คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ประศาสน์วินิจฉัย

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,149 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1415/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ที่ดินวัด: อาณาเขตจริงสำคัญกว่าโฉนด
วัด 2 วัดเป็นวัดมานมนานด้วยกัน มีอาณาเขตติดต่อกันต่างวัดต่างมีเจ้าอาวาสปกครองมีนิกายต่างกัน การทำสังฆกรรมก็ไม่ได้ทำร่วมกัน และมีเขตพรรษาต่างหากจากกัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรังวัดออกโฉนดที่ดินของ 2 วัดนี้ รวมเป็นโฉนดเดียวกันแล้วลงชื่อวัดหนึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว ดังนี้ ก็หาทำให้วัดที่มีชื่อในโฉนดมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินรวมทั้ง 2 วัดแต่ฝ่ายเดียวไม่ ต่างวัดต้องถือกรรมสิทธิ์ตามเขตที่เป็นจริง ของแต่ละวัด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1400/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปล่อยทรัพย์ในชั้นบังคับคดี: อุทธรณ์กรรมสิทธิ์หลังศาลชั้นต้นปล่อยทรัพย์แล้วเป็นเรื่องใหม่
ในชั้นบังคับคดีมีผู้ร้องหลายรายร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเมื่อศาลชั้นต้นสั่งปล่อยทรัพย์แล้วโจทก์มิได้อุทธรณ์ การปล่อยทรัพย์ในชั้นบังคับคดีก็ย่อมเสร็จสิ้นไป ผู้ร้องด้วยกันจะอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดข้อโต้แย้งระหว่างผู้ร้องด้วยกันและจำเลยว่าฝ่ายใดจะมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นอีกนั้น ไม่มีประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ ควรจะต้องไปว่ากล่าวกันอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1400/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับคดีและการปล่อยทรัพย์: ศาลชั้นต้นสั่งปล่อยทรัพย์แล้วโจทก์ไม่โต้แย้ง ถือเป็นที่สุด ส่วนข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิในมรดกต้องไปฟ้องร้องอีกคดี
ในชั้นบังคับคดีมีผู้ร้องหลายรายร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเมื่อศาลชั้นต้นสั่งปล่อยทรัพย์แล้วโจทก์มิได้อุทธรณ์ การปล่อยทรัพย์ในชั้นบังคับคดีก็ย่อมเสร็จสิ้นไป ผู้ร้องด้วยกันจะอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดข้อโต้แย้งระหว่างผู้ร้องด้วยกันและจำเลยว่าฝ่ายใดจะมีกรรมสิทธิในทรัพย์สินนั้นอีกนั้น ไม่มีประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ ควรจะต้องไปว่ากล่าวกันอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1387/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ โทษกักกันเป็นโทษเพิ่มเติมนอกเหนือจากโทษฐานความผิด การลดโทษตามมาตรา 59 จึงใช้ไม่ได้
โทษกักกันเป็นโทษเพิ่มสถานหนึ่งต่างหากจากโทษอันเป็นฐานความผิดที่ได้กระทำลง ฉะนั้นแม้จำเลยจะรับสารภาพศาลก็จะลดโทษกักกันให้ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 59 ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1387/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ โทษกักกันเป็นโทษเพิ่มสถาน ลดหย่อนตามมาตรา 59 มิได้
โทษกักกันเป็นโทษเพิ่มสถานหนึ่งต่างหากจากโทษอันเป็นฐานความผิดที่ได้กระทำลง ฉะนั้นแม้จำเลยจะรับสารภาพศาลก็ลดทษกักกันให้ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 59 ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 66/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเบิกจ่ายเงินค่าจ้างงานโดยมิได้จ่ายจริง และการปลอมแปลงเอกสารบัญชีเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้รับเหมา แม้ไม่มีความเสียหาย แต่ถือเป็นความผิด
จำเลยเป็นผู้กำกับแขวงการทาง ได้จ้างเหมาบุคคลภายนอกขนลูกรังมากองตามถนนสายที่กำลังก่อสร้าง แล้วทำบัญชีเป็นว่ามีคนงานของแขวงการทางนั้นทำการขนลูกรังเอง แล้วเบิกจ่ายเงินค่าจ้างรายวันพร้อมทั้งเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนชั่วคราวและเงินยังชีพให้แก่คนงานเหล่านั้น โดยกอรกชื่อบุคคลต่าง ๆ ลงในบัญชีกับให้ลงลายมือชื่อว่าได้รับเงินค่าจ้างในฐานเป็นคนงานของแจวงการทางนั้นจากจำเลยแล้ว ซึ่งความจริงบุคคลที่ลงในบัญชีดังกล่าวมิได้เป็นคนงานของแขวงการทางเลย หากจำเลยได้เอาเงินที่เบิกมาได้นั้นจ่ายให้แก่ผู้รับเหมาไป ดังนี้เมื่อปรากฏว่าวิธีที่จำเลยให้บุคคลภายนอกรับงานไปทำนั้น ได้ผลงานดีกว่าที่จะให้คนงานรายวันของกรมทางทำเอง ค่าจ้างที่จำเลยจ่ายให้แก่ผู้รับเหมาก็ย่อมเยาว์ และจำเลยได้จ่ายเงินค่าแรงงานให้ผู้รับเหมารับไปจริง ๆ ไม่มีการเบียดบังเอาไว้เลย จึงไม่มีการเสยหาย จำเลยย่อมไม่ผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 133, 230 ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 736,737/2478,1189/2480

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 66/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเบิกจ่ายค่าจ้างงานโดยมิได้มีลูกจ้างจริง แต่ได้ผลงานและไม่มีความเสียหาย จึงไม่เป็นความผิด
จำเลยเป็นผู้กำกับแขวงการทาง ได้จ้างเหมาบุคคลภายนอกขนลูกรังมากองตามถนนสายที่กำลังก่อสร้าง แล้วทำบัญชีเป็นว่ามีคนงานของแขวงการทางนั้นทำการขนลูกรังเองแล้วเบิกจ่ายเงินค่าจ้างรายวันพร้อมทั้งเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนชั่วคราวและเงินยังชีพให้แก่คนงานเหล่านั้น โดยกรอกชื่อบุคคลต่างๆ ลงในบัญชีกับให้ลงลายมือชื่อว่าได้รับเงินค่าจ้างในฐานเป็นคนงานของแขวงการทางนั้นจากจำเลยแล้ว ซึ่งความจริงบุคคลที่ลงชื่อในบัญชีดังกล่าวมิได้เป็นคนงานของแขวงการทางเลยหากจำเลยได้เอาเงินที่เบิกมาได้นั้นจ่ายให้แก่ผู้รับเหมาไป ดังนี้ เมื่อปรากฏว่าวิธีที่จำเลยให้บุคคลภายนอกรับงานไปทำนั้น ได้ผลงานดีกว่าที่จะให้คนงานรายวันของกรมทางทำเอง ค่าจ้างที่จำเลยจ่ายให้แก่ผู้รับเหมาก็ย่อมเยาและจำเลยได้จ่ายเงินค่าแรงงานให้ผู้รับเหมารับไปจริงๆไม่มีการเบียดบังเอาไว้เลยจึงไม่มีการเสียหาย จำเลยย่อมไม่ผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา133, 230 ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 736,737/2478,1189/2480

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินมือเปล่าจากการยกให้และครอบครองต่อเนื่อง แม้ไม่เป็นไปตามแบบ
ที่สวนมือเปล่า ไม่มีหนังสือสำคัญนั้น เมื่อทางพิจรณาไม่มีฝ่ายใดนำสืบว่าที่สวนรายนี้เจ้าของได้มิสิทธิในที่ดินตาม ก.ม.ลักษณะเบ็ดเสร็จที่ 42 มาแล้ว ก็ต้องถือว่าเจ้าของมีสิทธิครอบครองมือเปล่าตามธรรมดาเช่นเดียวกับที่นาเท่านั้น (อ้างฎีกาที่ 482/2494)
ยกสวนที่สวนมือเปล่าให้แก่กัน แม้จะทำไม่ถูกแบบตามกฎหมายก็ตาม ก็ยังถือได้ว่าผู้ให้ได้มีเจตนาสละการครอบครองให้เป็นของผู้รีบ เมื่อผู้รับได้เข้าครอบครองที่สวนนั้นตามที่ผู้ให้มีเจตนาสละให้ผู้รับจึงได้สิทธิครอบครองที่สวนนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าและการโอนสิทธิโดยปราศจากแบบตามกฎหมาย
ที่สวนมือเปล่า ไม่มีหนังสือสำคัญนั้น เมื่อทางพิจารณาไม่มีฝ่ายใดนำสืบว่าที่สวนรายนี้เจ้าของได้มีพิทธิในที่ดินตาม กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 มาแล้ว ก็ต้องถือว่าเจ้าของมีสิทธิครอบครองมือเปล่าตามธรรมดาเช่นเดียวกับที่นาเท่านั้น (อ้างฎีกาที่ 882/2494)
ยกที่สวนมือเปล่าให้แก่กัน แม้จะทำไม่ถูกแบบตามกฎหมายก็ตามก็ยังถือได้ว่าผู้ให้ได้มีเจตนาสละการครอบครองให้เป็นของผู้รับ เมื่อผู้รับได้เข้าครอบครองที่สวนนั้นตามที่ผู้ให้มีเจตนาสละให้ ผู้รับจึงได้สิทธิครอบครองที่สวนนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2005/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขนย้ายข้าวข้ามเกาะ แม้ในเขตจังหวัดเดียวกัน ต้องขออนุญาตตามกฎหมาย
การขนย้ายข้าวจากพื้นแผ่นดินใหญ่ไปยังเกาะโดยทางทะเลนั้น แม้เกาะนั้น จะเป็นเขตในจังหวัดเดียวกันกับพื้นแผ่นดินใหญ่ในทางปกครองก็ตาม แต่ประกาศคณะกรรมการสำรวจและห้ามกักกันข้าวฉะบับที่ 36 พ.ศ.2490 และฉะบับที่ 51 พ.ศ.2493 ได้กำหนดเขตจังหวัดที่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเลว่า ถ้าด้านที่ติดต่อกับทะเลในตอนใด เป็นทางน้ำหรือทะเลให้ถือว่าเขตห้ามขนย้ายข้าวมีกำหนดเพียงชายตลิ่งหรือชายฝั่งเท่านั้น ดังนี้ การขนย้ายข้าวจากพื้นแผ่นดินใหญ่ไปยังเกาะนั้น จึงต้องถือว่าเป็นการขนย้ายข้าวออกนอกเขตห้ามขนย้ายข้าวจะต้องได้รับอนุญาตเสียก่อน มิฉะนั้นย่อมเป็นความผิด
of 115