่งสินสมรสเป็น 3 ส่วน ให้ชายได้ 2 ส่วน หญิงได้ 1 ส่วน
และในกรณีที่ชายถึงแก่กรรมส่วนของชายย่อมตกเป็นมรดกตกได้แก่บุตรและภรรยาคนละส่วนเท่า ๆกัน ถ้ามีภรรยา 2 คน ก็คงได้รับส่วนแบ่งร่วมกันเพียงส่วนเดียว และในส่วนเดียวนี้ ยังแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ภริยาหลวงได้ 2 ส่วน ภริยาน้อยได้1 ส่วน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หลักฐานค่าเช่าจากคำให้การเดิม & อำนาจฟ้องแทนบุตร
ผู้เช่าเคยฟ้องผู้ให้เช่าหาว่าผู้ให้เช่าขึ้นค่าเช่าผิดกฎหมายแต่ศาลพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า การขึ้นค่าเช่าเป็นด้วยความสมัครใจทั้งสองฝ่าย ย่อมทำได้หาเป็นการผิดกฎหมายไม่ และปรากฏในคำให้การของผู้เช่าในคดีนั้นว่า ผู้เช่าได้ให้ค่าเช่าแก่ฝ่ายผู้ให้เช่าไปตามที่เรียกร้องแล้ว ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าคำให้การของผู้เช่าในคดีดังกล่าว เป็นหลักฐานเป็นหนังสือที่ลงลายมือชื่อผู้เช่าตามที่กฎหมายต้องการแล้ว ผู้ให้เช่าย่อมใช้เป็นหลักฐานฟ้องเรียกค่าเช่าจากผู้ให้เช่าได้
บิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตร มีสิทธิที่จะมอบอำนาจให้ผู้อื่นฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากห้องเช่าของบุตรได้
บิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตร มีสิทธิที่จะมอบอำนาจให้ผู้อื่นฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากห้องเช่าของบุตรได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 645/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ แม้ผู้ตายมีพฤติกรรมคุกคาม
ผู้ตายเมาสุราถือมีดขึ้นไปบนเรือนของจำเลย ไปพูดกล่าวหาจำเลยต่างๆ และพูดส่อแสดงว่าต้องการหาเรื่องชวนวิวาท และพร้อมกันนั้นผู้ตายขยับมีดจะลุกขึ้นประกอบกับผู้ตายมีนิสัยเกกมะเหรก ชอบเสพสุราและชวนวิวาท จึงทำให้เห็นได้ว่าผู้ตายขยับมีดลุกขึ้นจะทำร้ายจำเลย จำเลยจึงใช้มีดฟันผู้ตายไป ดังนี้ ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัว แต่เมื่อจำเลยฟันผู้ตายครั้งแรกถูกที่หน้าผากผู้ตายหงายหลังไปแล้ว จำเลยยังฟันผู้ตายอีกถึง 4 ครั้งเป็นแผลฉกรรจ์จนผู้ตายถึงแก่ความตายทันทีเช่นนี้ ต้องถือว่าเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 642/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ แม้ผู้ตายเริ่มก่อน แต่การทำร้ายต่อเนื่องจนถึงแก่ความตายถือเกินกว่าเหตุ
ผู้ตายเมาสุราถือมีดขึ้นไปบนเรือนองจำเลย ไปพูดกล่าวหาจำเลยต่าง ๆและพูดส่อแสดงว่าต้องการหาเรื่องชวนวิวาท และพร้อมกันนั้นผู้ตายขยับมีดจะลุกขึ้นประกอบกับผู้ตายมีนิสัยเกกมะเหรก ชอบเสพสุราและชวนวิวาทจึงทำให้เห็นได้ว่าผู้ตายขยับมีดลุกขึ้นจะทำร้ายจำเลยๆจึงใช้มีดฟันผู้ตายไป ดังนี้ ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัว แต่เมื่อจำเลยฟันผู้ตายครั้งแรกถูกที่หน้าผาก ผู้ตายหงายหลังไปแล้วจำเลยยังฟันผู้ตายอีกถึง 4 ครั้ง เป็นแผลฉกรรจ์ผู้ตายถึงแก่ความตายทันที เช่นนี้ ต้องถือว่า เป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ