พบผลลัพธ์ทั้งหมด 571 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1574/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบยานพาหนะ (เกวียนและโค) ที่ใช้ในการกระทำผิดตัดไม้ทำลายป่า แม้เจ้าของยานพาหนะจะไม่ได้ถูกลงโทษในความผิดนั้นโดยตรง
เมื่อปรากฏว่า เกวียนและโคของกลางใช้บรรทุกไม้ท่อนซึ่งตัดโดยผิดกฎหมายแล้วชักลากออกจากป่าเพื่อจะเอาไม้นั้น จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นเจ้าของเกวียนหรือผู้ใช้เกวียนนั้นได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ได้ช่วยขนไม้นี้ออกจากป่า แม้จะเป็นการใช้เพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ ฯ แล้วเกวียนและโคเหล่านั้นย่อมนับได้ว่าเป็นยานพาหนะซึ่งบุคคลได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำผิดตามมาตรา 11 จึงเป็นยานพาหนะที่เข้าข่ายต้องริบตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 18 แม้ถึงว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 จะมิได้ถูกลงโทษในความผิดตามมาตรา 11 ด้วยก็ตาม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1574/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิดป่าไม้ - รู้เห็นเป็นใจ
เจ้าของเกวียนและโค นำเกวียนและโคของตนไปใช้บรรทุกไม้ท่อนซึ่งมีผู้ตัดโดยผิดกฎหมาย แล้วชักลากออกจากป่าเพื่อประโยชน์ของผู้ตัด โดยผู้ตัดจะเอาไม้นั้น และเจ้าของเกวียนและโคก็รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของผู้ตัด ดังนี้ เกวียนและโคย่อมเป็นยานพาหนะซึ่งได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิด ต้องริบตาม มาตรา 74ทวิ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1572/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และเครื่องมือที่ใช้ต้องถูกริบ
เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องว่า จำเลยได้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยมิได้ขออนุญาตก่อนตั้งจริง แม้จำเลยจะแก้ว่าเป็นการทดลองเครื่องเลื่อยไม่ได้เรียบร้อยแล้วจึงจะไปขออนุญาตตั้งทีหลัง ก็หาทำให้จำเลยหลุดพ้นจากความผิดฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยมิได้รับอนุญาตไม่ กรณีเช่นนี้บรรดาเครื่องมือเครื่องใช้ที่ได้ใช้ในการกระทำผิดย่อมต้องริบตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 18
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1568/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความได้สิทธิภาระจำยอม & ที่ดินสูงต่ำตามธรรมชาติ
อายุความได้สิทธิที่จะนำมาใช้แก่การจำยอม โดยอนุโลมดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 นั้น ได้แก่อายุความตามมาตรา 1382 มาตรานี้กำหนดอายุความไว้ 10 ปี โดยไม่แยกว่าจะเป็นที่ดินมือเปล่าหรือที่ดินมีโฉนด ส่วนอายุความตามมาตรา 1375 นั้น หาใช่อายุความได้สิทธิไม่
คำว่าที่ดินสูง ที่ดินต่ำตามมาตรา 1339, 1340 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น หมายถึงที่ดินสูงต่ำตามธรรมชาติ เจ้าของที่ดินต่ำหาจำต้องรับน้ำจากที่ดินที่ถมให้สูงขึ้นไม่
คำว่าที่ดินสูง ที่ดินต่ำตามมาตรา 1339, 1340 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น หมายถึงที่ดินสูงต่ำตามธรรมชาติ เจ้าของที่ดินต่ำหาจำต้องรับน้ำจากที่ดินที่ถมให้สูงขึ้นไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1568/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความภารจำยอมและที่ดินสูงต่ำ: การนำอายุความมาตรา 1401 มาใช้ และความหมายของที่ดินสูงต่ำตามธรรมชาติ
อายุความได้สิทธิที่จะนำมาใช้แก่ภารจำยอมโดยอนุโลมดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 นั้น ได้แก่อายุความตาม มาตรา 1382 มาตรานี้กำหนดอายุความไว้ 10 ปี โดยไม่แยกว่าจะเป็นที่ดินมือเปล่าหรือที่ดินมีโฉนด ส่วนอายุความตาม มาตรา 1375 นั้น หาใช่อายุความได้สิทธิไม่
คำว่า ที่ดินสูง ที่ดินต่ำตาม มาตรา 1339,1340 นั้นหมายถึงที่ดินสูงต่ำตามธรรมชาติ เจ้าของที่ดินต่ำหาจำต้องรับน้ำจากที่ดินที่ถมขึ้นให้สูงไม่
คำว่า ที่ดินสูง ที่ดินต่ำตาม มาตรา 1339,1340 นั้นหมายถึงที่ดินสูงต่ำตามธรรมชาติ เจ้าของที่ดินต่ำหาจำต้องรับน้ำจากที่ดินที่ถมขึ้นให้สูงไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจสั่งย้ายและมอบหมายหน้าที่ข้าราชการของ ผู้ว่าราชการจังหวัด และความผิดฐานยักยอกเงิน
จำเลยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกรมมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งย้ายจำเลยไปดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอตรีประจำอำเภอเมือง พร้อมกันนั้นก็ได้สั่งให้จำเลยคงทำงานเป็นผู้ช่วยเสมียนตราจังหวัดอยู่ ณ ที่เก่า มีหน้าที่รับเงินอากรการฆ่าสัตว์ที่อำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดนั้นนำส่งแผนกมหาดไทย เพื่อนำฝากคลังตามระเบียบ ผู้ว่าราชการจังหวัดย่อมมีอำนาจสั่งดังกล่าวได้ และเมื่อจำเลยรับเงินประเภทดังกล่าวนั้นแล้ว นำไปหาผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่นำฝากคลัง ก็ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ตามที่แก้ไข
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้าราชการรับเงินอากรแล้วยักยอก – อำนาจสั่งการของผู้ว่าราชการ – การปฏิบัติหน้าที่แม้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง
จำเลยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกรมมหาดไทยผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งย้ายจำเลยไปดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอตรีประจำอำเภอเมือง พร้อมกันนั้นก็ได้สั่งให้จำเลยคงทำงานเป็นผู้ช่วยเสมียนตราจังหวัดอยู่ ณ ที่เก่า มีหน้าที่รับเงินอากรการฆ่าสัตว์ที่อำเภอต่างๆ ในจังหวัดนั้น นำส่งแผนกมหาดไทยเพื่อนำฝากคลังตามระเบียบผู้ว่าราชการจังหวัดย่อมมีอำนาจสั่งดังกล่าวได้ และเมื่อจำเลยรับเงินประเภทดังกล่าวนั้นแล้ว นำไปหาผลประโยชน์ส่วนตัวไม่นำฝากคลัง ก็ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ตามที่แก้ไข
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1474/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าสิ้นอายุ vs. การบอกเลิกสัญญาจากข้อรับรอง: ศาลฎีกาเน้นประเด็นวันสิ้นสุดสัญญาเช่าเป็นมูลฟ้อง
ฟ้องขับไล่ที่ถือเอาเหตุที่สัญญาเช่าสิ้นอายุเป็นมูลฟ้องด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1431/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องแย้งเรื่องจำนองและสัญญาเช่าไม่เกี่ยวข้องกัน ศาลไม่รับฟ้องแย้ง
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างว่าผิดสัญญาเช่าที่ดิน จำเลยให้การปฏิเสธและฟ้องแย้งว่าที่ดินพิพาทเดิมจำเลยจำนองโจทก์ แล้วโอนให้โจทก์ โดยไม่ต้องบังคับจำนอง โจทก์ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มเงินให้แล้ว โจทก์ผิดคำมั่นจึงขอเรียกเงินจำนวนนั้น เช่นนี้ เป็นกรณีเกี่ยวกับข้อตกลงที่โจทก์ได้ที่ดินมาจากจำเลยอีกส่วนหนึ่งไม่เกี่ยวกับการเช่าในฟ้องเดิมอย่างใด จึงเป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องไปว่ากล่าวกับโจทก์อีกต่างหาก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประเพณีทางการค้าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา แม้ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจน หากคู่สัญญาทราบดี
จำเลยรับจองระวางเรือเพื่อขนส่งสินค้าปอของโจทก์จากท่าเรือกรุงเทพฯ ไปเมืองเกาซุง (ไต้หวัน) โดยคิดค่าระวาง 1,000 กิโลกรัมต่อ 40 เหรียญฮ่องกง แต่ในหนังสือรับจองระวางมิได้ระบุว่าโจทก์จะต้องมัดอัดสินค้าปอของโจทก์ให้แน่น ดังนี้ เมื่อมีประเพณีว่าการส่งปอทางเรือไปต่างประเทศ ผู้ส่งจะต้องมัดอัดปอด้วยเครื่องให้แน่นและโจทก์ก็ได้ทราบประเพณีนี้ดีอยู่แล้ว ประเพณีเช่นว่านี้จึงเป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยด้วย หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามประเพณีดังกล่าวจำเลยก็มีสิทธิบอกเลิกสัญญารับจองระวางเรือนั้นได้