พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,149 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1138/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญชาติและการเป็นคนต่างด้าว: การพิจารณาจากเชื้อชาติ, ประกาศกระทรวง, และการอพยพเข้าประเทศไทย
ประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 5 กันยายน 2483 และ 20 ธันวาคม 2483 ( ออกตามความในมาตรา 30 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2480 และมาตรา 5 พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2481 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2483
ประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 5 กันยายน 2483 และ 20 ธันวาคม 2483 นั้น หาได้รับรองให้คนต่างด้าวผู้อพยพเข้ามาตามประกาศได้มีสัญชาติเป็นไทยไม่ เมื่อคนต่างด้าวผู้อพยพเข้ามานั้นถูกส่งตัวออกไปนอกราชอาณาจักรแล้วกลับหลบเข้ามาอีกก็ย่อมมีความผิดตามพ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2493 ม.21,58,
ประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 5 กันยายน 2483 และ 20 ธันวาคม 2483 นั้น หาได้รับรองให้คนต่างด้าวผู้อพยพเข้ามาตามประกาศได้มีสัญชาติเป็นไทยไม่ เมื่อคนต่างด้าวผู้อพยพเข้ามานั้นถูกส่งตัวออกไปนอกราชอาณาจักรแล้วกลับหลบเข้ามาอีกก็ย่อมมีความผิดตามพ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2493 ม.21,58,
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1138/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สถานะสัญชาติของผู้อพยพ: การบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองกับผู้มีเชื้อชาติอื่น แม้มีประกาศผ่อนผัน
ประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 5 กันยายน 2483 และ 20 ธันวาคม2483 นั้น หาได้รับรองให้คนต่างด้าวผู้อพยพเข้ามาตามประกาศได้มีสัญชาติเป็นไทยไม่ เมื่อคนต่างด้าวผู้อพยพเข้ามานั้นถูกส่งตัวออกไปนอกราชอาณาจักรแล้วกลับหลบเข้ามาอีกก็ย่อมมีความผิดตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2493 มาตรา 21,58
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษอาญาจากพยานแวดล้อม แม้ไม่มีประจักษ์พยานยืนยัน
ศาลจะอาศัยพยานบุคคลและวัตถุพยานแวดล้อมกรณีลงโทษจำเลยก็ได้ เมื่อศาลได้ชั่งน้ำหนักพยานแล้วแน่ใจว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิด แม้คดีจะไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นขณะจำเลยลงมือกระทำผิดก็ตาม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยานหลักฐานทางอ้อมเพียงพอพิสูจน์ความผิดอาญา แม้ไม่มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์
ศาลจะอาศัยพยานบุคคลและวัตถุพยานแวดล้อมกรณีลงโทษจำเลยก็ได้ เมื่อศาลได้ชั่งน้ำหนักพยานแล้วแน่ใจว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิด แม้คดีจะไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นขณะจำเลยลงมือกระทำผิดก็ตาม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเจ้าของทรัพย์สินเมื่อผู้เช่าจำนำทรัพย์ – สัญญาจำนำไม่ผูกมัดเจ้าของ
ให้เช่าทรัพย์สินไปแล้วผู้เช่าเอาทรัพย์นั้นไปจำนำไว้กับผู้อื่น เจ้าของผู้ให้เช่าย่อมมีสิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนได้ ผู้รับจำนำไม่มีสิทธิจะยึดของที่จำนำไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเจ้าของทรัพย์สินเมื่อผู้เช่าจำนำทรัพย์ - ผู้รับจำนำไม่มีสิทธิยึดทรัพย์
ให้เช่าทรัพย์สินไปแล้วผู้เช่าเอาทรัพย์นั้นไปจำนำไว้กับผู้อื่นเจ้าของผู้ให้เช่าย่อมมีสิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนได้ ผู้รับจำนำไม่มีสิทธิจะยึดของที่จำนำไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทะเบียนสมรสไม่ใช่ 'หนังสือสำคัญ' ตาม ม.6(20) อาญา การทำลายจึงไม่ผิดฐานซ่อนเร้นทำลายหลักฐาน
ทะเบียนการสมรสไม่ใช่หนังสือสำคัญตามความหมายของมาตรา 6(20) ดังนั้นการซ่อนเร้นหรือทำลายทะเบียนสมรสจึงไม่เป็นความผิดฐานซ่อนเร้น หรือทำลายหนังสือสำคัญตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.228
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทะเบียนสมรสไม่ใช่หนังสือสำคัญตามกฎหมายอาญา การทำลายจึงไม่เป็นความผิด
ทะเบียนการสมรสไม่ใช่หนังสือสำคัญตามความหมายของมาตรา 6(20) ดังนั้นการซ่อนเร้นหรือทำลายทะเบียนสมรส จึงไม่เป็นความผิดฐานซ่อนเร้น หรือทำลายหนังสือสำคัญตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 228
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1079/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทำร้ายร่างกายถึงแก่ความตายจากความเมา ไม่เจตนาฆ่า ลดโทษจากข้อหาฆ่าเป็นทำร้ายร่างกายถึงแก่ความตาย
จำเลยไม่มีสาเหตุกับผู้ตายจำเลยใช้มีดเล็ก ๆ ยาวขนาด 5 นิ้วหัวแม่มือแทงผู้ตาย 1 ทีในขณะมาจำเลยไม่เจตนาจะให้ถึงตายหากไปถูกที่สำคัญ ประกอบกับการรักษาพยาบาลไม่ดีพอ ผู้ตายจึงได้ตาย ความผิดจำเลยต้องด้วย ก.ม.อาญา ม.2521
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1079/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย: เจตนา, สาเหตุ, และการรักษา
จำเลยไม่มีสาเหตุกับผู้ตาย จำเลยใช้มีดเล็กๆ ยาวขนาด 5 นิ้วหัวแม่มือแทงผู้ตาย 1 ทีในขณะเมา จำเลยไม่เจตนาจะให้ถึงตายหากไปถูกที่สำคัญ ประกอบกับการรักษาพยาบาลไม่ดีพอ ผู้ตายจึงได้ตาย ความผิดจำเลยต้องด้วยกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 251