คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ประศาสน์วินิจฉัย

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,149 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588-593/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลอุทธรณ์กับการผูกพันตามคำสั่งรับอุทธรณ์ และการวางทรัพย์กับฐานะผิดนัดชำระหนี้
ศาลอุทธรณ์หาจำต้องผูกมัดตามคำสั่งรับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นไม่
การวางทรัพย์ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 330,333, นั้นเป็นเรื่องการปลดเปลี้องให้พ้นความรับผิดในการชำระหนี้ ส่วนเรื่องลูกหนี้ได้ผิดนัดขำระหนี้แล้วหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588-593/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลอุทธรณ์ & การวางทรัพย์ชำระหนี้: ไม่ผูกมัดคำสั่งศาลชั้นต้น และแยกประเด็นผิดนัดชำระหนี้
ศาลอุทธรณ์หาจำต้องผูกมัดตามคำสั่งรับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นไม่
การวางทรัพย์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 331,333 นั้นเป็นเรื่องการปลดเปลื้องให้พ้นความรับผิดในการชำระหนี้ส่วนเรื่องลูกหนี้ได้ผิดนัดชำระหนี้แล้วหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 569/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิพาทเรื่องการอาศัยและการเช่าตึก แม้เคยเป็นสามีภริยากัน แต่รูปคดีไม่ได้เกี่ยวกับสิทธิครอบครัว ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณา
โจทย์ฟ้องขับไล่จำเลย โดยอ้างว่าจำเลยอาศัยโจทก์อยู่ คดีจึงพิพาทกันเพียงว่าจำเลยอาศัยโจทก์จริงหรือไม่ แม้จำเลยจะอ้างว่าเป็นสามีโจทก์ ก็ไม่ทำให้รูปคดีเปลี่ยนไป ไม่ใช่คดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัว ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้
โจทก์จำเลยมิได้เป็นสามีภริยากันโดยชอบ โจทก์เช่าตึกพิพาทโดยลำพัง มิได้เป็นตัวแทนจำเลย และจำเลยเคยรับว่าอาศัยโจทก์อยู่จำเลยจึงไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของร่วมในสิทธิการเช่ารายนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 569/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องขับไล่ผู้ที่เคยอยู่กินเป็นสามีภริยากันและอาศัยอยู่กับโจทก์ โดยไม่ได้เป็นผู้เช่าร่วม
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย โดยอ้างว่าจำเลยอาศัยโจทก์อยู่คดีจึงพิพาทกันเพียงว่าจำเลยอาศัยโจทก์จริงหรือไม่แม้จำเลยจะอ้างว่าเป็นสามีโจทก์ ก็ไม่ทำให้รูปคดีเปลี่ยนไปไม่ใช่คดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัว ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้
โจทก์จำเลยมิได้เป็นสามีภริยากันโดยชอบ โจทก์เช่าตึกพิพาทโดยลำพัง มิได้เป็นตัวแทนจำเลย และจำเลยเคยรับว่าอาศัยโจทก์อยู่จำเลยจึงไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของร่วมในสิทธิการเช่ารายนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 550/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจดุลยพินิจศาลในการพิสูจน์พยาน: เหตุผลที่ไม่เพียงพอต่อการพิสูจน์
การขอพิศูจน์พยานเป็นเรื่องอยู่ในอำนาจในดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 550/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจดุลพินิจศาลในการพิสูจน์พยาน: คดีเพิกถอนการโอนที่ดิน
การขอพิสูจน์พยานเป็นเรื่องอยู่ในอำนาจในดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาเป็นเรื่องๆไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 538/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความค่าเสียหายจากความผิดทางอาญา: ผู้ร่วมกระทำผิด vs. ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
การเรียกร้องค่าเสียหายในมูลอันเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญาให้นับอายุความทางอาญาที่ยามกว่าตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 448 วรรค 2 นั้น หมายความเฉพาะการเรียกร้องจากตัวผุ้กระทำผิดหรือผู้ร่วมในการกระทำผิดโดยเฉพาะ มิได้หมายถึงผู้อื่น ที่มิได้ร่วมในการกระทำผิด ( อ้างฎีกาที่ 383/2497 )

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 538/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ไม่ร่วมกระทำผิด: นับตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
การเรียกร้องค่าเสียหายในมูลอันเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญาให้นับอายุความทางอาญาที่ยาวกว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคสอง นั้นหมายความเฉพาะการเรียกร้องจากตัวผู้กระทำผิดหรือผู้ร่วมในการกระทำผิดโดยเฉพาะมิได้หมายถึงผู้อื่น ที่มิได้ร่วมในการกระทำผิด (อ้างฎีกาที่ 383/2497)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 524/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ที่ดินงอกต่อ vs. ที่สาธารณะริมน้ำ: การพิพากษาคดีบุกรุกโดยไม่ต้องลงพื้นที่
ที่ห้องทางน้ำซึ่งตื้นเขินขึ้นสูงกว่าที่ของโจทก์ และมีลำรางน้ำฝนไหลคั่นกลางเช่นนี้ หาใช่ที่งอกต่อจากที่โจทก์ไม่ แต่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน
เมื่อศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงในคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ศาลก็มีอำนาจพิพากษาคดีนั้นได้ โดยไม่ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 524/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ที่ดินตื้นเขินริมน้ำไม่ใช่ที่งอกต่อจากที่ดินโฉนด เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ศาลวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องรังวัด
ที่ท้องทางน้ำซึ่งตื้นเขินขึ้นสูงกว่าที่ของโจทก์และมีลำรางน้ำฝนไหลคั่นกลางเช่นนี้หาใช่ที่งอกต่อจากที่โจทก์ไม่แต่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน
เมื่อศาลเห็นว่า ข้อเท็จจริงในคดีพอวินิจฉัยได้แล้วศาลก็มีอำนาจพิพากษาคดีนั้นได้ โดยไม่ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป
of 115