คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
บริรักษ์จรรยาวัตร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 571 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 639/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบุกรุกทางสาธารณะ การพิสูจน์ความเป็นเจ้าของทาง และผลของการปฏิเสธคำสั่งเจ้าพนักงาน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกทางสาธารณ จำเลยให้การต่อสู้ว่าเป็นทางเข้านาของจำเลย และโจทก์จำเลยกับพยานแถลงรับกันว่า ผู้มีที่นาอยู่แถวนั้นต่างสละเนื้อที่นาและช่วยกันตัดเป็นทางชิ้น จึงอาจเป็นทางส่วนตัวซึ่งคนแถวนั้นทำขึ้นใช้ร่วมกัน มิใช่ทางสาธารณะก็ได้
คดีฟ้องหาว่าจำเลยขัดคำสั่งนายอำเภอผู้เป็นเจ้าพนักงาน โดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งแล้วนั้น เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อหา ย่อมหมายความว่าจำเลยยังไม่ทราบคำสั่งของนายอำเภอ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 639/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิพาทเรื่องทางสาธารณและขอบเขตที่ดิน การปฏิเสธความรู้แจ้งคำสั่งเจ้าพนักงาน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกทางสาธารณ จำเลยให้การต่อสู้ว่าเป็นทางเข้านาของจำเลยและโจทก์จำเลยกับพยานแถลงรับกันว่า ผู้มีที่นาอยู่แถวนั้นต่างสละเนื้อที่นาและช่วยกันตัดเป็นทางขึ้นจึงอาจเป็นทางส่วนตัวซึ่งคนแถวนั้นทำขึ้นใช้ร่วมกันมิใช่ทางสาธารณก็ได้
คดีฟ้องหาว่าจำเลยขัดคำสั่งนายอำเภอผู้เป็นเจ้าพนักงานโดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งแล้วนั้นเมื่อจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อหา ย่อมหมายความว่าจำเลยยังไม่ทราบคำสั่งของนายอำเภอ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 501/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย แม้เป็นการสัมผัสทางกายภาพ
จำเลยจับมือและกอดเด็กหญิงผู้เสียหายอายุ 14 ปีถือได้ว่าเป็นการใช้แรงกายภาพ ซึ่งเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายตามความหมายใน มาตรา 1(6) แล้ว การกระทำของจำเลยดังกล่าว เป็นความผิดฐานกระทำอนาจารตาม มาตรา 278

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 501/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำอนาจารด้วยการใช้กำลังประทุษร้ายต่อเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี
จำเลยจับถือและกอดเด็กหญิง ผู้เสียหายอายุ 14 ปี ถือได้ว่าเป็นการใช้แรงกายภาพ ซึ่งเป็นการใช้กำลังประทุษร้าย ตามความหมายใน มาตรา 1 (6) แล้วการกระทำของจำเลยดังกล่าว เป็นความผิดฐานกระทำอนาจารตาม มาตรา 278

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ไขฟ้องคดีอาญา: รายละเอียดทรัพย์สินที่ผิดพลาดไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ
ฟ้องของโจทก์ ข้อ 1 กล่าวว่า จำเลยลักกระบือ แต่ในฟ้อง ข้อ 2 กล่าวว่า มีผู้พบเห็นจำเลยพาโคของผู้เสียหายไป หรือทำการลักโคของผู้เสียหาย เมื่อจำเลยให้การแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้รายการทรัพย์จากกระบือเป็นโค โดยอ้างว่าพิมพ์ผิด ดังนี้ เห็นว่าไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี เพราะเป็นการขอแก้รายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้อง และโจทก์ได้ขอแก้ ฟ้องก่อนศาลทำการสืบพยานโจทก์ จำเลยย่อมมีโอกาสต่อสู้คดีได้เต็มภาคภูมิตาม ป.วิ.อ. มาตรา 164

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ฟ้องอาญา: รายละเอียดทรัพย์สินไม่กระทบสิทธิจำเลย
ฟ้องของโจทก์ ข้อ 1 กล่าวว่าจำเลยลักกระบือแต่ในฟ้อง ข้อ 2 กล่าวว่า มีผู้พบเห็นจำเลยพาโคของผู้เสียหายไป หรือทำการลักโคของผู้เสียหาย เมื่อจำเลยให้การแล้วโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้รายการทรัพย์จากกระบือเป็นโค โดยอ้างว่าพิมพ์ผิด ดังนี้ เห็นว่าไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดีเพราะเป็นการขอแก้รายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้องและโจทก์ได้ขอแก้ฟ้องก่อนศาลทำการสืบพยานโจทก์ จำเลยย่อมมีโอกาสต่อสู้คดีได้เต็มภาคภูมิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 164

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 419/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลื่อนนัดสืบพยานซ้ำๆ และดุลพินิจของศาลในการผ่อนผันการตัดพยาน
นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก พยานโจทก์ไม่มาศาล โจทก์ไม่มาศาล โจทก์แถลงว่าไม่ทราบเหตุขัดข้องขอเลื่อนไป ศาลเลื่อนไปสืบพยานโจทก์อีกครั้งหนึ่ง ครั้นถึงวันนัด พยานโจทก์ก็ไม่มาศาลอีก โจทก์แถลงไม่ทราบเหตุขัดข้องและขอเลื่อนอีก ดังนี้ศาลไม่สมควรที่จะตัดพยานโจทก์และพิพากษายกฟ้อง เฉพาะคดีนี้มีพฤติการณ์ สมควรผ่อนผัน ครั้งหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 419/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลื่อนนัดสืบพยาน: ศาลฎีกาเห็นควรผ่อนผันการตัดพยานเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกพยานโจทก์ไม่มาศาล โจทก์แถลงว่าไม่ทราบเหตุขัดข้องขอเลื่อนไป ศาลเลื่อนไปสืบพยานโจทก์อีกครั้งหนึ่งครั้นถึงวันนัด พยานโจทก์ก็ไม่มาศาลอีก โจทก์แถลงไม่ทราบเหตุขัดข้องและขอเลื่อนอีกดังนี้ศาลไม่สมควรที่จะตัดพยานโจทก์และพิพากษายกฟ้องเฉพาะคดีนี้มีพฤติการณ์สมควรผ่อนผันให้อีกครั้งหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 380/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การหมิ่นประมาทด้วยการเล่าต่อข้อความที่ได้ยิน แม้ถูกถามก็มีเจตนาใส่ความ
นางใยอาว์ของโจทก์เล่าให้จำเลยฟังว่า โจทก์ (เป็นนางสาว) กับนายอนันต์ซึ่งเป็นญาติของโจทก์ รักใคร่กันทางชู้สาวนอนกอดจูบกันและได้เสียกัน ต่อมานางสงวนมาถามจำเลยว่านางใยมาเล่าอะไรให้จำเลยฟังจำเลยก็เล่าข้อความตามที่นางใยเล่าแก่จำเลยให้นางสงวนฟัง นางสงวนได้เอาข้อความนั้นไปเล่าให้โจทก์ฟังอีกชั้นหนึ่งเช่นนี้ ถ้อยคำที่จำเลยกล่าว เป็นข้อความหมิ่นประมาทโจทก์อย่างเห็นได้ชัด เมื่อจำเลยกล่าวออกไป แม้จะโดยถูกถามที่ก็ดี จำเลยควรต้องสำนึกในการกระทำและเล็งเห็นผลการกระทำของจำเลย ถือได้ว่าจำเลยจงใจกล่าวข้อความยืนยันข้อเท็จจริงโดยเจตนาใส่ความโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 380/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การหมิ่นประมาทจากการเล่าต่อข้อความที่ได้ยิน แม้ถูกถามก็ต้องเล็งเห็นผลกระทบ
นางใยอาของโจทก์เล่าให้จำเลยฟังว่าโจทก์(เป็นนางสาว) กับนายอนันต์ซึ่งเป็นญาติของโจทก์ รักใคร่กันทางชู้สาวนอนกอดจูบกันและได้เสียกัน ต่อมานางสงวนมาถามจำเลยว่านางใยมาเล่าอะไรให้จำเลยฟังจำเลยก็เล่าข้อความตามที่นางใยเล่าแก่จำเลยให้นางสงวนฟังนางสงวนได้เอาข้อความนั้นไปเล่าให้โจทก์ฟังอีกชั้นหนึ่งเช่นนี้ ถ้อยคำที่จำเลยกล่าว เป็นข้อความหมิ่นประมาทโจทก์อย่างเห็นได้ชัด เมื่อจำเลยกล่าวออกไปแม้จะโดยถูกถามก็ดี จำเลยควรต้องสำนึกในการกระทำและเล็งเห็นผลของการกระทำของจำเลย ถือได้ว่า จำเลยจงใจกล่าวข้อความยืนยันข้อเท็จจริงโดยเจตนาใส่ความโจทก์
of 58