คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ดุลยการณ์โกวิท

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,606 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่ผู้ใหญ่บ้านทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
ผู้ใหญ่บ้านทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะเท็จจะเป็นผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 230 หรือไม่นั้น อยู่ที่ว่าผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะหรือไม่ ถ้ามีหน้าที่ก็เป็นความผิดตามมาตรา 230
พระราชบัญญัติปกครองท้องที่(ฉบับที่ 2)พ.ศ.2486 มาตรา 6 เพิ่มหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านเข้าไว้อีกตามข้อ 18 ว่าผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของกำนันหรือทางราชการฯลฯ ฉะนั้นเมื่อทางราชการสั่งให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านที่จะทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะก็ย่อมต้องถือว่า การทำบัญชีลูกคอกสัตว์เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่ผู้ใหญ่บ้านทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญาหรือไม่ พิจารณาจาก พ.ร.บ.ปกครองท้องที่
ผู้ใหญ่บ้านทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะเท็จ จะเป็นผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 230 หรือไม่ นั้น อยู่ที่ว่าผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะหรือไม่ ถ้ามีหน้าที่ ก็เป็นความผิดตามมาตรา 230
พ.ร.บ.ปกครองท้องที่(ฉะบับที่ 2) พ.ศ. 2486 มาตรา 6 เพิ่มหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านเข้าไว้อีกตามข้อ 18 ว่า ผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของกำนันหรือทางราชการฯลฯ ฉะนั้นเมื่อทางราชการสั่งให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านที่จำทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะก็ย่อมต้องถือว่า การทำบัญชีลูกคอกสัตว์เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิร่วมกันในสัญญาเช่าหลังหย่า: สัญญาทำก่อนหย่า สิทธิยังคงเป็นของทั้งสองฝ่ายหากไม่มีข้อตกลงแยก
ภรรยาเกิดระหองระแหงกับสามี จึงแยกไปทำสัญญาเช่าตึกในนามของภรรยา และอยู่ในตึกรายนี้ แต่ต่อมาได้คืนดีกัน และสามีได้มาอยู่รวมในตึกรายนี้ด้วย ภายหลังจึงได้ตกลงทำหนังสือหย่าขาดจากกัน แต่สามีก็ยังคงอยู่ในตึกรายนี้ด้วยตลอดมา ดังนี้ แม้สัญญาจะทำในนามของภรรยา แต่ขณะนั้นยังมิได้หย่าขาดจากกัน และการทำสัญญาเช่าก็ไม่เกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนตัวของภรรยา ฉะนั้นสิทธิตามสัญญาเช่านี้จึงเป็นสิทธิรวมกันระหว่างสามีภรรยาเมื่อตกลงทำสัญญาหย่ากัน มิได้ตกลงในเรื่องสิทธิการเช่ารายนี้ประการใดแล้ว และทั้งสองฝ่ายยังครอบครองอยู่ด้วยตลอดมา จึงยังเป็นสิทธิร่วมกันอยู่ ภรรยาจะมาฟ้องขับไล่สามีให้ออกไปจากตึกเช่ายังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 216/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพักเก็บสุราข้ามจังหวัดของผู้จำหน่ายสุราที่ได้รับอนุญาต: ไม่ถือเป็นการผิดกฎหมายหากมีใบอนุญาตและยังไม่ได้ส่งไปยังร้านปลายทาง
ผู้ได้รับอนุญาตเป็นผู้จำหน่ายสุราขายส่งมีหน้าที่ต้องทำบัญชีน้ำสุร ที่ได้รับตามใบขนโดยจดแจ้งสุราตามที่รับเข้าและที่ขนออกจากร้าน ถ้าละเลยไม่ทำก็ดี หรือไม่ลงบัญชีให้ถูกต้องก็ดี ย่อมมีความผิดตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน และพ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 แต่ถ้ารับเอาสุราที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในจังหวัดอืนมาพักไว้ในร้านเพื่อจะส่งไปที่ร้านต่างจังหวัด ซึ่งได้รับอนุญาตให้จำหน่ายสุราได้อีกต่อหนึ่ง ดังนี้ เรียกได้ว่า เป็นการเอาสุรามาพักไว้ เพราะยังหาได้ขนส่งไปถึงสำนักงานหรือร้านในจังหวัดที่รับอนุญาตให้ขายส่งนั้นไม่และการที่เอาสุรามาพักเช่นนี้ก็มีใบอนุญาตให้เก็บสุรานอกสถานที่ได้ด้วยแล้ว ก็ย่อมยังไม่เป็นผิดตามบทกฎหมายที่กล่าว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 216/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบัญชีสุราของผู้จำหน่ายส่งและการพักเก็บสุราเพื่อส่งต่อ
ผู้ได้รับอนุญาตเป็นผู้จำหน่ายสุราขายส่งมีหน้าที่ต้องทำบัญชีน้ำสุราที่ได้รับตามใบขนโดยจดแจ้งสุราตามที่รับเข้าและที่ขนออกจากร้านถ้าละเลยไม่ทำก็ดี หรือไม่ลงบัญชีให้ถูกต้องก็ดี ย่อมมีความผิดตามพระราชบัญญัติภาษีชั้นใน และพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.2493 แต่ถ้ารับเอาสุราที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในจังหวัดอื่นมาพักไว้ในร้านเพื่อจะส่งไปที่ร้านต่างจังหวัด ซึ่งได้รับอนุญาตให้จำหน่ายสุราได้อีกต่อหนึ่งดังนี้ เรียกได้ว่า เป็นการเอาสุรามาพักไว้เพราะยังหาได้ขนส่งไปถึงสำนักงานหรือร้านในจังหวัดที่รับอนุญาตให้ขายส่งนั้นไม่ และการที่เอาสุรามาพักเช่นนี้ก็มีใบอนุญาตให้เก็บสุรานอกสถานที่ได้ด้วยแล้วก็ย่อมยังไม่เป็นผิดตามบทกฎหมายที่กล่าว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 206/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทำลายทรัพย์สินในที่สาธารณะ: ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ แม้ไม่มีกรรมสิทธิ์
จำเลยเข้าไปทำนาในที่พิพาท ได้ไถทำลายต้นข้าวที่โจทก์ได้หว่านไว้เสียหาย แม้ที่พิพาทจะเป็นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินซึ่งประชาชนมีสิทธิใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304ข้อ 2 ผู้หนึ่งผู้ใดหามีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองอย่างใดไม่ก็ตามจำเลยก็ต้องมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 324 แต่ไม่เป็นผิดฐานบุกรุก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 206/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ที่สาธารณะประโยชน์ การทำลายทรัพย์สินผู้อื่น ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
จำเลยเข้าไปทำนาในที่พิพาท ได้ไถทำลายต้นข้าวที่โจทก์ได้หว่านไว้เสียหาย แม้ที่พิพาทจะเป็นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินซึ่งประชาชนมีสิทธิใช้ร่วมกันตามป.ม.แพ่งฯมาตรา 1304 ข้อ 2 ผู้หนึ่งผู้ใดหามีกรรมสิทธิหรือสิทธครอบครองอย่างใดไม่ - ก็ตามจำเลยก็ต้องมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 324 แต่ไม่เป็นผิดฐานบุกรุก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อากรแสตมป์สัญญากู้: การปิดอากรเพิ่มเติมหลังทำสัญญาไม่กระทบความเป็นพยานหลักฐาน
สัญญากู้ปิดอากรแสตมป์ในวันทำสัญญา ขาดอัตราไป 2 บาท ต่อมาในวันยื่นฟ้อง ผู้ให้กู้ซึ่งเป็นโจทก์ปิดเพิ่มอีก 2 บาท ครบตามอัตราที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว ดังนี้ ย่อมใช้สัญญากู้นั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีได้ มิจำจะต้องเสียอากรและเงินเพิ่มอากร เพราะการที่จะรับผิดเสียอากรเพิ่มขึ้นเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ไม่กระทบกระทั่งถึงการที่จะฟังตราสารนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อากรแสตมป์ไม่ครบถ้วนในวันทำสัญญา แต่แก้ไขให้ถูกต้องก่อนฟ้อง ไม่กระทบการใช้สัญญากู้เป็นหลักฐาน
สัญญากู้ปิดอากรแสตมป์ในวันทำสัญญา ขาดอัตราไป 2 บาทต่อมาในวันยื่นฟ้อง ผู้ให้กู้ซึ่งเป็นโจทก์ปิดเพิ่มอีก 2 บาท ครบตามอัตราที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้วดังนี้ ย่อมใช้สัญญากู้นั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีได้ มิจำจะต้องเสียอากรและเงินเพิ่มอากรเพราะการที่จะรับผิดเสียอากรเพิ่มขึ้นเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ไม่กระทบกระทั่งถึงการที่จะฟังตราสารนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 181/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิขอคืนของกลาง หากไม่รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด
ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยและให้ริบของกลางตาม พ.ร.บ.การพนัน เมื่อปรากฏว่าผู้อื่นเป็นเจ้าของของกลางและมิได้รู้เห็นยินยอมในการกระทำผิด-ด้วยแล้ว เจ้าของชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้ศาลสั่งคืนของกลางนั้นแก่ตนและศาลก็ย่อมสั่งให้คืนของกลางแก่เจ้าของได้
of 161