คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ประศาสน์วินิจฉัย

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,149 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองไม้สักเกิน 0.20 ลบ.ม. โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และไม้ต้องถูกริบ
การมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองเกิน 0.20 เมตรลูกบาศก์โดยมิได้รับอนุญาตเป็นการผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 ฉะนั้นไม้สักของกลางต้องริบ และในฟ้องไม่ต้องกล่าวว่าไม้สักรายนี้เป็นไม้หวงห้าม เพราะพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3)2494 มาตรา 4 บัญญัติว่าไม้สักเป็นไม้หวงห้ามทั้งสิ้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองไม้สักแปรรูปเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ แม้ไม้สักจะเป็นไม้หวงห้ามโดยปริยาย
การมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองเกิน .02 ม.ลูกบาศก์โดยมิได้รับอนุญาตเป็นการผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ม.48 ฉะนั้นไม้สักของกลางต้องริบและในฟ้องไม่ต้องกล่าวว่าไม้สักรายนี้เป็นไม้หวงห้าม เพราะ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) 2494 ม.4 บัญญัติว่าไม้สักเป็นไม้หวงห้ามทั้งสิ้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1725/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไถทับที่ดินพิพาทก่อนมีคำตัดสินถือเป็นการละเมิดและใช้สิทธิโดยมิชอบ
โจทก์จำเลยพิพาทกันเรื่องกรรมสิทธิ์ที่นา ศาลยังไม่ได้ชี้ขาดว่าที่พิพาทเป็นของฝ่ายใด โจทก์เข้าไถและหว่านข้าวก่อน จำเลยเข้าไถทับ จำเลยต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1725/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไถทับที่ดินพิพาทก่อนศาลตัดสินกรรมสิทธิ์ ถือเป็นการละเมิดและต้องชดใช้ค่าเสียหาย
โจทก์จำเลยพิพาทกันเรื่องกรรมสิทธิ์ที่นา ศาลยังไม่ได้ชี้ขาดว่าที่พิพาทเป็นของฝ่ายใด โจทก์เข้าไถและหว่านข้าวก่อน จำเลยเข้าไถทับ จำเลยต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1724/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำตายของผู้ถูกกระทำร้ายต้องพิสูจน์ขณะหมดหวัง จึงใช้เป็นหลักฐานได้
คำของผู้ถูกกระทำร้ายกล่าวก่อนตายนั้น โจทก์จะต้องนำสืบให้เป็นที่พอใจศาลว่า ผู้ตายได้กล่าวขึ้นขณะที่รู้ตัวว่าหมดหวังที่จะรอดชีวิตแล้ว จึงจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1724/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำตายของผู้ถูกกระทำร้ายต้องพิสูจน์ช่วงเวลาที่กล่าว เพื่อใช้เป็นหลักฐานลงโทษจำเลย
คำของผู้ถูกกระทำร้ายกล่าวก่อนตายนั้น โจทก์จะต้องนำสืบให้เป็นที่พอใจศาลว่า ผู้ตายได้กล่าวขึ้นขณะที่รู้ตัวว่าหมดหวังที่จะรอดชีวิตแล้ว จึงจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1703/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยกเว้นการเกณฑ์ทหารสำหรับพระภิกษุนักธรรม แม้ลาสิกขาแล้วบวชใหม่ ยังคงมีวิทยะฐานะเดิม
จำเลยเคยสอบธรรมศึกษาชั้นเอกได้ แม้จำเลยจะได้สึกไปแล้ว กลับมาอุปสมบทใหม่ก็ไม่ทำให้ขาดจากวิทยะฐานะพระภิกษุนักธรรม ดังนี้จึงได้รับยกเว้นไม่ต้องเรียก เข้ากองประจำการในยามปกติ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1703/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พระนักธรรมได้รับการยกเว้นไม่ต้องรับราชการทหาร แม้สึกแล้วบวชใหม่ วิทยะฐานะยังคงอยู่
จำเลยเคยสอบธรรมศึกษาชั้นเอกได้ แม้จำเลยจะได้สึกไปแล้ว กลับมาอุปสมบทใหม่ก็ไม่ทำให้ขาดจากวิทยะฐานะพระภิกษุนักธรรม ดังนี้จึงได้รับยกเว้นไม่ต้องเรียกเข้ากองประจำการในยามปกติ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1595/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อสู้คดีโดยไม่ชัดเจนและการนำสืบพยานที่ไม่สมเหตุสมผล ศาลมีสิทธิไม่รับฟังพยาน
ฟ้องเรียกเงินกู้ จำเลยต่อสู้ว่าไม่เคยกู้เงิน ไม่เคยทำสัญญากู้พิมพ์ลายนิ้วมือให้โจทก์โดยตรงตามเอกสารท้ายฟ้อง โจทก์ทำปลอมขึ้น เอกสารท้ายฟ้องไม่ถูกต้องทั้งหมดและไม่สมบูรณ์ ดังนี้ เป็นข้อต่อสู้กำกวม คล้ายกับจะให้เข้าใจว่าจำเลยไม่ได้พิมพ์ลายนิ้วมือให้โจทก์ เมื่อสืบพยานจำเลย ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลย 5 ปากว่าจำเลยกู้เงินนายหยิบลงลายมือชื่อให้ในกระดาษเปล่า จำเลยทราบว่านายหยิบให้ลายพิมพ์นิ้วมือแก่โจทก์ จำเลยขอสืบพยานต่อไป ศาลไม่อนุญาตให้สืบ เป็นการชอบแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตคำขอของอัยการและผู้เสียหายในการอุทธรณ์โทษอาญา: ศาลฎีกาพิจารณาจากคำขอให้ลงโทษหนักได้
อัยการและผู้เสียหายต่างอุทธรณ์ด้วยกัน โดยผู้เสียหายขอให้ศาลอุทธรณ์อย่ารอการลงโทษแก่จำเลย อัยการขอให้ศาลอุทธรณ์ลงโทษให้หนักขึ้น ดังนี้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาตามคำขอของอัยการได้ ไม่เป็นการเกินคำขอ
of 115