คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ประศาสน์วินิจฉัย

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,149 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิของเจ้าของห้องเช่าในการฟ้องขับไล่ผู้เช่าหลังสัญญาหมดอายุ แม้มีการทำสัญญาเช่าต่อกับบุคคลอื่น
จำเลยเป็นผู้เช่าห้องไปจากโจทก์ ครั้นครบกำหนดตามสัญญาและโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยไม่ยอมอก ดังนี้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยและบริวารให้ออกจากห้องเช่ารายนั้นได้ แม้จำเลยจะต่อสูว่า เมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้ว ผู้แทนโจทก์ให้คนอื่นเช่าห้องนั้นต่อ และจำเลยอาศัยอยู่กับผู้เช่าใหม่นั้นก็ตาม ศาลก็มีอำนาจพิจารณาคดีไปได้ และเมื่อข้อนำสืบของจำเลยไม่พอจะหักล้างสิทธิของโจทก์ได้ ศาลก็ย่อมพิพากษาขับไล่จำเลย และบริวารออกจากห้องพิพาทได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิของเจ้าของห้องเช่าในการฟ้องขับไล่ผู้เช่าที่ค้างอาศัยหลังสัญญาหมดอายุ แม้มีการให้เช่าต่อ
จำเลยเป็นผู้เช่าห้องไปจากโจทก์ ครั้นครบกำหนดตามสัญญาและโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยไม่ยอมออก ดังนี้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยและบริวารให้ออกจากห้องเช่ารายนั้นได้ แม้จำเลยจะต่อสู้ว่าเมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้ว ผู้แทนโจทก์ให้คนอื่นเช่าห้องนั้นต่อ และจำเลยอาศัยอยู่กับผู้เช่าใหม่นั้นก็ตาม ศาลก็มีอำนาจพิจารณาคดีไปได้ และเมื่อข้อนำสืบของจำเลยไม่พอจะหักล้างสิทธิของโจทก์ได้ ศาลก็ย่อมพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาทได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1211/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งความรับผิดชอบในความผิดฐานชิงทรัพย์และลักทรัพย์ เมื่อการกระทำเกิดขึ้นต่างเวลากัน
คนร้าย 2 คนสมคบกันไปลักทรัพย์เขาเมื่อลักได้แล้วพาทรัพย์หนี คนหนึ่งพาทรัพย์ออกพ้นจากบ้านเจ้าทรัพย์ ไปแล้ว อีกคนหนึ่งถูกพวกเจ้าพนักงานสกัดหน้าไว้ในบริเวณบ้านคนร้ายคนที่ถูกสกัดหน้า จึงทำร้ายคนที่สกัดหน้า มีบาดเจ็บสาหัส ดังนี้ แสดงว่ากระทำร้ายเพื่อจะหลบหนี อันนับได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อตัวคนร้ายคนนั้นเองโดยเฉพาะไม่เกี่ยวกับการสมคบกันมาลักทรัพย์แต่แรก คนร้ายคนที่ทำร้าย จึงมีผิดฐานชิงทรัพย์แต่ผู้เดียวส่วนคนร้ายคนที่พาทรัพย์พ้นบ้านไปแล้วนั้น คงมีผิดเพียงฐานลักทรัพย์เท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1211/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแยกความผิดฐานชิงทรัพย์และลักทรัพย์เมื่อมีการทำร้ายร่างกายระหว่างหลบหนี
คนร้าย 2 คนสมคบกันไปลักทรัพย์เขา เมื่อลักได้แล้วพาทรัพย์หนี คนหนึ่งพาทรัพย์ออกพ้นจากบ้านเจ้าทรัพย์ ไปแล้ว อีกคนหนึ่งถูกพวกเจ้าทรัพย์สกัดหน้าไว้ในบริเวณบ้าน คนร้ายคนที่ถูกสกัดหน้า จึงทำร้ายคนที่สกัดหน้า มีบาดเจ็บสาหัส ดังนี้ แสดงว่ากระทำร้ายเพื่อจะหลบหนี อันนับได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อตัวคนร้ายคนนั้นเองโดยเฉพาะไม่เกี่ยวกับการสมคบกันมาลักทรัพย์แต่แรก คนร้ายคนที่ทำร้าย จึงมีผิดฐานชิงทรัพย์แต่ผู้เดียว ส่วนคนร้ายคนที่พาทรัพย์พ้นบ้านไปแล้วนั้นคงมีผิดเพียงฐานลักทรัพย์เท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ภาษีโรงเรือน: แม้สัญญาเช่าหมดอายุ แต่ผู้เช่ายังไม่ยอมออก ไม่เข้าข้อยกเว้นการเสียภาษี
โรงเรือนที่มีผู้เช่าอยู่ครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว ก็ไม่ยอมออกถึงต้องฟ้องศาลขับไล่ ก็ยังบิดพริ้วไม่ยอมออก แม้ในระหว่างที่หมดอายุสัญญาเช่าแล้ว ผู้ให้เช่าไม่ได้เก็บค่าเช่าอีกเลย ก็ยังไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน มาตรา 8,9,10 ฉะนั้น จึงต้องเสียภาษี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าหมดอายุ ผู้เช่ายังไม่ยอมออก ไม่เข้าข้อยกเว้นภาษีโรงเรือน
โรงเรือนที่มีผู้เช่าอยู่ครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว ก็ไม่ยอมออกถึงต้องฟ้องศาลขับไล่ ก็ยังบิดพริ้วไม่ยอมออก แม้ในระหว่างที่หมดอายุสัญญาเช่าแล้ว ผู้ให้เช่าไม่ได้เก็บค่าเช่าอีกเลย ก็ยังไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนตาม พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน มาตรา 8,9,10 ฉะนั้น จึงต้องเสียภาษี (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 7/2494)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1054/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอ้างบทมาตราผิดในคำฟ้องอาญา: ศาลลงโทษตามบทที่ถูกต้องได้
ฟ้องของโจทก์บรรยายความหาว่าจำเลยได้นำความที่รู้อยู่ว่าเป็นความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นฟ้องตรงตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 118 เมื่อนำพยานสืบก็สืบตามฟ้อง แต่ในคำขอท้ายฟ้องอ้างมาตรา 155 ถึงมาตรา 158 ไม่ได้อ้างมาตรา 118 ดังนี้ เห็นได้ว่าเป็นเรื่องอ้างบทผิด ไม่ใช่ไม่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลย ศาลจึงอาจลงโทษจำเลยในบทที่ถูกต้องคือตามมาตรา 118 ได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 192 วรรค 4

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1054/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องอาญาโดยอ้างบทผิด ศาลอาจลงโทษตามบทที่ถูกต้องได้
ฟ้องของโจทก์บรรยายความหาว่าจำเลยได้นำความที่รู้อยู่ว่าเป็นความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นฟ้องตรงตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 118 เมื่อนำพยานสืบก็สืบตามฟ้อง แต่ในคำขอท้ายฟ้องอ้างมาตรา 155 ถึง มาตรา 158 ไม่ได้อ้างมาตรา 118 ดังนี้ เห็นได้ว่าเป็นเรื่องอ้างบทผิด ไม่ใช่ไม่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลย ศาลจึงอาจลงโทษจำเลยในบทที่ถูกต้องคือตามมาตรา 118 ได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานวางเพลิงเผาทำลายทรัพย์สินผู้อื่นโดยเจตนา แม้มีผู้ห้ามปราม
จำเลยจุดไฟเผาเรียวไผ่ที่โคนกอไผ่ขณะที่ลมกำลังแรง และที่ตรงนั้นก็มีป่าไผ่ติดต่อกันอยู่เป็นพืดตั้ง 20กอ แห้งบ้าง สดบ้าง และใกล้ๆ นั้นก็มีบ้านเรือนของราษฎรอยู่กันหลายหลัง จึงเป็นเรื่องที่น่ากลัวจะเป็นอันตรายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น มีผู้ห้ามจำเลย จำเลยก็ไม่เชื่อฟังขืนจุดจนได้ จึงเป็นเหตุให้ไฟไหม้กอไผ่ขึ้น แล้วลูกไฟปลิวตกไหม้บ้านเรือนผู้เสียหายหมด ดังนี้ความผิดของจำเลยต้องด้วย กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 187-186ไม่ใช่เรื่องทำให้ไฟไหม้โดยประมาทตาม มาตรา 201(1)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจุดไฟเผาในที่เสี่ยงภัยและประมาทเลินเล่อ จนเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินผู้อื่น
จำเลยจุดไฟเผาเรียวไผ่ที่โคนกอไผ่ขณะที่ลมกำลังแรงและที่ตรงนั้นก็มีป่าไผ่ติดต่อกันอยู่เป็นพืดตั้ง 20 กอ แห้งบ้าง สดบ้าง และใกล้ ๆ นั้นก็มีบ้านเรือนของราษฎรอยู่กันหลายหลัง จึงเป็นเรื่องที่น่ากลัวจะเป็นอันตรายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น มีผู้ห้ามจำเลยจำเลยก็ไม่เชื่อฟังขืนจุดจนได้ จึงเป็นเหตุให้ไฟไหม้กอไผ่ขึ้น แล้วลูกไฟปลิวตกไหม้บ้านเรือนผู้เสียหายหมด ดังนี้ ความผิดของจำเลยเลยต้องด้วย ก.ม.อาญามาตรา 187-186 ไม่ใช่เรื่องทำให้ไฟไหม้โดยประมาทตาม ม.201 (1)
of 115