คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ประศาสน์วินิจฉัย

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,149 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1402/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองทำประโยชน์เป็นหลักฐานสำคัญในการได้มาซึ่งสิทธิในที่ดิน การขึ้นบัญชีสำรวจและเสียค่าบำรุงท้องที่มิใช่การครอบครองตามกฎหมาย
การขึ้นบัญชีสำรวจและการเสียค่าบำรุงท้องที่เป็นแต่เพียงข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งอันจะแสดงว่าได้มีการครอบครองทำประโยชน์หรือไม่เท่านั้นไม่มีกฎหมายบัญญัติโดยตรงว่าเป็นการครอบครองตาม กฎหมาย
แม้จะเป็นผู้มีชื่อในบัญชีสำรวจและเป็นผู้เสียค่าบำรุงท้องที่ก็ตามแต่ไม่ได้ครอบครองที่นั้นๆแล้วก็หาได้ชื่อว่าเป็นผู้ครอบครองและหามีสิทธิดีกว่าผู้ที่ครอบครองโดยแท้จริงไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1401/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สมคบคิดฆ่าผู้อื่น: การกระทำร่วมกับผู้ลงมือ และความสัมพันธ์กับผู้ตายเป็นหลักฐาน
จำเลยได้ไปกับพวกอีกคนหนึ่ง แล้วพวกของจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตาย จำเลยกับพวกก็พากันวิ่งหนีไปด้วยกัน จำเลยเป็นคนมีสาเหตุกับผู้ตายมาก่อน ก่อนเกิดเหตุพวกจำเลยคนนั้นก็นั่งคุยอยู่ที่เรือนจำเลย จำเลยย่อมมีความผิดฐานสมคบกับพวกฆ่าคนโดยเจตนา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1401/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สมคบคิดฆ่าผู้อื่น: พฤติการณ์ร่วมกระทำความผิดและมีสาเหตุโกรธเคือง
จำเลยได้ไปกับพวกอีกคนหนึ่ง แล้วพวกของจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตาย จำเลยกับพวกก็พากันวิ่งหนีไปด้วยกัน จำเลยเป็นคนมีสาเหตุกับผู้ตายมาก่อน ก่อนเกิดเหตุพวกจำเลยคนนั้นก็นั่งคุยอยู่ที่เรือนจำเลย จำเลยย่อมมีความผิดฐานสมคบกับพวกฆ่าคนโดยเจตนา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1401/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สมคบคิดฆ่าผู้อื่น: การกระทำร่วมกับผู้ลงมือ และพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุเป็นหลักฐาน
จำเลยได้ไปกับพวกอีกคนหนึ่ง แล้วพวกของจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตาย จำเลยกับพวกก็พากันวิ่งหนีไปด้วยกัน จำเลยเป็นคนมีสาเหตุกับผู้ตายมาก่อน ก่อนเกิดเหตุพวกจำเลยคนนั้นก็นั่งคุยอยู่ที่เรือนจำเลย จำเลยย่อมมีความผิดฐานสมคบกับพวกฆ่าคนโดยเจตนา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1400/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ใบแทนใบสำคัญคนต่างด้าวไม่ใช่หลักฐานผูกมัดสิทธิ การใช้เอกสารปลอมเข้าข่ายความผิดอาญา
ใบแทนใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว เป็นแต่เพียงรายการต่ออายุใบสำคัญเป็นปีๆ เท่านั้น ไม่มีลักษณะเป็นหนังสือสำคัญแก่การตั้งกรรมสิทธิ์หรือหนี้สิน มิใช่เป็นหลักฐานแห่งการเปลี่ยนแก้หรือเลิกล้างโอนกรรมสิทธิหรือหนี้สิน
เมื่อจำเลยใช้ใบแทนใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวซึ่งมีผู้ทำปลอมขึ้นโดยแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนต่างด้าวทั้งที่จำเลยรู้ว่าปลอม จำเลยจึงมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 227 ประกอบด้วย มาตรา 224 มิใช่ตาม มาตรา 227ประกอบด้วย มาตรา 225

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1400/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ลักษณะหนังสือสำคัญต่างด้าวปลอมและการใช้เพื่อการต่ออายุใบสำคัญ ไม่เข้าข่ายการตั้งกรรมสิทธิ์หรือหนี้สิน
ใบแทนใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว เป็นเพียงรายการต่ออายุใบสำคัญเป็นปี ๆ เท่านั้น ไม่มีลักษณะเป็นหนังสือสำคัญแก่การตั้งกรรมสิทธิ์หรือหนี้สินมิใช่เป็นหลักฐานแห่งการเปลี่ยนแก้หรือเลิกล้างโอนกรรมสิทธิหรือหนี้สิน
เมื่อจำเลยใช้ใบแทนใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวซึ่งมีผู้ทำปลอมขึ้นโดยแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนต่างด้าวทั้งที่จำเลยรู้ว่าปลอม จำเลยจึงมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม. 227 ประกอบด้วย ม. 224 มิใช่ตาม ม. 227 ประกอบด้วย ม. 225

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1400/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ใบแทนใบสำคัญคนต่างด้าวไม่ใช่หลักฐานผูกมัดสิทธิ การใช้เอกสารปลอมเข้าข่ายความผิดตามอาญา
ใบแทนใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว เป็นแต่เพียงรายการต่ออายุใบสำคัญเป็นปีๆ เท่านั้น ไม่มีลักษณะเป็นหนังสือสำคัญแก่การตั้งกรรมสิทธิ์หรือหนี้สิน มิใช่เป็นหลักฐานแห่งการเปลี่ยนแก้หรือเลิกล้างโอนกรรมสิทธิหรือหนี้สิน
เมื่อจำเลยใช้ใบแทนใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวซึ่งมีผู้ทำปลอมขึ้นโดยแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนต่างด้าวทั้งที่จำเลยรู้ว่าปลอม จำเลยจึงมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 227 ประกอบด้วย มาตรา 224 มิใช่ตาม มาตรา 227ประกอบด้วย มาตรา 225

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1323/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แจ้งความเท็จต้องมีเจตนาทำให้ผู้อื่นเสียหาย แม้จะแจ้งความตามที่ได้รับมอบหมาย ก็ต้องพิจารณาความสุจริตของผู้แจ้ง
แจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา มาตรา 158 นั้นผู้แจ้งต้องมีเจตนาแจ้งเท็จให้ผู้อื่นเสียหายจึงจะมีความผิด
โจทก์กับบิดาจำเลยทำสัญญาซื้อสวนยางพิพาทกัน ที่สุดสัญญาต้องเลิกเพราะสามีโจทก์เป็นคนต่างด้าว โจทก์ต้องคืนสวนยาง บิดาจำเลยต้องคืนมัดจำตามที่ตกลงกัน แต่โจทก์ถือว่าโจทก์ยังมีสิทธิตัดยางอยู่เพราะยังไม่ได้คืนมัดจำ และจำเลยได้ไปแจ้งตำรวจจับโจทก์หาว่าลักตัดยางของบิดาตามที่บิดาใช้ไปภายหลังที่โจทก์ได้ทราบว่าไม่มีสิทธิซื้อและต้องคืนสวนยางแล้ว เช่นนี้เห็นได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการเข้าใจโดยสุจริตหาได้เจตนาแจ้งความเท็จให้โจทก์เสียหายไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 158

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1323/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาแจ้งความเท็จ – ความเข้าใจโดยสุจริต – ไม่เป็นความผิดตาม ม.158
แจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงานตาม ก.ม. อาญา ม. 158 นั้นผู้แจ้งต้องมีเจตนาแจ้งเท็จให้ผู้อื่นเสียหายจึงจะมีความผิด
โจทก์กับบิดาจำเลยทำสัญญาซื้อสวนยางพิพาทกันที่สุดสัญญาต้องเลิกเพราะสามีโจทก์เป็นคนต่างด้าว โจทก์ต้องคืนสวนยาง บิดาจำเลยต้องคืนมัดจำตามที่ศาลตกลงกัน แต่โจทก์ถือว่าโจทก์ยังมีสิทธิตัดยางอยู่เพราะยังไม่ได้คืนมัดจำและจำเลยได้ไปแจ้งตำรวจจับโจทก์หาว่าลักตัดยางของบิดาตามที่บิดาใช้ไปภายหลังที่โจทก์ได้ทราบว่าไม่มีสิทธิซื้อและต้องคืนสวนยางแล้ว เช่นนี้เห็นได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการเข้าใจโดยสุจริตหาได้เจตนาแจ้งความเท็จให้โจทก์เสียหายไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม ก.ม. อาญา ม. 158

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสมรู้ร่วมคิดกับการวิ่งราวทรัพย์: ผู้ให้พาหนะไม่ใช่ตัวการ
จำเลยร่วมรู้กับตัวการในการวิ่งราวทรัพย์ แต่จำเลยมิได้ลงมือทำการวิ่งราวด้วยพฤติการณ์ยังชี้ไม่ได้ว่ามีการแบ่งแยกหน้าที่กันทำ จำเลยเป็นแต่ให้รถเพื่อใช้เป็นกำลังพาหนะเท่านั้นการกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงผู้สมรู้
of 115