พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,126 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หุ้นส่วนค้าไม้ไผ่: การตกลงแบ่งกำไรและขาดทุน, ความรับผิดชอบในหนี้
โจทก์จำเลยตกลงกันเข้าหุ้นค้าไม้ไผ่ โดยโจทก์ลงทุนเป็นเงิน จำเลยลงแรง จะแบ่งกำไรกันคนละครึ่ง เป็นการเข้าหุ้นส่วนกันตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1012 แล้ว แม้เรื่องการขาดทุนจะมิได้ตกลงกันไว้ ก็หาเป็นข้อสำคัญไม่
แม้จำเลยจะว่า เมื่อได้กำไร จำเลยจึงจะแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง ทุนจะคืนโจทก์ ถ้าขาดทุนจำเลยก็จะใช้ให้โจทก์จนครบ จะไม่ยอมให้โจทก์ขาดทุน นั้นก็เป็นเพียงแต่คำรับรองต่อโจทก์เท่านั้น มิใช่ว่า กรณีไม่เข้ามาตรา 1025อันโจทก์จะไม่ต้องรับผิดชอบสำหรับหนี้ของหุ้นส่วนต่อบุคคลภายนอก
แม้จำเลยจะว่า เมื่อได้กำไร จำเลยจึงจะแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง ทุนจะคืนโจทก์ ถ้าขาดทุนจำเลยก็จะใช้ให้โจทก์จนครบ จะไม่ยอมให้โจทก์ขาดทุน นั้นก็เป็นเพียงแต่คำรับรองต่อโจทก์เท่านั้น มิใช่ว่า กรณีไม่เข้ามาตรา 1025อันโจทก์จะไม่ต้องรับผิดชอบสำหรับหนี้ของหุ้นส่วนต่อบุคคลภายนอก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หุ้นส่วนค้าไม้ไผ่: การแบ่งกำไรขาดทุนตามสัดส่วน
โจทก์จำเลยตกลงกันเข้าเป็นหุ้นกันค้าไม้ไผ่โดยโจทก์ลงทุนเป็นเงินจำเลยลงแรง จะแบ่งกำไรกันคนละครึ่งย่อมถือว่าเป็นการเข้าหุ้นส่วนกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1012 แล้วแม้เรื่องการขาดทุนจะมิได้ตกลงกันไว้ ก็หาเป็นข้อสำคัญไม่ ถ้าหากมีการขาดทุนก็ต้องเฉลี่ยขาดทุนตามส่วนของหุ้นอยู่ในตัวเว้นแต่จะตกลงเป็นอย่างอื่น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หลักฐานการชำระหนี้จากการกู้ยืมเงิน ไม่จำเป็นต้องเป็นใบรับเงินโดยเฉพาะ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 653 วรรค 2 มิได้บังคับว่าจะต้องมีใบรับเงินมาแสดง
เอกสารมีความว่า เรียนครูที่เคารพนับถืออันสูง กระผมได้ฝากนมมาให้ 1 โหล ราคา 44 บาท โปรดทราบเงินฝากไป 9,400 บาท กระผมได้รับและลงบัญชีไว้เรียบร้อยแล้ว ท้ายข้อความเป็นคำลงท้ายของหนังสือ วันเดือนปี และเซ็นชื่อโจทก์ ดังนี้เห็นได้ว่า เป็นจดหมายธุรกิจ เลยกล่าวถึงเงินที่จำเลยฝากไปให้โจทก์แล้วด้วย ไม่มีลักษณะเป็นใบรับเงินโดยเฉพาะ และตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 105 การรับเงินเช่นนี้ (ลูกหนี้ฝากเงินมาชำระหนี้เงินกู้) ก็มิได้บังคับว่าจะต้องออกใบรับเงินประการใดหนังสือฉบับนี้เป็นหลักฐานตามที่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา653 บังคับไว้เท่านั้น แม้จะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ก็ฟังเป็นหลักฐานประกอบข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยได้ชำระหนี้จำนวนนี้ให้แก่โจทก์แล้ว
เอกสารมีความว่า เรียนครูที่เคารพนับถืออันสูง กระผมได้ฝากนมมาให้ 1 โหล ราคา 44 บาท โปรดทราบเงินฝากไป 9,400 บาท กระผมได้รับและลงบัญชีไว้เรียบร้อยแล้ว ท้ายข้อความเป็นคำลงท้ายของหนังสือ วันเดือนปี และเซ็นชื่อโจทก์ ดังนี้เห็นได้ว่า เป็นจดหมายธุรกิจ เลยกล่าวถึงเงินที่จำเลยฝากไปให้โจทก์แล้วด้วย ไม่มีลักษณะเป็นใบรับเงินโดยเฉพาะ และตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 105 การรับเงินเช่นนี้ (ลูกหนี้ฝากเงินมาชำระหนี้เงินกู้) ก็มิได้บังคับว่าจะต้องออกใบรับเงินประการใดหนังสือฉบับนี้เป็นหลักฐานตามที่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา653 บังคับไว้เท่านั้น แม้จะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ก็ฟังเป็นหลักฐานประกอบข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยได้ชำระหนี้จำนวนนี้ให้แก่โจทก์แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หลักฐานการชำระหนี้: จดหมายยืนยันการรับเงินใช้ได้ แม้ไม่ใช่ใบรับเงินโดยเฉพาะ
เอกสารมีความว่า'เรียนครูที่เคารพนับถืออันสูง กระผมได้ฝากนมมาให้ 1 โหล ราคา 44 บาทโปรดทราบเงินฝากไป 9,400 บาท กระผมได้รับและลงบัญชีไว้เรียบร้อยแล้ว' ท้ายข้อความเป็นคำลงท้ายของหนังสือ วัน เดือน ปี และเซ็นชื่อโจทก์ ดังนี้ เห็นได้ว่าเป็นจดหมายธุรกิจกล่าวถึงเงินที่จำเลยฝากไปให้โจทก์แล้วด้วยไม่มีลักษณะเป็นใบรับเงินโดยเฉพาะซึ่งตามประมวลรัษฎากรมาตรา 105 การรับเงินเช่นนี้ก็มิได้บังคับว่าจะต้องออกใบรับเงินประการใด หนังสือฉบับนี้เป็นหลักฐานตามที่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 บังคับไว้เท่านั้น แม้จะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ ก็ฟังเป็นหลักฐานประกอบข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยได้ชำระหนี้จำนวนนี้ให้แก่โจทก์แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 517/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาเป็นสำคัญในการปลอมเครื่องหมายการค้า การจดทะเบียนเป็นเพียงรายละเอียด
สารสำคัญขององค์ความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้าอยู่ที่เจตนาของการปลอมฉะนั้น เมื่อจำเลยมีเจตนาทำปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นแล้ว แม้โจทก์จะได้บรรยายฟ้อง ว่าจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในหรือนอกราชอาณาจักร จึงไม่ใช่ข้อสำคัญ คงเป็นแต่เพียงรายละเอียดในการบรรยายฟ้องเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 517/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาเป็นสำคัญในการปลอมเครื่องหมายการค้า การจดทะเบียนไม่เป็นสาระสำคัญ
สารสำคัญขององค์ความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้าอยู่ที่เจตนาของการปลอมฉะนั้น เมื่อจำเลยมีเจตนาทำปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นแล้ว แม้โจทก์จะได้บรรยายฟ้องว่าจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในหรือนอกราชอาณาจักร จึงไม่ใช่ข้อสำคัญคงเป็นแต่เพียงรายละเอียดในการบรรยายฟ้องเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 512/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการใช้ค่าเสียหายตามคำสั่งศาลชั่วคราว: คำพิพากษาศาลฎีกาเป็นเกณฑ์สูงสุด
แม้ในคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ตัดสินให้จำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีจะได้กล่าวไว้ว่า ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายไปจนกว่า โจทก์จะได้ขอถอนคำสั่งห้ามชั่วคราวก็ตาม แต่ในคำพิพากษาศาลฎีกาได้พิพากษาว่า ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายจนกว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ห้ามชั่วคราวนั้นสิ้นสุดลง ดังนี้ ต้องถือตามคำพิพากษาศาลฎีกาและกรณีเช่นนี้ คำสั่งห้ามชั่วคราวนั้นย่อมสิ้นสุดลงวันวันอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260 (1) โดยโจทก์ไม่ต้องร้องขอให้ถอนคำสั่งห้ามชั่วคราวนั้นแต่อย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละมรดกก่อนเจ้ามรดกถึงแก่กรรมเป็นโมฆะ การฟ้องแบ่งมรดกมีผลเพิกถอนการจดทะเบียนรับมรดก
การสละมรดกก่อนเจ้ามรดกถึงแก่กรรมย่อมเสียไปและไม่มีทางแสดงเจตนาให้สัญญานั้นกลับมีผลขึ้นได้อีกอย่างไรฉะนั้น ถ้าเจ้ามรดกถึงแก่กรรมแล้ว ทายาทยังมีความตั้งใจสละมรดกอยู่เช่นเดิม ก็ต้องมีการแสดงเจตนาใหม่ให้ถูกต้องอีกชั้นหนึ่ง
โจทก์และจำเลยต่างเป็นทายาท เมื่อจำเลยไม่ยอมแบ่งที่พิพาทให้ โจทก์ย่อมฟ้องเรียกให้แบ่งได้และมีผลเท่ากับขอเพิกถอนการจดทะเบียนรับมรดกของจำเลยอยู่ในตัว โดยโจทก์ไม่จำต้องขอให้เพิกถอนทะเบียนอย่างใด
โจทก์และจำเลยต่างเป็นทายาท เมื่อจำเลยไม่ยอมแบ่งที่พิพาทให้ โจทก์ย่อมฟ้องเรียกให้แบ่งได้และมีผลเท่ากับขอเพิกถอนการจดทะเบียนรับมรดกของจำเลยอยู่ในตัว โดยโจทก์ไม่จำต้องขอให้เพิกถอนทะเบียนอย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละมรดกก่อนเจ้ามรดกถึงแก่กรรมเป็นโมฆะ การฟ้องแบ่งมรดกมีผลเพิกถอนทะเบียนรับมรดก
การสละมรดก่อนเจ้ามรดกถึงแก่กรรมย่อมเสียไป และไม่มีทางแสดงเจตนา ให้สัญญานั้นกลับมีผลขึ้นได้อีกอย่างไร ฉะนั้น ถ้าเจ้ามรดกถึงแก่กรรมแล้ว ทายาทยังมีความตั้งใจสละมรดกอยู่เช่นเดิม ก็ต้องมีการแสดงเจตนาใหม่ให้ถูกต้องอีกชั้นหนึ่ง
โจทก์และจำเลยต่างเป็นทายาท เมื่อจำเลยไม่ยอมแบ่งที่พิพาทให้ โจทก์ย่อมฟ้องเรียกให้แบ่งได้ และมีผลเท่ากับขอเพิกถอนการจดทะเบียนรับมรดกของจำเลยอยู่ในตัวโดยโจทก์ไม่จำต้องขอให้เพิกถอนทะเบียนอย่างใด
โจทก์และจำเลยต่างเป็นทายาท เมื่อจำเลยไม่ยอมแบ่งที่พิพาทให้ โจทก์ย่อมฟ้องเรียกให้แบ่งได้ และมีผลเท่ากับขอเพิกถอนการจดทะเบียนรับมรดกของจำเลยอยู่ในตัวโดยโจทก์ไม่จำต้องขอให้เพิกถอนทะเบียนอย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 456/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปรุงยาโดยไม่ได้รับอนุญาตและความผิดฐานใช้ทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิด ศาลมีอำนาจริบของกลางได้
ของกลางที่จับได้จากจำเลยในการกระทำผิดฐานประกอบโรคศิลปะและขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ถ้าจำเลยเป็นผู้ไม่มีวุฒิที่จะได้รับอนุญาตให้ทำการปรุงยาขึ้นเพื่อจำหน่ายได้เลย ความผิดของจำเลยอยู่ที่การกระทำการปรุงยาจำหน่าย หาใช่เพียงไม่ได้รับอนุญาติเท่านั้นไม่ ของกลางรายนี้จึงเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดและได้มาโดยได้กระทำผิด ซึ่งนอกจากริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ศาลยังมีอำนาจสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 อีกด้วย (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 43/2504)