คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ประศาสน์วินิจฉัย

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,149 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 627/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตีความ 'เคหะ' ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ พิจารณาจากเจตนา,สภาพ,ทำเลที่ตั้ง และการใช้ประโยชน์
ความหมายของคำว่า "เคหะ" ตามมาตรา 3 ก็คือ "สิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย" ส่วนบทบัญญัติต่อไปที่ว่า"โดยไม่คำนึงว่าจะใช้เป็นที่ประกอบธุระกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมด้วยเป็นส่วนประธานหรืออุปกรณ์" นั้น เป็นแต่ขยายความแห่งบทบัญญัติตอนต้นเท่านั้น แต่ส่วนสำคัญอยู่ที่ว่า "สิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย" และโดยที่พระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับเรื่องการเช่า ฉะนั้นการที่จะวินิจฉัยสิ่งปลูกสร้างใดที่มีการเช่าจะเข้าอยู่ในความคุ้มครองของพระราชบัญญัติหรือไม่ จึงจำเป็นจะต้องพิจารณาถึงเจตนาของคู่สัญญาด้วย ว่าจะใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าเพื่อการอยู่อาศัยหรือเพื่อการอื่นใดจึงวางหลักไว้ว่า การที่จะวินิจฉัยว่าสิ่งปลูกสร้างใดเป็น "เคหะ" ตามความหมายแห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าหรือไม่นั้น จำต้องคำนึงถึงเจตนาในเวลาเช่า สภาพและทำเลที่ตั้งของสถานที่เช่า และเหตุผลแวดล้อมอย่างอื่นเป็นข้อประกอบด้วย
ม.13 นั้น เป็นเรื่องกฎหมายกำหนด เกณฑ์ที่จะขึ้นค่าเช่าสำหรับเคหะที่ใช้อย่างใดเท่านั้น
เมื่อสัญญาใดไม่มีข้อความระบุถึงผู้ใด ผู้นั้นก็ไม่มีทางจะถือเอาประโยชน์แห่งสัญญานั้นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 627/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตีความ 'เคหะ' ใน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า: พิจารณาเจตนา,สภาพ,ทำเลที่ตั้ง และการใช้ประโยชน์
ความหมายของคำว่า 'เคหะ'ตามมาตรา 3 ก็คือ'สิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย' ส่วนบทบัญญัติต่อไปที่ว่า 'โดยไม่คำนึงว่าจะใช้เป็นที่ที่ประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมด้วยเป็นส่วนประธานหรืออุปกรณ์' นั้นเป็นแต่ขยายความแห่งบทบัญญัติตอนต้นเท่านั้นแต่ส่วนสำคัญอยู่ที่ว่า 'สิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย' และโดยที่พระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับเรื่องการเช่าฉะนั้นการที่จะวินิจฉัยสิ่งปลูกสร้างใดที่มีการเช่าจะเข้าอยู่ในความคุ้มครองของพระราชบัญญัติหรือไม่จึงจำเป็นจะต้องพิจารณาถึงเจตนาของคู่สัญญาด้วยว่าจะใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าเพื่อการอยู่อาศัยหรือเพื่อการอื่นใดจึงวางหลักไว้ว่าการที่จะวินิจฉัยว่าสิ่งปลูกสร้างใดเป็น 'เคหะ'ตามความหมายแห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าหรือไม่นั้น จำต้องคำนึงถึงเจตนาในเวลาเช่า สภาพและทำเลที่ตั้งของสถานที่เช่าและเหตุผลแวดล้อมอย่างที่เป็นข้อประกอบด้วย
มาตรา13นั้นเป็นเรื่องกฎหมายกำหนดเกณฑ์ที่จะขึ้นค่าเช่าสำหรับเคหะที่ใช้อย่างใดเท่านั้น
เมื่อสัญญาใดไม่มีข้อความระบุถึงผู้ใด ผู้นั้นก็ไม่มีทางจะถือเอาประโยชน์แห่งสัญญานั้นได้
เช่าห้องไว้เป็นที่เก็บสัมภาระและเป็นห้องนอนของเด็กที่คอยเติมน้ำมันในร้านขายน้ำมันของผู้เช่า ซึ่งอยู่หน้าห้องเช่าและเปิดเข้าออกถึงกันได้ ดังนี้ถือได้ว่าเช่าห้องไว้ก็เพื่อเป็นอุปกรณ์สำหรับการค้าของผู้เช่าจึงไม่เป็นเคหะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่รับพิจารณาเนื่องจากจำเลยไม่ชำระค่าขึ้นศาลครบถ้วนตามคำสั่งศาล
เมื่อจำเลยไม่ชำระเงินค่าขึ้นศาลให้ครบถ้วนตามคำสั่งของศาลฎีกาก็ต้องถือว่าฎีกาที่จำเลยยื่นมาไม่เป็นฎีกาที่จะรับไว้วินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่รับการพิจารณาเนื่องจากจำเลยไม่ชำระค่าขึ้นศาลตามที่ศาลฎีกาสั่ง แม้จะแถลงไม่ติดใจดำเนินคดี
เมื่อจำเลยไม่ชำระเงินค่าขึ้นศาลให้ครบถ้วนตามคำสั่งของศาลฎีกาก็ต้องถือว่าฎีกาที่จำเลยยื่นมาไม่เป็นฎีกาที่จะรับไว้วินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาประนีประนอมยอมความต้องทำเป็นหนังสือ และประเด็นอำนาจฟ้อง
ผู้เช่าตึกพิพาทตายทายาทตกลงกันถ้าฝ่ายใดได้เช่าตึกนั้นต่อไปก็จะต้องใช้ค่าทดแทนให้อีกฝ่ายหนึ่งมิฉะนั้นจะต้องไปขอรับโอนการเช่าในนามของทายาทร่วมกันข้อตกลงนี้เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความต้องทำเป็นหนังสือ
โจทก์ฟ้องขอให้ปฏิบัติตามข้อตกลง จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้ตกลงกับโจทก์แม้ไม่ได้ต่อสู้ว่า ข้อตกลงนั้นเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความต้องทำเป็นหนังสือก็ตามศาลก็ยกประเด็นเรื่องไม่ได้ทำเป็นหนังสือขึ้นพิจารณาได้ เพราะเป็นเรื่องอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 605/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวที่พอสมควรแก่เหตุ แม้ผู้ตายเป็นผู้เริ่มลงมือทำร้ายก่อน ศาลฎีกายกฟ้อง
ผู้ตายก่อเหตุชกต่อยจำเลยก่อน จำเลยไม่สู้วิ่งหนีไปมีคนจะช่วยผู้ตาย จำเลยจึงหนีไปทางอื่นแต่ก็ยังมีคนวิ่งไล่ตามไปจำเลยจึงใช้มีดขนาดกว้างราว 2 นิ้วมือ ยาวราว 3 องคุลี แทงไปทีหนึ่ง แต่บังเอิญถูกที่สำคัญผู้ตายจึงตาย แม้ไม่ปรากฏว่าผู้ตายใช้อาวุธทำร้ายจำเลย การกระทำของจำเลยก็เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าเพื่อค้าไม่คุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า เมื่อผู้เช่าตาย สิทธิเช่าไม่ตกแก่ทายาท
การเช่าเคหะเพื่อประกอบการค้า มิใช่เพื่ออยู่อาศัยย่อมไม่อยู่ในความคุ้มครองแห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ เมื่อผู้เช่าตายการเช่าย่อมสิ้นสุดลงผู้หนึ่งผู้ใดในครอบครัวของผู้เช่าก็จะถือเอาประโยชน์จาก ม.17 ของ พ.ร.บ.ควบคุมค่า เช่าฯ โดยแสดงความจำนงค์ ขอเช่าต่อไปหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าเพื่อค้า ไม่คุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า เมื่อผู้เช่าเสียชีวิต สิทธิการเช่าสิ้นสุดลง
การเช่าเคหะเพื่อประกอบการค้า มิใช่เพื่ออยู่อาศัยย่อมไม่อยู่ในความคุ้มครองแห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ เมื่อผู้เช่าตายการเช่าย่อมสิ้นสุดลงผู้หนึ่งผู้ใดในครอบครัวของผู้เช่าก็จะถือเอาประโยชน์จาก มาตรา 17 ของพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯโดยแสดงความจำนงขอเช่าต่อไปหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องห้ามกระทำละเมิด: จำเลยต้องยกเหตุผลในการกระทำเป็นข้อต่อสู้ก่อน โจทก์ไม่ต้องระบุรายละเอียดการผิดสัญญาในฟ้อง
โจทก์บรรยายฟ้องโดยท้าวความว่าเดิมจำเลยทำสัญญาจะปลูกตึกในที่โจทก์ จำเลยผิดสัญญา โจทก์ก็ได้บอกเลิกแล้วจำเลยยังฝ่าฝืนอีก โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับ
ดังนี้ประเด็นที่ว่าจำเลยผิดสัญญาและโจทก์บอกเลิกสัญญาหรือไม่นั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อจำเลยอ้างขึ้นต่อสู้ซึ่งยังไม่เป็นข้อพิพาทกันในชั้นฟ้อง ฉะนั้นเมื่อคำบรรยายฟ้องไม่ได้ระบุว่าจำเลยผิดสัญญาประการใดบ้าง ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องห้ามเข้าที่ดิน: จำเลยต้องยกข้อต่อสู้สิทธิ หากโจทก์ฟ้องฐานผิดสัญญา
โจทก็บรรยายฟ้องโดยท้าวความว่าเดิมจำเลยทำสัญญาจะปลูกตึกในที่โจทก์ จำเลยผิดสัญญา โจทก์ก็ได้บอกเลิกแล้วจำเลยยังฝ่าฝืนอีกโจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับ
ดังนี้ประเด็นที่ว่าจำเลยผิดสัญญาและโจทก์บอกเลิกสัญญาหรือไม่นั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อจำเลยอ้างขึ้นต่อสู้ซึ่งยังไม่เป็นข้อพิพาทกันในชั้นฟ้อง ฉนั้นเมื่อคำบรรยายฟ้องไม่ได้ระบุว่าจำเลยผิดสัญญาประการใดบ้าง ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
of 115